อดีตกำนันแหนบทองคำ ทำเกษตรผสมผสาน ได้ผลดี มีรายได้ทุกวัน

ทีมงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำยืน พาแวะไปชมแปลงปลูกพืชของเกษตรกรในอำเภอน้ำยืนหลายแปลงด้วยกัน

ที่ขาดไม่ได้คือ คุณหนูจร พุดผา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (091) 019-7163

คุณหนูจร เป็นอดีตกำนันดีเด่นแหนบทองคำ ปี 2552

จากซ้ายไปขวา คุณณรงค์ ทูลสูงเนิน เกษตรอำเภอน้ำยืน นำทีมงานทำข่าวทั้งวัน คุณวิไล อุตส่าห์ คุณหนูจร พุดผา ทายาทเกษตรรุ่นที่ 3 คุณอำนาจ พุดผา ลูกชายคุณหนูจร และ ว่าที่ร้อยตรี รณยศ โมฆรัตน์

คุณหนูจร บอกว่า เกษียณจากกำนันไม่นานนัก ทุกวันนี้เป็นเกษตรกรเต็มตัว ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หรือหวาดระแวงว่าคดีต่างๆ จะเข้าถึงตัว เพราะขณะที่ทำงานรับใช้ประชาชน ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความซื่อสัตย์

พื้นฐานเดิมของอดีตกำนันแหนบทองคำเป็นเกษตรกร มีที่ดินเป็นมรดกตกทอดอยู่บ้าง ก่อนเกษียณ 10 ปี ได้เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ โดยเสาะหาที่ดินเพิ่ม ซึ่งซื้อหาในราคาไม่แพง แต่ที่สำคัญมากนั้น เขาได้ปลูกไม้ยืนต้น โดยทะยอยปลูก จากน้อยไปหามาก จึงไม่ได้ลงทุนสูง ขณะเดียวกัน ก็มีรายได้ตั้งแต่ปีแรกๆ เพราะปลูกพืชอายุสั้น ส่วนพืชที่ให้ผลช้า รอไม่นานก็มีผลผลิตให้เก็บ

“ทำสวน 11 ไร่ มีที่นาอีกจำนวนหนึ่ง…ช่วงที่เตรียมตัวก็นำไผ่มาปลูกไว้” คุณหนูจร บอก

ผสมผสานหลายอย่าง

พืชนำร่องของคุณหนูจรคือ…กล้วย

กล้วยที่ปลูกมีกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหอมทอง สาเหตุที่เจ้าของปลูกกล้วยนำร่องและมีค่อนข้างมาก เนื่องจากกล้วยให้ผลผลิตเร็ว เพียงปีเดียวก็ให้ผลผลิตแก่เจ้าของแล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่า เกษตรกรรายนี้ไม่ได้ปลูกกล้วยน้ำว้าอย่างเดียว แต่หาความหลากหลายเพื่อตอบสนองลูกค้า คนซื้อกล้วยน้ำว้าวันนี้ วันต่อไปอยากลิ้มรสกล้วยเล็บมือนาง ทางสวนก็มีให้

กล้วยน้ำว้าขายได้ทุกวัน
ปลูกแบบธรรมชาติ

กล้วยที่ปลูกลงไป ช่วยนำร่องให้กับพืชอื่น โดยรักษาความชื้น รวมทั้งเป็นร่มเงาให้เป็นอย่างดี

 

ฝรั่งก็สร้างรายได้ดี…ฝรั่งที่ปลูกมีจำนวน 400 ต้น มีพันธุ์กิมจูและหวานพิรุณ สิ่งสำคัญในการดูแลฝรั่งนั้น คุณหนูจร บอกว่า ต้องห่อเพื่อป้องกันแมลงวันผลไม้ เขายอมรับว่า ฝรั่งซื้อง่ายขายคล่อง ปริมาณที่ได้ต่อ 1 กิโลกรัมก็มาก ซื้อไปแล้วกินกันได้ทั้งครอบครัว เมื่อก่อนอาจจะมีความเข้าใจว่า ฝรั่งปลูกได้ขายดีเฉพาะในเขตที่ลุ่มภาคกลาง ทุกวันนี้อีสานอย่างอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ก็ปลูกได้ผลดีเช่นกัน ราคาขายฝรั่งทั้งปีนั้น คุณอำนาจ ภรรยาของคุณหนูจรบอกว่า กิโลกรัมละ 20 บาท

เงาะ ทุเรียน…ต้นกำลังเจริญเติบโต อย่างทุเรียนปลูกไว้ 21 ต้น ขณะนี้ต้นกำลังหนุ่มสาว อีกปีสองปีก็สามารถเก็บผลผลิตได้ เงาะปลูกไว้ 22 ต้น ขณะนี้ส่วนใหญ่ให้ผลผลิตแล้ว

ขนุนดูแลง่าย

ขนุนปลูกง่าย…ขนุนเป็นพืชหนึ่งที่แซมในแปลงปลูกกล้วยและเงาะ เจ้าของผสมผสานอย่างลงตัว นอกจากปลูกและดูแลรักษาง่ายแล้ว ขนุนยังขายง่ายอีกด้วย อาจจะขายยกผล หากมีเวลาก็แกะเนื้อขาย คุณหนูจร บอกว่า ไม่เคยพ่นสารเคมีให้ขนุน เนื่องจากเป็นพืชที่ทนทาน ออกดอกติดผลทุกปีมีความซื่อสัตย์

มะพร้าวน้ำหอม…ปลูกทั้งหมด 60 ต้น เดิมทีเกษตรกรทางอีสานคุ้นเคยกับมะพร้าวแกง ผลใหญ่ ใช้เวลาปลูก 6-7 ปี จึงเก็บผลผลิตได้ เมื่อการสื่อสารทันสมัย การขนส่งสะดวก มะพร้าวน้ำหอมที่ปลูก 3-4 ปีมีผลผลิต จึงถูกนำไปปลูกที่อีสาน ซึ่งได้ผลดีเช่นกัน ที่ผ่านมามีการขนส่งมะพร้าวน้ำหอมจากภาคกลางไปอีสาน เพราะส่งไกลราคาจึงแพง เมื่อมีผลิตในท้องถิ่น ราคาที่ผู้ซื้อต้องจ่ายจึงถูกลง

พืชพรรณหลากหลาย

มะพร้าวน้ำหอมของคุณหนูจร เจริญเติบโตดีมาก ส่วนหนึ่งเริ่มให้ผลผลิตแล้ว เจ้าของบอกว่า ปลูกให้ใกล้น้ำที่สุด ปุ๋ยที่ชอบคือปุ๋ยขี้วัวหรือขี้ไก่

มะละกอพืชสามัญประจำสวน…คุณหนูจร เก็บมะละกอให้กับคณะที่ไป เพื่อนำกลับมากินที่บ้าน

มะละกอมีผลขนาดใหญ่ผิดปกติ ถามแล้วได้ความว่าเป็นพันธุ์ “เรดเลดี้” เนื้อสีสวยมาก เหมาะสำหรับกินสุก…พันธุ์อื่นๆ ก็มีปลูก

มะละกอถือว่าเป็นพืชสามัญที่ควรปลูกประจำสวนหรือประจำบ้าน มีไม่มากเก็บมาทำส้มตำ กินผลสุกเป็นผลไม้ที่คุณค่าทางอาหารสูง เหลือกินก็จำหน่าย ที่สวนแห่งนี้ผลผลิตมะละกอสวยมาก คงเป็นเพราะดินและน้ำสมบูรณ์

นอกจากนี้ ยังมีพืชชนิดอื่นๆ อีก เช่น แก้วมังกร มะนาว ลองกอง มังคุด พริกไทย ไผ่พันธุ์ต่างๆ เผือกหอม พืชผักสวนครัวหลายชนิด

 

สนุกไม่รีบเร่ง

เปรียบเทียบกับทำงานเป็นกำนัน คุณหนูจร บอกว่า เป็นเกษตรกรสนุกกว่า

“สนุก ไม่รีบเร่ง ไม่มีใครบังคับ สวนเราอยู่ในโครงการท่องเที่ยวให้คนมาเยี่ยม นักศึกษามาฝึกงาน มีเครือข่ายชาวสวนด้วยกันมาเรียนรู้ เครือข่ายอยู่ยโสธร บุรีรัมย์ เขามาพักมาเรียนรู้ แล้วนำไปปฏิบัติ…ทำสวนเหนื่อยแต่พักผ่อนได้ ไม่เร่งรีบ เหนื่อยก็หยุด มีความสุขกว่าเป็นกำนัน ตอนเป็นกำนันจะออกจากบ้านมีคนมาหารือ บางครั้งรอคิว 2-3 คน กว่าจะออกได้ก็สาย ตอนนี้อิสระแล้ว”

คุณหนูจร บอกและเล่าอีกว่า

“ผมทำนา 12 ไร่ เอาไว้กินแจกจ่ายพี่น้องด้วย ที่เหลือก็ขาย ผมทำงานทุกวัน 3 ช่วง ช่วงแรกหกโมงเช้าถึงแปดโมงแล้วพักกินข้าว ช่วงที่สองสิบโมงถึงเที่ยง ช่วงที่สามบ่ายสามโมงถึงค่ำ ค่อยๆ ทำไม่ได้รีบเร่ง ช่วงที่เป็นกำนัน สวนไม่เรียบร้อยนัก ตอนนี้ดีขึ้น มีผลผลิตมากขึ้น”

กล้วยเล็บมือนาง
พริกไทย

กำนันบอกว่า การจัดการสวนต้องเน้นเอาใจใส่ หญ้าใช้เครื่องตัดอย่างเดียว ไม่พ่นสารเคมี

การดูแลศัตรูอื่นๆ ก็ไม่ใช้สารเคมีแต่อย่างใด ปุ๋ยใช้ปุ๋ยชีวภาพที่หมักเอง นอกจากประหยัดต้นทุนแล้ว ยังปลอดภัยต่อเจ้าของและผู้บริโภคอีกด้วย

 

มีรายได้ทุกวัน

คุณณรงค์ ทูลสูงเนิน เกษตรอำเภอน้ำยืน บอกว่า คุณหนูจร เป็นเกษตรกรต้นแบบ เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง เป็นตัวอย่างในการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง ที่นี่จะขยายพื้นที่ปลูกทุเรียน แก้วมังกร และลำไย

คุณหนูจร บอกว่า ปัจจุบันญาติพี่น้องเริ่มทำตามตัวเอง อย่างน้อยก็ 3-4 แปลง

เรื่องการขาย คุณอำนาจ บอกว่า มีรายได้ทุกวัน ลูกสะใภ้จะนำไปขายตามตลาดนัดที่มีหมุนเวียนทั่วอำเภอ

มีความสุขกับการทำงาน

เขายกตัวอย่างรายได้ วันที่ไปสัมภาษณ์ ตรงกับ วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 เขาบอกจะขายกล้วยได้ 500-600 บาท วันรุ่งขึ้น (12 พฤษภาคม 2560) ขายมะละกอฮอลแลนด์และเรดเลดี้ จะมีรายได้ราว 1,000 บาท

“ตลาดไม่ต้องห่วง แม่ค้าที่ห้อยขายตามทางเขาต้องการมาก แต่ไม่มีให้เขา บางครั้งมาเหมาไปหมด เขามาเอาเอง เขาบอกมีเท่าไรจัดเตรียมไว้” คุณหนูจร บอก

ถนนสายเดชอุม-น้ำยืน ริมถนน มีผู้ค้าขายผลไม้อยู่ริมถนน มักแวะมาซื้อผลผลิตจากคุณหนูจรเสมอ แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้

เป็นอีกสวนหนึ่งที่มีรายได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์