ลูกสาวชาวสวน  ส่งผลไม้แช่อิ่มแบรนด์ ‘เสวย’ ขายในร้าน7-11 ทำรายได้กว่า 50 ล้านบาท/ปี

ลูกสาวชาวสวน  ส่งผลไม้แช่อิ่มแบรนด์ ‘เสวย’ ขายในร้าน7-11 ทำรายได้กว่า 50 ล้านบาท/ปี

คุณนันทภรณ์ ชะเสริมไพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสวยผลไม้แช่อิ่มจำกัด วัย 34 ปี เธอเกิดมาในครอบครัวเกษตรกร เรียนจบด้านฟู้ดไซน์ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ส่วนน้องสาวจบด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อกลับมาสานต่อกิจการของพ่อ

“ที่บ้านปลูกผลไม้หลายชนิด เช่น ฝรั่ง ชมพู เป็นต้น แต่ทุกอย่างพังราบเป็นหน้ากลองเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2538 ผลไม้ที่ปลูกไว้ล้มตายมีแค่มะกอกน้ำเท่านั้นที่รอด เลยหันมาปลูกมะกอกน้ำ และแปรรูปผลไม้ชนิดนี้ เริ่มแปรรูปแบบดองเค็ม แต่รสชาติยังไม่ถูกปาก เลยเปลี่ยนมาแช่อิ่ม แจกให้คนรอบข้างชิมก่อน พอมีคนมาขอซื้อจึงพัฒนากลายเป็นธุรกิจ และได้ขยายไปทำผลไม้ชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น มะม่วง มะดัน กระท้อน มะปราง มะขาม ที่มีตามฤดูกาล”

ลูกสาวชาวสวนคนเดิม เล่าต่อว่า ในข่วงแรกยังนำผลไม้แช่อิ่มแพ็กใส่ถุงขายธรรมดาๆ กระทั่งได้พบกับทีมงานของเซเว่นฯ ร่วมกันพัฒนาทั้งสูตรการแช่อิ่ม แพ็กเกจจิ้ง มาตรฐานต่างๆ จนสามารถน้ำผลไม้แช่อิ่ม      แบรนด์เสวย ขายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ ได้ในปี 2542

 

“วางขายเดือนแรก ยอดขายประมาณ 3 หมื่นบาท มีท้อบ้างแต่คิดว่าไหนๆ ก็สู้แล้ว และทางเซเว่นฯ ก็ไม่ทอดทิ้ง ให้คำแนะนำตลอด จนยอดขายเพิ่มมากขึ้น ต้องจ้างคนมาช่วยทำ แต่ยังคงเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน”

จนปี 2553 ทางครอบครัวได้กู้เงินราว 40 ล้านบาทซื้อที่ดินกว่า 15 ไร่ตั้งเป็นโรงงาน แต่ต้องพบวิกฤตใหญ่ คุณพ่อเสียชีวิตกะทันหัน ธุรกิจหยุดชะงัก มีปัญหาด้านการเงินจนต้องขายทรัพย์สินบาส่วนมาเพื่อประคองให้ธุรกิจอยู่ต่อ ปัจจุบันโรงงานได้รับมาตรฐาน ระบบ GMP-HACCP มีคนงานซึ่งเป็นคนในพื้นที่กว่า 50 ชีวิต

“คนงานของเราเป็นคนในพื้นที่ มีทุกวัย เราต้องใช้แรงงานคน เพราะงานบางอย่าง เช่น การปอก การหั่น ยังต้องรักษามาตรฐาน และความสวยงาม จึงไม่สามารถใช้เครื่องจักรได้ แต่ในอนาคตมองไว้ว่าอาจจะมีการใช้เครื่องจักรในส่วนงานบางส่วน”

ปัจจุบัน แบรนด์เสวย มีผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเฟเว่น 3 ชนิด ได้แก่ มะกอกแช่อิ่มบรรจุ 130 กรัม มะม่วงแช่อิ่มบรรจุ 150 กรัม  และกระท้อนแช่อิ่ม บรรจุ 130 กรัม ขายราคาถุงละ 17 บาท ส่งให้เซเว่นฯ ร่วมกันสามชนิด 20,000-25,000 ชิ้นต่อวัน

“มะกอกเรารับซื้อจากเกษตรกรในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ อย่างในจังหวัดสุพรรณมีเกษตรกรปลูกไว้ตามคันนา มีจำนวนเท่าไหร่ก็รับซื้อหมด ใช้ประมาณ 500 ตันต่อปี มะม่วง ใช้ประมาณ 1,000 ตันต่อปี ใช้พันธุ์โชคอนันต์ เพราะมีความแข็งเฉพาะตัว และกรอบกำลังดี ในพื้นที่ อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ มีเยอะมาก และกระท้อน ใช้สายพันธุ์อีล่า และพันธุ์ปุยฝ้าย ประมาณ 200 ตันต่อปี” คุณนันบอกถึงที่มาของวัตถุดิบ

จากความพยายาม ทำให้ทุกวันนี้ แบรนด์เสวยมียอดขายทะลุ 50 ล้านบาทต่อปี โดยคุณนันตั้งเป้าไว้ที่ 100 ล้านบาทต่อปี โดยผลิตภัณฑ์ของเธอจะได้รับความนิยมในโซนภาคกลางเป็นส่วนใหญ่

สำหรับปัญหาอุปสรรคของธุรกิจนี้ คุณนันบอกว่า คือการหาวัตถุดิบ ช่วงสองปีที่ผ่านมาประสบปัญหาภัยแล้ง วัตถุดิบจึงหายาก เพราะพืชผลไม่ออกตามต้องการ ทำให้ต้องแสวงหาจากหลายๆ ที่ เพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณการผลิต

ส่วนตลาดต่างประเทศ ณ ตอนนี้กำลังการผลิตสามารถทำได้ แต่วัตถุดิบยังไม่เพียงพอ แค่ส่งขายเซเว่นฯ แทบจะทำไม่ทันแล้ว

“ผู้ประกอบการรายใหม่ที่อยากเข้าไปขายของในเซเว่นฯ อยากจะบอกว่าเซเว่นฯ เปิดกว้างโอกาสให้กับทุกคน เข้าไปนำเสนอผลิตภันฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ หากเจอปัญหาอะไรก็แล้วแต่ เราบอกได้หมด พี่ๆ ทีมงานจะช่วยชี้แนะให้อย่างดี” คุณนันทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้วันนี้คนกรุงเจอฝน 40% ของพื้นที่ แม่น้ำสายหลักระดับน้ำยังสูงต่อเนื่อง
บทความถัดไปอาชีพเปลี่ยนแปลง คนทั่วโลกเรียนรู้ภาษาเดียวกัน ผ่านโทรศัพท์เครื่องเดียว!