อ.ราชภัฏฯเมืองอุบล เปิดร้านกาแฟ“ภันเต” ชูจุดขายสวนสวย-ของเก่า

 

ถ้าไปถามคนรุ่นใหม่ว่าอยากทำอาชีพอะไร เชื่อว่าจำนวนไม่น้อยคงตอบ “ร้านกาแฟ” ซึ่งแทบจะพูดได้ว่าบ้านเรามีร้านกาแฟเต็มไปหมดทุกหัวระแหงจนนับไม่ถ้วน ทั้งรายเล็กรายใหญ่ กาแฟโบราณและสมัยใหม่ มีแบรนด์และไม่มีแบรนด์ ล้มหายตายจากไปบ้างแล้วก็มี

สำหรับร้านกาแฟจำนวนมากที่ยืนอยู่ได้และมีกิจการเจริญรุ่งเรืองนั้น ส่วนใหญ่จะมีปัจจัยหลายอย่างเกื้อหนุน อาทิ อยู่ในทำเลดี กาแฟเบเกอรี่อร่อยถูกปากลูกค้า ราคาไม่เวอร์ บริการดี มีไว-ไฟ บรรยากาศดี และมีจุดเด่นแตกต่างจากร้านอื่นๆ อย่างเช่นร้าน “ภันเต” ของ คุณปนัดดา และสามี คุณจักรพงษ์ แท่งทอง อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี แถวสถานีรถไฟอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งใช้ตึกแถวโบราณตกแต่งดัดแปลงมาเป็นร้านกาเเฟและเบเกอรี่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเก่าและสวนสีเขียวร่มเย็น เหมือนอยู่ในป่าย่อมๆ อย่างไรอย่างนั้น

img_7627

 จุดเริ่มต้นจากร้านขายต้นไม้

คุณปนัดดา หรือ คุณเจี๊ยบ ย้อนให้ฟังถึงการทำธุรกิจนี้ว่า เดิมตึกนี้เป็นโรงเรียนจีนเก่า แล้วก็มาเป็นโรงเรียนอนุบาล แต่ปิดร้างมา 16 ปี จากนั้นมาทำสวน พร้อมเปิดให้พี่สาวแฟนขายกาแฟ ทำขนม ลูกค้าเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายตัวเองตัดสินใจออกจากงานประจำ ซึ่งเป็นถึงผู้จัดการโรงงานทอผ้าของนักธุรกิจเกาหลี มาช่วยดูแลร้านอีกแรง ตอนแรกพ่อแม่ก็ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าการค้าขายไม่แน่นอน

ส่วนที่มาที่ไปของชื่อร้านภันเตนั้น คุณเจี๊ยบ แจงว่า มาจากคำว่า Plantae (แพลน-เต) เป็นภาษาลาติน แปลว่า อาณาจักรพืช แต่เห็นว่าเป็นคำที่คนคงไม่รู้จัก และไม่ค่อยคุ้นหู จึงหาคำที่ใกล้เคียง คือคำว่า ภันเต เลยปรึกษากับพระอาจารย์ดู ท่านบอกว่าหมายถึง ผู้ที่เจริญแล้ว

ในการเปิดร้านกาแฟนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าเจ้าของคงทำตามเทรนด์ แต่ประเด็นนี้ คุณเจี๊ยบ อธิบายว่า “ความจริงแฟนเจี๊ยบ  อยากทำร้านขายต้นไม้ แต่คิดว่าไม่ง่ายที่จะสร้างจุดสนใจให้คนเดินเข้ามา จำเป็นต้องมีตัวดึงตัวช่วย เลยต้องมีกาแฟ มีขนม โดยแฟนเป็นคนออกไอเดียแล้วทำเองทุกอย่าง ปลูกต้นไม้ ลงอิฐ ทาสี ปูกระเบื้องเองหมดทุกอย่าง เราไม่ได้เปิดร้านเพราะมีตังค์ เราเริ่มจากศูนย์ ไม่มีเงินจ้างคนเลยต้องทำเอง รูปแบบของสวนที่นี่ เป็นป่าเขตร้อนชื้น เพราะมีเฟิร์นด้วย”

ช่วงแรกๆ นั้นทางร้านไม่ได้ขายอาหาร แต่ด้วยกระแสเรียกร้อง จึงต้องมีอาหารไว้บริการ (โทรศัพท์ (045) 269-921, (087) 716-9700)

“อยากให้ลูกค้าจบที่เดียว คือ นั่งกินข้าว แล้วต่อด้วยขนม เราขายอาหารจานเดียวง่ายๆ เช่น สเต๊ก ข้าวจานเดียว อย่าง ข้าวผัด ข้าวกะเพรา เป็นอาหารง่ายๆ ที่ไม่หนักท้องมาก เพราะลูกค้าจะได้ต่อขนมได้ ราคาก็เป็นไปตามวัตถุดิบและบรรยากาศ เช่น สเต๊ก ขายอยู่ที่จานละ 130 บาท”

 

img_7595

 เบเกอรี่โฮมเมด

อย่างที่บอก “ภันเต” มีจุดเด่นในเรื่องสถานที่และการตกแต่งร้าน ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจวัยฮอร์โมนทั้งหลาย รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ

“เราตกแต่งตามความชอบแบบนี้ เป็นการจัดตามของที่เรามี ต้นไม้แฟนก็ปลูกอยู่แล้ว ของที่นำมาตกแต่งก็เป็นของเก่าที่มีอยู่แล้ว อย่าง โค้ก แฟนสะสมตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ซึ่งจากการที่เปิดมา 5 ปี

ตอนนี้ก็อยู่ได้อย่างพอเพียง เช่น มีเงินเลี้ยงลูกน้อง มีเงินดูแลครอบครัว พนักงานที่ร้านมี 5 คน เป็นเด็กพาร์ตไทม์ เปิดตั้งแต่ 10.00-20.00 น. หยุดทุกวันจันทร์”

ในวันที่ไปใช้บริการและสนทนากับคุณเจี๊ยบนั้น เห็นมีลูกค้าทยอยเข้ามาตลอด โดยที่ตัวเธอเป็นคนลงมือปั่นน้ำผลไม้และชงกาแฟเอง เลยถามว่าไปเรียนมาจากที่ไหน เจ้าตัวบอก “ทั้งเค้กและเครื่องดื่ม ทำเองทุกอย่าง เรียนด้วย ฝึกด้วย ใช้วิธีครูพักลักจำด้วย”

ถ้าใครเคยไปจิบกาแฟหรือทานเค้กในร้านกาแฟสไตล์นี้ ย่อมรู้ว่าราคาไม่เบา หากเป็นคนที่เคยชินกับกาแฟโบราณแบบรถเข็นอาจจะทำใจลำบาก แต่ถ้าเป็นคนชอบดื่มด่ำกับบรรยากาศและนิยมใช้ไว-ไฟ ย่อมไม่สะทกสะท้าน

คุณเจี๊ยบ ระบุว่า กลุ่มเป้าหมายของร้านส่วนมากจะเป็นครอบครัว วัยรุ่น และคนทำงาน มีเกือบจะทุกกลุ่ม ด้วยราคาเราก็คัดลูกค้าในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นราคาค่อนข้างสูง ด้วยจำนวนโต๊ะ บรรยากาศ อันเป็นข้อจำกัด เพราะร้านไม่สามารถรับลูกค้าได้ครั้งละเยอะๆ เต็มที่ก็ 50 คน แต่มีข้อจำกัดตรงที่ว่าบางครั้งไม่สามารถที่จะต่อโต๊ะได้ และลูกค้าต้องเข้าใจว่า ร้านเป็น open air สูบบุหรี่ได้เฉพาะในสวน ถ้าอยากจะนั่งหน้าบ้านก็ไม่สามารถสูบบุหรี่ได้

img_7601

สำหรับราคาเครื่องดื่ม แก้วเป็นร้อยบาทก็มี กรณีที่ลูกค้าสั่งเป็นมิกซ์ปั่น ใส่วิป ใส่ปีโป้ ใส่โอริโอ จะเพิ่มราคาตามของที่ลูกค้าสั่ง แต่ถ้าเป็นกาแฟ ปกติแก้วละ 55-60 บาท ถ้าปั่นจะเพิ่มอีก 10 บาท ราคาเค้กใส่ผลไม้สดอยู่ที่ 80-155 บาท แต่ถ้าเป็นเค้กสายรุ้งขายชิ้นละ 80 บาท

ในการสั่งเมนูต่างๆ นั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ถ้าเป็นคนต่างถิ่นไม่เคยดื่มมาก่อนก็ต้องสั่งกาแฟภันเต เพราะจะเข้มกว่ากาแฟคาปูชิโน่ จุดเด่นคือ เข้มแล้วจะขมติดปาก แต่ลูกค้าประจำที่ดื่มเข้มขม จะรู้ว่า เอสเปรสโซ่ของทางร้านจะไม่เหมือนที่อื่น คือ กาแฟดำ น้ำตาล เป็นกาแฟสูตรฝรั่ง หากดื่มเข้มขม ที่อื่นอาจจะเป็นเอสเปรสโซ่ แต่ของเราเป็นภันเต ซึ่งทางร้านจะใช้กาแฟอาราบิก้าอย่างเดียว ไม่ใช้โรบัสต้า อย่างภันเตก็เป็นอาราบิก้า 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ร้านจะใช้กาแฟไทยทั้งหมด แต่อาจจะมีสูตรนั่น สูตรนี่

ลูกค้าที่มาใช้บริการร้านนี้ ส่วนใหญ่มักจะกลับมาอีก เพราะแม้รสชาติกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ จะไม่ได้แตกต่างจากที่อื่นมากนัก แต่สิ่งที่ได้มากกว่าคือ บรรยากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านอยากนำเสนอ

“อยากให้ลูกค้ารู้สึกว่ามาแล้วเหมือนกลับมาบ้าน อบอุ่น ได้สนทนาแลกเปลี่ยนกัน เหมือนญาติมาเยี่ยม เวลานั่งก็ให้ความรู้สึกที่สบายๆ ไม่ต้องมาคาดหวังว่าต้องดื่มเร็ว กลับไว อยากให้นั่งแล้วรู้สึกมีความสุขกับบรรยากาศ มีความสุขกับการละเลียดเค้กทีละหน่อย คือ ต้องการให้ลูกค้ากลับไปอย่างมีความสุข แล้วเมื่อไรที่มาอุบลฯ ก็อยากจะกลับมาร้านเราอีก เราไม่ต้องการลูกค้าเยอะ ขายดีเป็นล่ำเป็นสัน แต่ขอแค่ว่า ขายแล้วไม่ติดลบ ทางร้านไม่ต้องการให้เป็นทางการ อยากมาก็มาเลย ไม่ต้องโทรจอง อยากให้มาชิม ให้มาสัมผัสด้วยตัวเอง”

 img_7629

อนาคตฝันทำสวนญี่ปุ่น

เปิดร้านมา 5 ปี ถือว่านานทีเดียว แต่ปัญหาที่ประสบก็ยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ อย่างที่คุณเจี๊ยบ เล่า

“อุปสรรคมีเยอะค่ะ ร้อยแปดพันเก้า ที่หนักๆ เลย คือ ปัญหาเรื่องคนงาน มีความรู้สึกว่า ถ้าเราทำร้านของกิน ร้านบริการ ต้องเรื่องมากทั้งเรื่องความสะอาด สุขอนามัย และจิปาถะต่างๆ คนที่มาอยู่กับเราก็ต้องคิดเหมือนกับเรา แต่ถ้าเขาไม่ได้คิดเหมือนเราก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ การที่หาลูกน้องทีละคน เพื่อมาฝึกให้เป็น ให้รู้จักเตรียมแก้ว เช็ดแก้ว ให้สะอาด หรือเตรียมของให้ดูน่ากิน มันต้องอาศัยเวลา มองว่า เรื่องคนเป็นปัญหาสำคัญ”

แม้จะเป็นร้านกาแฟในต่างจังหวัด แต่คุณเจี๊ยบก็ยังต้องตามกระแสในกรุงเทพฯ อย่างที่เธอบอก “จะดูตามกระแสในกรุงเทพฯ ดูว่าอะไรที่อุบลฯ ยังไม่มีทำ หรือเข้ามา เราต้องสร้างความแตกต่างเพราะร้านกาแฟ เบเกอรี่ในอุบลฯ มีเยอะ แรกๆ ก็วิตกจริต แต่แฟนจะบอกตลอดว่า ต้องมั่นใจว่า เรามีอะไรดี แล้วสิ่งที่เรามี ไม่ได้ไปแข่งกับใคร เอาแค่ว่าเราอยู่ได้ และมั่นใจในสิ่งที่เราทำ ถ้าเราวิ่งตามคนอื่น เราจะเหนื่อยเอง”

สำหรับแผนในอนาคตของร้านนั้น เธอว่า “เคยมีคนถามถึงสาขาที่จะเปิด เพราะปัจจุบันเราทำเอง ไม่มีแฟรนไชส์ แต่แฟนเคยคุยว่าอยากจะให้มีภันเต มีสวน มีป่าดิบร้อน มีสวนญี่ปุ่น อยากให้มีภันเตที่มีสวนหลากหลายแบบ แต่เราจะจัดเอง อนาคตต้องดูศักยภาพด้วยว่าไหวไหม นี่คือ ความฝันของแฟน อาจจะภันเต สาขาที่ 1 มีสวนป่าดิบชื้น ภันเต สาขาที่ 2 เป็นสวนญี่ปุ่น ลูกค้าอยากจะไปชมสวนแบบไหนก็ไป”