เทรนด์ใหม่ ‘อินทผลัมกินผลสด’ ผลไม้อนาคตไกล ปลูก 3 ปี ได้ผลผลิต 100 กิโลกรัม ต่อต้น

พูดถึง อินทผลัม หลายคนคงคิดถึงแบบอบแห้งกันใช่ไหม แต่จริงๆ แล้ว ยังมีอินทผลัมแบบกินผลสด

ในบ้านเราเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งคนปลูกและคนกิน

เทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสพูดคุยกับ คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ เจ้าของสวนอินทผลัม จังหวัดนนทบุรี สวนนี้ถือว่ามีความก้าวหน้ามากที่สุดแห่งหนึ่ง

คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่ผ่านมาปลูกโป๊ยเซียน เฟื่องฟ้า ลีลาวดี ชวนชม และไม้ประดับอื่นๆ ในพื้นที่ 100 ไร่ หลังจากนั้นก็มาปลูกอินทผลัมทั้งแบบการเพาะเมล็ดและปลูกแบบต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ และคุณนิด (ภรรยา)

ปัจจุบัน ได้ผลดี คือปลูกจากต้นที่ขยายพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

“พันธุ์ที่ทางสวนปลูกคือ พันธุ์บาร์ฮี (เนื้อเยื่อ) เพราะให้ผลที่แน่นอน ตอนแรกที่สวนก็ปลูกแบบเพาะเมล็ดด้วย แต่ว่าขุดทิ้งออกหมดแล้ว เพราะว่าให้ผลผลิตไม่แน่นอน ตอนนี้ที่สวนมีพันธุ์บาร์ฮี ปลูกอยู่เป็นหลักร้อย ประมาณ 500 ต้น อายุต้นอยู่ประมาณ 2-3 ปี ต้นหนึ่งสามารถออกผลได้ตั้งแต่ 2 ปีหลังจากปลูกแล้ว เพราะว่าสภาพดินที่สวนเป็นดินเหนียวค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ส่วนราคาขายผลผลิตจะเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท ถ้าปลูกทุเรียนก็จะดี แต่ถ้าปลูกอินทผลัมก็จะดียิ่งกว่า เพราะว่าดินที่นี่สมบูรณ์มากกว่าที่อื่น” คุณปรีชา บอก

คุณปรีชา บอกว่า ราคาต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ อยู่ที่ต้นละ 1,500 บาท ซึ่งมีความแน่นอน สั่งตัวเมียได้ตัวเมีย เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ต้นที่ให้ผลผลิตได้คือต้นตัวเมีย จึงต้องมีตัวผู้จำนวนหนึ่งไว้ผสมเกสร ปัจจุบันใช้พันธุ์ตัวผู้เคแอล 1

ดูแลดี มีผลผลิตให้เก็บเร็ว

ระยะปลูกที่เหมาะสม ช่วงแรก คุณปรีชา ปลูกอินทผลัมระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 6 คูณ 6 เมตร เวลาผ่านไป 3 ปี ซึ่งต้นให้ผลผลิตแล้ว ต้นชิดเกินไป ที่เหมาะสมควรเป็น 8 คูณ 8 เมตร ไร่หนึ่งปลูกได้ 25 ต้น

เตรียมดินอย่างไร เจ้าของบอกว่า แรกสุด ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก หลังปลูก ใส่ปุ๋ยคอก ใบก้ามปู

ปุ๋ยต้องเหมาะสม ช่วงที่ต้นยังไม่ให้ผลผลิต นอกจากปุ๋ยคอกและใบก้ามปูแล้ว หากเป็นปุ๋ยวิทยาศาสตร์เน้นตัวหน้าคือไนโตรเจน ก่อนออกดอกสะสมอาหารด้วยสูตร 8-24-24 ก่อนเก็บผลผลิต เพิ่มความหวานด้วยสูตร 13-13-21 เน้นตัวท้ายสูง

น้ำให้ทุกวัน ช่วงฝนไม่ต้องให้น้ำ แต่หากเป็นหน้าแล้ง เจ้าของบอกให้ทุกวัน

ศัตรูของอินทผลัม

อินทผลัม มีศัตรูคล้ายๆ มะพร้าว คือ ด้วงเจาะลำต้น

ด้วงแรดเจาะลำต้น ไม่ทำให้ต้นอินทผลัมตาย แต่หลังจากนั้น หากมีด้วงงวงเจาะตามเข้าไป ต้นแย่แน่ ทางป้องกันคือทำแปลงให้สะอาด อย่ามีกองขยะ กองเศษใบไม้ เพราะจะเป็นที่อาศัยวางไข่ของด้วง

รูที่ด้วงแรดเจาะไว้

วิธีการเก็บเกสร และการผสมเกสร

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บเกสรคือ เครื่องดูดฝุ่น ที่ใช้ดูดฝุ่นตามบ้านก็จะนำมาดูดเกสร พอดูดมาแล้วนำมาห่อกระดาษ แล้วนำมาตากแดด แต่แดดที่ตากไม่ต้องแรงมาก เพราะจะทำให้เกสรตายได้ ตากแค่วันเดียว

จากนั้นก็เอาเข้าตู้เย็นเลย อุณหภูมิก็จะเป็นอุณหภูมิปกติที่ใช้แช่ผัก แล้วจึงนำไปใส่ตัวบีบแล้วนำไปพ่นใส่ดอก แต่ตอนพ่นจะต้องพ่นตอนเช้า ดอกที่จะพ่นต้องเป็นดอกที่แตกออกวันแรกเท่านั้น

หลังติดผลควรมีการซอยผลทิ้งบ้าง โดยช่อย่อยช่อหนึ่งควรไว้ 5-6 ผล ที่นิยมกันคือ ซอยผลเว้นผลนั่นเอง เมื่อซอยผลจะได้ผลผลิตมีคุณภาพดี
ต้นพันธุ์

รักษาคุณภาพ หลังการเก็บเกี่ยว

เมื่อเก็บผลจากต้น นำอินทผลัมมาแขวนไว้ หลังจากนั้นก็นำไปพ่นน้ำด้วยเครื่องปั๊มน้ำที่ใช้ล้างรถ

เวลาใช้ ให้หมุนหัวให้สุด น้ำแรง ไม่ต้องกลัวผลร่วง เพราะผลที่ร่วงจะเป็นผลที่เสีย การพ่นน้ำพ่นเพื่อที่จะได้ทำความสะอาดและล้างเพลี้ยแป้งที่เกิดจากความหวานกับความชื้นจนกลายเป็นราดำ หลังจากนั้นนำเอาไปเป่าลมให้แห้ง จึงแพ็กใส่ลังเพื่อเตรียมส่งจำหน่าย

คุณปรีชา บอกว่า อินทผลัมพันธุ์บาร์ฮีเพาะเนื้อเยื่อ ต้นอายุ 2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี ให้ผลผลิตต่อต้น ต่อปีที่ 100 กิโลกรัม ผลผลิตอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม โดยออกดอกช่วงเดือนมกราคม

ผลอินทผลัมที่ห่อ

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับอินทผลัม

ถ้าอินทผลัมออกผลแล้ว ควรห่อผล 2 ชั้น เพื่อกันหนู นก แมลง แมลงวันทอง

ห้ามกระชากก้านอินทผลัม เพราะว่าจะทำให้ทั้งทะลายนั้นเสียทั้งหมด

ถ้าต้องการจะกินผล ให้หมุนผลแบบทวนเข็มนาฬิกา เพราะว่าจะไม่ทำให้ช่อเป็นแผล

ความหวานของผลอินทผลัมสวนคุณปรีชา อยู่ที่ประมาณ 30 บริกซ์

ผ่านการแต่งผลแล้ว

ตลาด เป็นอย่างไร

คุณปรีชา พูดถึงตลาดอินทผลัมกินผลสดว่า ถ้าทำให้มีคุณภาพยังไงก็ขายได้ ไม่ต้องห่วง คนมาซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ มาอีกแสดงว่าผลไม้ต้นนี้ไปได้ไกลแน่ ชาวสวนคนไหนที่คิดจะปลูกต้องศึกษาสายพันธุ์ให้ดี พอศึกษาดีแล้ว โอกาสที่จะขาดทุนก็มีน้อย ถ้าปลูกผิดสายพันธุ์อาจจะต้องขุดทิ้งไป

“ตัวผมเองเคยปลูกผิดจนต้องขุดทิ้งไปแล้ว ส่วนใครที่คิดจะปลูกบาร์ฮี อย่างน้อยควรปลูกไว้ไร่หนึ่งประมาณ 25 ต้น เพราะต้นหนึ่งจะได้ประมาณ 20 จั่น ยิ่งต้นโตขึ้นจั่นก็จะมากขึ้นไปอีก อีกทั้งต้นอินทผลัมยังสามารถปลูกได้เกือบทุกภาค ยกเว้นแต่จังหวัดระนอง ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี เพราะว่าเป็นจังหวัดที่ฝนตกเยอะ…ในอนาคตจะผลิตน้ำอินทผลัมแท้ 100% มาขาย ยังสามารถเก็บได้นานถึง 2 ปี” คุณปรีชา บอก

คุณปรีชา ยอมรับว่า ผลผลิตช่วงนี้ยังแพงอยู่ หากราคาลดลงกว่านี้ ผู้ปลูกก็อยู่ได้

ตัวอย่างน้ำอินทผลัมแท้ 100%

แนวทางการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ที่ทำกันแล้วคือ น้ำอินทผลัม ส่วนอาหารอย่างอื่นจากผลอินทผลัมก็ทำได้หลายอย่าง

สนใจ ติดต่อได้ทาง Facebook สวนอินทผลัม ปรีชา Date Palm-Preecha garden. หรือตามที่อยู่ เลขที่ 70 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ (081) 309-6086

ช่วงนี้ยังมีผลผลิตให้ซื้อหา ส่วนต้นพันธุ์มีจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ บอกว่า ยินดีให้คำปรึกษา

บทความก่อนหน้านี้คลังเบรกลดค่าจดโอนบ้าน-คอนโดฯ เหลือ 0.01% เป็นมาตรการถาวร
บทความถัดไปแปลกแต่จริง!! มะพร้าวเปลือกหวาน…มะพร้าวชนิดเดียวในโลกที่กินเปลือกได้