ต่อยอดสินค้าเกษตร ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากภูมิปัญญาไทย ตั้งเป้าสู่ตลาดโลก

ต่อยอดสินค้าเกษตร ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากภูมิปัญญาไทย ตั้งเป้าสู่ตลาดโลก
ต่อยอดสินค้าเกษตร ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากภูมิปัญญาไทย ตั้งเป้าสู่ตลาดโลก

ไบโอไบรท์ ต่อยอดสินค้าเกษตรตกเกรด ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพรีเมี่ยม จากภูมิปัญญาไทย ตั้งเป้าโกอินเตอร์ตลาดโลก

“ความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ของบริษัท คือการสร้างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากวัตถุดิบธรรมชาติ ด้วยการยกระดับสินค้าเกษตรนานาชนิด ผ่านกระบวนการแปรรูปที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากล เพื่อส่งมอบสินค้าที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคในราคาที่จับต้องได้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก่อประโยชน์ยั่งยืนสู่คนรุ่นหลัง”

เป็นจุดยืนที่ ดร.ปัณณพัทธ์ ปภาพงศ์พศุตม์ ประธานบริหาร บริษัท ไบโอไบรท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจการผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครบวงจรจากธรรมชาติ​ จังหวัดเลย บอกมาแบบนั้น ก่อนเล่าให้ฟังถึงธุรกิจที่ทำอยู่ว่า

ดร.ปัณณพัทธ์ ปภาพงศ์พศุตม์ ประธานบริหาร บริษัท ไบโอไบรท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจการผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครบวงจรจากธรรมชาติ​

ธุรกิจนี้เกิดจาก ตัวเองเป็นภูมิแพ้ในการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่วางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งมักมีส่วนผสมของสารเคมี ส่งผลต่อร่างกายเกิดอาการแพ้ ทำให้เกิดความสนใจเริ่มคิดค้นสูตรจากภูมิปัญญาไทย โดยนำผลผลิตทางการเกษตร ทั้งผักและผลไม้ มาสกัดด้วยขั้นตอนและกระบวนการตามมาตรฐานสากล จนได้สารที่เข้มข้นและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ ออกมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค

สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย 2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครัวเรือนและสถานที่ ภายใต้แบรนด์หลากหลาย ได้แก่ บูมกรีน, บูมกรีนพลัส, ละมุน และซิกส์เนเจอร์ ซึ่งจะแยกสินค้าแต่ละแบรนด์ตามกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ, เด็กอ่อน, ประชาชนทั่วไป และองค์กรต่างๆ โรงพยาบาล และโรงแรม เช่น โฟมล้างหน้า, สบู่เหลวล้างมือ, แชมพู, ผลิตภัณฑ์ซักเสื้อผ้า, สเปรย์ปรับอากาศ-ป้องกันยุง, ผลิตภัณฑ์ล้างจาน, ผลิตภัณฑ์ล้างขวดนม, ผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ เป็นต้น ส่วนราคาสินค้าจะเริ่มต้นชิ้นละ 100 บาทเป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน ธุรกิจยังมีส่วนเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน ด้วยการรับซื้อวัตถุดิบพืชผักผลไม้ เช่น มะนาว มะกรูด สับปะรด มะเขือเทศ จากเกษตรกรในจังหวัดเลย และจังหวัดอื่นๆ

“สินค้าของเรา ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เพราะผลผลิตที่รับซื้อมาส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ตกเกรด เช่น มีตำหนิ ไม่ได้ขนาด หรือใกล้สุกงอม ที่ตามปกติแล้ว เกษตรกรมักจะนำไปทิ้ง แต่เมื่อเราเข้าไปรับซื้อ ทำให้พวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง” ดร.ปัณณพัทธ์ กล่าวเสริม

นอกจากการรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรแล้ว ยังเพิ่มเติมความรู้สนับสนุนการเพาะปลูกผลผลิตทางการเกษตร โดยร่วมกับบริษัท โซกู๊ด วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อปรับเปลี่ยนและยกระดับการเพาะปลูกสู่เกษตรอินทรีย์ พร้อมประกันราคาและรับซื้อจากเกษตรกรที่เข้าร่วม ทำให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งผลดีต่อบริษัทที่ได้วัตถุดิบปลอดสารเคมี รวมทั้ง ยังแนะนำเกษตรกรหันมาปลูกสมุนไพรเพิ่มเติม เพื่อให้มีทางเลือกที่จะสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

จุดเด่นสินค้าของบริษัท คือ ความเชี่ยวชาญและการใส่ใจสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมายาวนานกว่า 20 ปี ผลิตสินค้าที่เหมาะสมกับผู้ใช้ โดยทุกขั้นตอนการผลิตมาจากธรรมชาติ ปลอดสารเคมี และปราศจากน้ำหอม พร้อมกับกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

ที่สำคัญ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แม้การใช้งานที่ผ่านขั้นตอนชำระล้างแล้ว เมื่อไหลกลับสู่แหล่งน้ำจะไม่เน่าเสีย และไม่ได้ส่งผลเสียต่อดินอีกด้วย ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าจะมี 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่เป็นภูมิแพ้, กลุ่มที่รักสุขภาพต้องการใช้สินค้าที่ปลอดสารเคมี ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จจากการทุ่มเทและการใส่ใจที่จะสร้างผลผลิตจากธรรมชาติส่งต่อให้กับผู้บริโภค โดยใช้กรดอินทรีย์แทนการใช้สารเคมี สร้างผลิตภัณฑ์จากเอนไซม์พืชผักและผลไม้ และสารสกัดจากธรรมชาติ

โดยทุกกระบวนการผลิตไม่ใช้ความร้อนจากเกษตรท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานสากล เพื่อดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อม​สะท้อนจากรางวัลต่างๆ ที่บริษัทได้รับ เช่น เครื่องหมายฉลากเขียว จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, โรงงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม ปี 62, ผลิตภัณฑ์สมุนไพร OTOP ดีเด่นระดับชาติ ปี 62 และปี 63, เอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ, การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ปี 63 และรางวัลผู้บริหารการจัดการดีเด่น และองค์กรดีเด่น ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ปี 63 และมาตรฐานโรงงาน (CODEX GMP) เป็นต้น

ดร.ปัณณพัทธ์  เผยด้วยว่า สถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายและรายได้ของบริษัทมากนัก เนื่องจากฐานลูกค้าหลัก ทั้งลูกค้าประจำ รวมถึงลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ยังมีการซื้อต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมั่นใจในตัวสินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบกับที่ผ่านมาได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สเปรย์แอลกอฮอล์ ก็ได้รับความนิยมจากลูกค้าเช่นกัน

โดยบริษัทเน้นการเติบโตอย่างมั่นคง ทำเพียงออกบู๊ธทำการประชาสัมพันธ์สินค้าและการขายผ่านออนไลน์เท่านั้น แต่ไม่ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างจริงจัง เพราะส่วนหนึ่งมีผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทต้องการให้ผู้บริโภคเข้าถึงในราคาที่จับต้องได้มากกว่า

ขณะเดียวกัน ยังมีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank มาเป็นเพื่อนร่วมทางธุรกิจ ช่วยเสริมแกร่ง แม้ว่าเพิ่งเข้ามาเป็นลูกค้าเมื่อไม่นาน แต่ได้รับความประทับใจ เพราะธนาคารให้บริการสมกับการเป็นสถาบันการเงินที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ในโครงการสินเชื่อ SMEs One ผ่านกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ช่วยให้บริษัทมีสภาพคล่องที่เพียงพอ รองรับในการซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรเพิ่มขึ้น

“สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเติบโตได้ทุกวันนี้ เกิดจากกลุ่มลูกค้าที่เข้าใจและพึงพอใจในสินค้า จนเกิดการบอกต่อและสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายของธุรกิจในอนาคตต้องการที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศ นำสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพไปวางจำหน่ายให้กับต่างชาติได้รับรู้ด้วยฝีมือของคนไทย” ดร.ปัณณพัทธ์ ทิ้งท้าย

สอบถามสั่งซื้อได้ที่ เฟซบุ๊ก BiobrightThailand

 

บทความก่อนหน้านี้ครบรอบ 3 ปี! แฟลช เอ็กซ์เพรส ขอบคุณคนไทย ดันยอดส่งพัสดุทะลุ 1.7 ล้านชิ้นต่อวัน
บทความถัดไป‘เอส แอนด์ พี’ ดันยอดขายดีลิเวอรี่ พร้อมเร่งขยายจุดขายโมเดลใหม่ 31 จุด