โดน “เลย์ออฟ” ตอนห้าสิบ ตั้งหลักใหม่ เปิดครัวหน้าบ้านขายผัดไทย-วิวหลักล้าน

  1. โดน “เลย์ออฟ” ตอนห้าสิบ “ยัยไก่” ตั้งหลักใหม่ เปิดครัวหน้าบ้านขายผัดไทย-วิวหลักล้าน

ช่วงเศรษฐกิจขาลง ซมซบแทบทุกวงการ แนวทางลดค่าใช้จ่ายของแต่ละบริษัท หลักใหญ่คงหนีไม่พ้น “จ้างออก-เลย์ออฟ พนักงาน” แต่ใครคนไหน คุณสมบัติอย่างไร ถึงจะโดน “แจ็กพอต” หรือไม่นั้น คงแล้วแต่นายจ้างแต่ละแห่งหนจะพิจารณา

 คุณไก่-กนกวรรณ บุตรชาติ  ปัจจุบันอายุห้าสิบปีเศษ อดีตเคยเป็นลูกจ้างในแผนกจัดหาตัวแสดงประจำบริษัทโปรดักชั่นเฮ้าส์ชื่อดัง คร่ำหวอดอยู่ในวงการ “แคสติ้ง-Casting”  ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมานานกว่ายี่สิบปี กระทั่งเมื่อราวสองปีก่อน โดนยื่น “ซองขาว” ด้วยเหตุผลความจำเป็นทางธุรกิจ

อารมณ์แรก แม้จะ “จุก-เจ็บ” ราวกับ “โดนเท” ตอนอายุสิบห้า และต้องใช้เวลาเยียวยาอยู่หลายเดือนกว่าจะทุเลา

แต่ทุกวันนี้ เธอสามารถ “ตั้งหลักใหม่” ได้ด้วยกิจการของตัวเอง ที่ช่วยกันทำสองคนสามีภรรยา โดยดัดแปลงบ้านพักย่านชานเมือง ให้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านเล็กๆ ขายอาหารไม่กี่เมนู และตั้งชื่อเรียบง่ายว่า  “ครัวยัยไก่”  และถึงแม้กำไรที่เป็นตัวเงินจะไม่มากมายอะไร แต่กำไรที่จับต้องไม่ได้ ที่รวมเรียกว่า “ความสุข” นั้น  มีเข้ามาแทบจะทุกวันเลยทีเดียว

โต๊ะหน้าร้าน

ช่วงบ่ายวันทำงาน ไปถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย คุณไก่จึงเชื้อเชิญให้เข้าไปนั่งรอก่อน ช่วงเดินผ่านจากหน้าครัวไล่เข้าไปถึงด้านในสุด สะดุดตากับการตกแต่งร้านแทบจะทุกซอกมุม ราวกับหลุดเข้าไปในนิตยสารตกแต่งบ้านชั้นนำ ชนิดที่ว่า “แค่ดูพร็อพ…ก็เพลินแล้ว”

ด้านใน
เมนู อยู่บนมุมเท่ๆ

เมื่อเดินไปถึงโต๊ะ “ไฮไลต์” ประจำร้าน ต้องตื่นตา-ตื่นใจ อีกรอบ เพราะกรอบกำแพงหลังบ้าน ถูกเจ้าของกิจการแห่งนี้ทุบทิ้งออกหมด ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ภายนอก เป็นผืนนาสีเหลืองทองไกลสุดลูกหูลูกตา

“ร้านเรามีวิวไม่ซ้ำนะคะ เพราะนาหลังบ้านนี้ เป็นนาปรัง เจ้าของเขาทำกันทั้งปี พอเกี่ยว แล้วก็ดำ แล้วก็หว่าน” คุณไก่ที่ผละจากภารกิจมานั่งพูดคุยด้วยแบบกันเอง ชวนคุยหลังเห็นคู่สนทนาดื่มด่ำกับท้องทุ่งอยู่เนิ่นนานพอสมควรแล้ว

มุมโปรดของลูกค้า วันนั้นฝนพรำ

ก่อนเริ่มต้นให้ข้อมูล ย้อนความเป็นมาส่วนตัว เกิดจังหวัดตาก โตชัยนาท เรียนหนังสือกรุงเทพฯ แม่ขายข้าวแกง ตอนเด็กๆ เคยช่วยแม่ เลยมีฝีมือด้านอาหารอยู่บ้าง หลังเรียนจบระดับ ปวส. รู้ตัวว่าชอบการแสดง เลยไปสมัครเป็นนักเรียนการแสดงที่ “ดาราวิดีโอ” เคยได้เล่นละครมาบ้าง แต่ชอบงานเบื้องหลังมากกว่า กระทั่งเพื่อนให้ไปสมัครแผนกแคสติ้งโปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว

ทำอยู่ปีกว่าลาออกมาสมัครทำงานในแผนกเดิมแต่เป็นอีกบริษัทหนึ่ง คราวนี้ทำอยู่นานถึง 24 ปี กระทั่งราวสองปีก่อน เศรษฐกิจย่ำแย่ แทบทุกวงการได้รับผลกระทบ ทางบริษัทจึงเรียกเข้าไปคุย

คุณไก่ เจ้าของเรื่องราว

“เราคงอายุมากและเงินเดือนสูง ตอนนั้นสถานการณ์บริษัทกำลังแย่ๆ เขาเลยบอกให้พักเหอะ แต่ผู้บริหารก็ไม่ทิ้งนะ ว่างงานอยู่ 3-4 เดือน เรียกให้มาเป็นฟรีแลนซ์ ทำหน้าที่เดิมคือ แคสติ้งนักแสดง จ้างเป็นจ๊อบๆ ไป” คุณไก่ เล่ายิ้มๆ

ขออนุญาตเสียมารยาทถามถึงความรู้สึกในห้วงเวลานั้น คุณไก่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเผยด้วยน้ำเสียงหม่น

“อึ้งอยู่พักใหญ่ เพราะทำงานประจำมานานแล้ว ที่ผ่านมาทุ่มให้กับงานตลอด  พอวันหนึ่งเขาบอกให้พักงาน ยื่นเงินให้ก้อนใหญ่ก็ยังช็อก นั่งร้องไห้เลย เสียใจมากตอนเก็บของกลับบ้าน เจ็บอยู่หลายเดือน รู้สึกโดดเดี่ยว ตอนแรกโกรธออฟฟิศ เพราะได้ข่าวว่าเศรษฐกิจแย่จะมีการลดเงินเดือนก็ยังโอเคนะ แต่โดนให้ออก เหมือนโดนตุ๊ยท้อง จุกเลย ฉันทำอะไรผิด ไปต่อไม่ถูก แต่สุดท้ายต้องตั้งสติ สวดมนต์ หาที่พึ่งเยียวยาความรู้สึก”

ยอมรับว่าเจ็บปวดไม่น้อยกับชะตาในฐานะ “มนุษย์เงินเดือน” แต่คุณไก่ไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นทุกข์อยู่นานนัก เพราะหลังจากนั้นเธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการใช้ “ชีวิตคู่” กับ คุณบ๊อบ-กิตติศักดิ์ บุตรชาติ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนคู่คิดและคู่ชีวิตอย่างเป็นทางการ

ช่วยกันสองคนสามี-ภรรยา

“พอว่างงานเริ่มมองหาอาชีพอื่น ตั้งต้นจากถามตัวเองว่าชอบอะไร พอได้คำตอบ ชอบทำอาหารมาก ก็ต้องเปิดร้านอาหาร แต่ไม่เอาตามสั่ง ไม่เอาแบบต้องทำกับข้าวเยอะๆ  ประกอบกับสามี ชอบทานผัดไทย เลยสรุปกันว่าฉันจะขายผัดไทย” คุณไก่ เล่าถึงจุดเริ่ม

ได้ “เมนูหลัก” ที่คิดจะเป็นตัวชูโรงแล้ว คุณไก่จึงเสิร์ชหา “ครู” ที่จะมาถ่ายทอดวิชาให้ ซึ่งประเด็นนี้เธออธิบายว่า  ความสามารถด้านอาหารไทยนั้น  เธอทำได้ถึงตำเครื่องแกงเอง เพราะเคยช่วยคุณแม่ขายข้าวแกง มาก่อน แต่ถ้าคิดจะทำผัดไทยขาย เธออยากได้ สูตรที่ “เป๊ะ” และ “นิ่ง” เลยไปสมัครเรียนกับครูท่านหนึ่งซึ่งเคยทำอยู่ครัวการบินไทย จ่ายค่าวิชาไป 3,500 บาท ใช้เวลาครึ่งวันสามารถกลับมาทำเองได้

“สูตรที่เรียนมาสัดส่วนเป๊ะเลย อันนี้กี่กรัมๆ ส่วนผสมหลัก มีรากผักชี หอมแดง กุ้งแห้ง ปั่นเป็นเครื่องแกง ผสมกับ น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียก เกลือ ตวงได้ตามสูตรแล้วจึงนำไปเคี่ยวประมาณ  20 นาที พอเริ่มงวด ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น เก็บไว้แบ่งมาทำขายทุกวัน” คุณไก่ เผยสูตรน้ำซอสผัดไทยให้ฟังคร่าวๆ

แต่เพื่อให้รสชาติและหน้าตามีเอกลักษณ์ในแบบของเธอ คุณไก่จึงเพิ่มรสชาติลงไปในน้ำซอสให้จัดจ้านขึ้น เวลาผัดก็เปลี่ยนจากไข่ไก่มาเป็นไข่เป็ด กุ้งแห้ง-เต้าหู้-หอมเจียว จะใช้น้ำมันพืชทอด เพราะในละแวกมีลูกค้าเป็นมุสลิมอยู่หลายท่าน และสำหรับลูกค้าทั่วไป เธอจะโรยกากหมูกรอบๆ ไว้ข้างๆ ก่อนเสิร์ฟลงบนจานที่มีใบตองรองอยู่ด้านบน

ผัดไทยกากหมู “ซิกเนเจอร์” ของครัวยัยไก่

ปรุงรสและตกแต่งอาหารจานหลัก ได้เป็น “ซิกเนเจอร์” ที่ต้องการนำเสนอแล้ว เรื่องสำคัญถัดมา จึงเป็นเรื่อง “หน้าร้าน” ที่จะเปิดขาย ประเด็นนี้ คุณไก่ เล่าว่า คุณบ๊อบ มีบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งอยู่ย่านมีนบุรี แต่เดิมทำหน้าที่คล้ายโรงเก็บของ เพราะสามีเธอนั้น ทำงานเป็น “อาร์ตไดเร็กเตอร์” ประจำโปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่ง จึงมี “พร็อพ” ที่สะสมไว้ไม่น้อย

“ทำงานวงการโฆษณาด้วยกันทั้งคู่มาทั้งชีวิต มีของสะสมเยอะ เลยเอาออกมาช่วยกันตกแต่ง ตัวบ้านแต่เดิมค่อนข้างทึบและโทรม หลังคารั่วด้วย จึงต้องรีโนเวตกันพอสมควร ลงทุนไปประมาณสองแสนบาท” คุณไก่ เล่าคร่าวๆ

ส่วนที่มาของ “วิวหลักล้าน” หลังบ้านนั้น เธอบอก ตอนแรกห้องน้ำในบ้านไม่มีหน้าต่างปิด มองออกไปเห็นทุ่งนาลิบๆ รู้สึกชอบมาก คุณบ๊อบเลยตัดสินใจ ทุบกำแพงทะลุหลังบ้าน และตกแต่งในร้านให้มีบรรยากาศใกล้เคียงระเบียงริมคันนา กระทั่งกลายเป็น “มุมโปรด” ของลูกค้าแทบทุกคนที่เคยมาสัมผัส

“บรรยากาศดีจริง แต่ตอนแรกๆ ถ้าถามว่างูเยอะมั้ย เยอะมากค่ะ หนูก็เยอะ เลยตัดสินใจเลี้ยงแมว ตอนนี้ หนู  งู ยุง น้อยลงมากแล้ว” คุณไก่ บอกอารมณ์ดี

ก่อนเล่าต่อ  “ครัวยัยไก่” ชื่อร้านเรียบง่าย ที่ตั้งให้โดยสามีของเธอ ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา สำหรับลูกค้าเป้าหมายแรกที่วางไว้ คือ พรรคพวกเพื่อนฝูง และญาติพี่น้อง ที่พอจะเดินทางมาได้สะดวก

“เริ่มต้นใช้เฟซบุ๊ก เป็นสื่อ หวังขายให้คนกันเองก่อน แต่สัปดาห์แรกเพื่อนมากันน้อยมาก ของที่เตรียมไว้เหลือบานเลย ต้องทานกันเองสองคน ค่อนข้างนอยด์เหมือนกัน พอหยุดร้านจันทร์-อังคาร เปิดอีกทีวันพุธ มีเพื่อนมาช่วยทำเพจให้ ระดมถ่ายรูป ถ่ายคลิป เขียนโพสต์ ปรากฏดีขึ้น มีลูกค้าจากที่ไกลๆ มาอุดหนุนกันมากขึ้น” คุณไก่ เล่า ก่อนยิ้มปลื้ม

เปิดร้าน “ครัวยัยไก่” มาได้หลายเดือน จากวิวหลังร้านเป็นทุ่งนาสีทอง ล่าสุดเปลี่ยนมาเป็นทุ่งขี้เลนมีน้ำขังไกลสุดลูกหูลูกตา ทว่าก็ยังมีลูกค้าเดินทางมาอุดหนุนกันต่อเนื่อง น่าชื่นใจ

“มาถึงวันนี้ มั่นใจว่าร้านพอไปได้แล้ว ช่วงวันหยุดยาวของหมดตั้งแต่สี่โมงเย็น  วันเสาร์-อาทิตย์ ลูกค้าเยอะ เพิ่มของอีกเท่าหนึ่งก็หมดเกลี้ยงเลย แต่สิ่งที่ดีใจกว่าการขายหมด คือมีคนมาแล้วมาซ้ำอีก กลับมาซ้ำ หลายคนเพราะบรรยากาศ หลายคนบอกเพราะผัดไทยอร่อย แค่นี้แฮปปี้แล้ว” คุณไก่ บอกจริงจัง

เนื้อผัดใบยี่หร่า รสชาติจัดจ้าน

 

ถามถึงอุปสรรคความยากที่ผ่านมา คุณไก่นั่งนึกครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ บอก อาหารที่ขายมีกำไรไม่มาก ก็ไม่เป็นไรเพราะอาศัยได้ทานเองด้วย เครื่องปรุงผัดไทยแม้จะจุกจิกแต่สามารถซื้อเอง-เตรียมเองได้คนเดียว ส่วนสามี ทำหน้าที่ช่วยหั่นช่วยล้าง อุปสรรคที่หนักใจจนทำให้ท้อ คงมีแค่ช่วงแรกๆ ที่ลูกค้าน้อยเกินคาด แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว

“เราเป็นร้านเล็กๆ นั่งได้เต็มที่สิบกว่าท่าน แต่ละวันมีกำไรพออยู่ได้ พอทำไหว ไม่คิดใหญ่โต ล่าสุดยังบอกเพื่อนที่ช่วยทำเพจเลยว่า หยุดได้แล้ว เดี๋ยวผัดไม่ทัน” คุณไก่ บอก ก่อนหัวเราะร่วน

ปีกไก่ทอด กรอบ กลมกล่อม

เห็นอารมณ์ดีแบบนี้ จึงขอให้ส่งท้ายฝากแง่คิดสำหรับใครที่อาจตกอยู่ในภาวะเดียวกันกับเธอเมื่อกว่าสองปีก่อน

“ใครที่โดนเลย์ออฟ อยากให้ทำใจ แต่ใครที่ยังไม่โดน และหากทำงานถึงอายุห้าสิบกว่าแล้ว น่าจะมีเงินเก็บประมาณหนึ่ง ขอให้มองอนาคตไว้บ้างว่าถนัดตรงไหน ชอบอะไร ทุกวันนี้มีรุ่นน้องหลายคนมาบ่นให้ฟัง งานน้อย เงินน้อย คู่แข่งเยอะ ทุกวงการอยู่ลำบากขึ้น ขอให้เตรียมตัวกันไว้บ้าง” คุณไก่ บอกไว้อย่างนั้น

ครัวยัยไก่ ยินดีต้อนรับ

“ครัวยัยไก่”  ตั้งอยู่เลขที่ 119 หมู่บ้านชุมชนอินเตอร์ ถนนประชาร่วมใจซอย11 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510 เปิดเที่ยงวันถึงสามทุ่ม หยุดทุกวันจันทร์-อังคาร  ส่วนเมนูประจำวันมีไม่กี่อย่างแต่บอกเลยอร่อยทุกอย่าง อาทิ ผัดไทยกากหมู ปีกไก่ทอด หมูแดดเดียว เนื้อสับใบยี่หร่า หมูสับกากหมูกะเพรา เป็นต้น

สนใจอยากไปอุดหนุน เข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook/ครัวยัยไก่ : Farmer Terrace หรือ โทรศัพท์ 081-829-7748

พบกับ "คุณไก่-กนกวรรณ" อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้โดนเลย์ออฟตอนอายุ 50 เบนเข็มตั้งหลักใหม่ ด้วยกิจการเล็ก ๆ “ครัวยัยไก่”…

โพสต์โดย Sentangsedtee – เส้นทางเศรษฐี เมื่อ วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2019

 

พบกับ “คุณไก่-กนกวรรณ” อดีตมนุษย์เงินเดือน ผู้โดนเลย์ออฟตอนอายุ 50 เบนเข็มตั้งหลักใหม่ ด้วยกิจการเล็ก ๆ “ครัวยัยไก่” ผัดไทยวิวหลักล้าน
.
ได้ที่งาน สัมมนาประจำปี นิตยสารเส้นทางเศรษฐี “สู้จากศูนย์ SMEs ไทย มือใหม่ พันธุ์แกร่ง”
.
คลิก ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาฟรี! ได้ที่นี่
https://bit.ly/30wrUHx

#สู้จากศูนย์SMEsไทยมือใหม่พันธุ์แกร่ง #สู้จากศูนย์ #SMEsFighter #เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ #ค้าขายให้รุ่งยุค5จี

บทความก่อนหน้านี้เจ้าของคาเฟ่อเมซอน บอกตรงๆ “เรื่องยากสุด คือ กลัวลูกน้อง…หน้าบึ้งใส่ลูกค้า”
บทความถัดไปกรมการพัฒนาชุมชน ผนึกสถาบันอาหาร ยกระดับมาตรฐาน OTOP เป็น “สินค้าปลอดภัย”