“ป้าเขียว” เจ้าของร้านอาหารดังศรีสะเกษ เผยเคล็ดลับความสำเร็จ “ก็แค่…อดทน”

“ป้าเขียว” เจ้าของร้านอาหารดังศรีสะเกษ เผยเคล็ดลับความสำเร็จ “ก็แค่…อดทน”

หากใครมาเที่ยวที่จังหวัดศรีสะเกษ นอกจากจะมาเที่ยวผามออีแดง ชมปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ไหว้พระดังอย่าง หลวงพ่อโต ส่วน “ร้านอาหาร” เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่เมื่อมาศรีสะเกษ แล้วได้แวะฝากท้องสักครั้ง ต้องอยากกลับมาอีก

“ร้านสีเขียว” ดีกรีเป็นถึงร้านอาหารเจ้าดังของจังหวัดศรีสะเกษ มี คุณพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือ “ป้าเขียว” วัย 64 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารอีสานพื้นเมืองแห่งนี้

ป้าเขียว เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ร้านสีเขียว เปิดมาได้ 32 ปี ชื่อร้านมาจากชื่อของป้าเขียวที่เป็นคนผิวคล้ำ  เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้เด็กประถมฯ แต่ทำได้หนึ่งปีลาออก เพราะรู้สึกว่าทำแล้วไม่ใช่ ออกมาเปิดร้านรับซักรีด ขายของชำ แต่เป็นอาชีพที่ทำแล้วเหงา จึงมีพี่ที่นับถือ มาชวนทำแจ่วฮ้อนเนื้อ ขายอยู่ 2 ปี จึงรู้ว่าลูกค้าไม่ได้นิยมทานเนื้อกันมากเท่าไหร่ เลยเพิ่มรายการอาหารอีสานเมนูอื่นๆเข้ามา สูตรอาหารทั้งหมดเป็นสูตรของป้าเขียว ผลตอบรับที่ได้ค่อนข้างดี

นางพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือป้าเขียว วัย 64 ปี

แน่นอนว่าการทำอะไรก็แล้วแต่ ย่อมมีอุปสรรค การทำร้านอาหารเช่นกัน ป้าเขียว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ทำร้านอาหารมา ไม่เคยมองว่าร้านอื่นเป็นคู่แข่งเลย คู่แข่งที่แท้จริง คือ ตัวเองกับปัญหาเล็กน้อยของลูกน้องในครัว ว่าวันนี้ลูกน้องมาครบไหม ถ้าไม่ครบต้องลงครัวเอง มีลูกค้าเข้าร้านตลอดทุกวัน รายได้ถือว่าพอเลี้ยงชีพตนเองและลูกน้องได้ดีในระดับหนึ่ง

“ เคล็ดลับความอร่อยของป้า คือ การใส่ใจในการทำอาหารเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ส่วนเคล็ดลับความสำเร็จคือ ความอดทน อดทนในเรื่องจิปาถะ ใส่ใจและให้กำลังใจลูกน้อง พอทำอย่างนี้ เขาก็เต็มใจจะทำงานให้เรา งานมันก็จะออกมาดีเอง ป้าไม่ได้คิดที่จะขยายสาขานะ มันไม่มีคนช่วย เพราะลูกป้าเขาก็ไม่ได้ชอบทำร้านอาหาร แต่จะเปิดโอกาสให้ลูกน้องที่ขยันทำงาน อยู่กับป้ามานาน ให้เขาเข้ามาบริหารร้านแทน”

ปลาเนื้ออ่อนนึ่งแจ่วและเมนูอื่นๆ

สไตล์การตกแต่งร้านเน้นการตกแต่งแบบโล่ง สบายตา เน้นโทนสีขาวและเขียว มีโต๊ะสำหรับรับลูกค้าได้ประมาณ 27 โต๊ะ และมีห้องรับรองอีก 2 ห้องใหญ่ กลุ่มลูกค้ามีทั้งคนในพื้นที่และคนจากจังหวัดอื่นๆที่แวะเวียนกันมาทาน

ป้าเขียวได้แนะนำเมนูที่ใครมาที่ร้านต้องสั่งมาทาน ไม่อย่างนั้นถือว่ามาไม่ถึง เป็นเมนูเด็ด 5 จาน ได้แก่ 1. แจ่วฮ้อน 2. อุหน่อไม้สด 3. ป่นปลาทู 4. ปลาเนื้ออ่อนนึ่งแจ่ว และ 5. ออร์เดิร์ฟอีสาน

เมนูแต่ละเมนู มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างเช่น แจ่วฮ้อน ถ้าเป็นแจ่วฮ้อนของร้านสีเขียวขนานแท้ จะเป็นแจ่วฮ้อนเนื้อวัว โดยใช้เนื้อวัวแท้เป็นวัตถุดิบ ใช้พริกและปลาร้าอย่างดีในการปรุง ทำให้อร่อย รสชาติจัดจ้าน อีกทั้งเมนูแจ่วฮ้อน ถือเป็นเมนูที่ทำให้ใครหลายๆ คนรู้จักร้านสีเขียวเลยก็ว่าได้

แจ่วฮ้อนของร้านสีเขียว ที่ไม่ได้ใส่พริก

หรือเมนู ปลาเนื้ออ่อนนึ่งแจ่ว และ ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ใช้เฉพาะปลาเนื้ออ่อนสดๆจากแม่น้ำ ทานคู่กับเครื่องเคียง อย่าง ดอกแค บวบ ฟักทอง และดอกสลิด เมนูปลาเนื้ออ่อนนี้ ร้านสีเขียวเป็นร้านเดียวในจังหวัดศรีสะเกษที่มีขาย เพราะเป็นเมนูปลาหายากและมีราคาแพง

ปลาเนื้ออ่อนนึ่งแจ่ว

โดยราคาอาหารจะเริ่มต้นที่ 120 บาท เมนูที่แพงที่สุดในร้านเป็นเมนูปลาเนื้ออ่อน ราคาอยู่ที่ 240 บาท ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจนถึง 4 ทุ่ม หากใครสนใจ อยากลองแวะไปชิมอาหารอีสานพื้นบ้านที่ร้านสีเขียว ที่ตั้งของร้าน อยู่หลังสถาบันการพละศึกษา วิทยาเขต ศรีสะเกษ ถนนทองมาก ตำบลโพธิ์ อำเภอเมือง จ.ศรีสะเกษ ต้องโทรจองโต๊ะล่วงหน้า ได้ที่เบอร์  (045) 611-589  และ (081) 593-9740

บทความก่อนหน้านี้การท่าฯ เตือนผู้โดยสาร เก็บแท็กกระเป๋าให้ตรวจ หลังขโมยฉกจากสายพาน
บทความถัดไป“สมคิด” ถก “แจ็ค หม่า” หนุนผลไม้ไทยไปจีน “มังคุด-มะม่วง” ต่อจากทุเรียน