“ห้องรับแขกของโลก” ภูมิภูเบศร -อุทยานการเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และผู้บริหารโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกันทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์หมอไทย (หมื่นชำนาญแพทยา) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ “ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ”  ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเดชะ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และอยู่ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยมี ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นผู้นำชมสถานที่

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย มีแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560 – 2564 เพื่อให้เกิดการนำสมุนไพรและภูมิปัญญาไทยไปใช้ในการดูแลสุขภาพ สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) แก่ประชาชนในการใช้สมุนไพรรักษาโรคเบื้องต้น ลดการพึ่งพิงสถานพยาบาล สร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลักดันสมุนไพรไทยเป็นอัตลักษณ์ประเทศ ภายใต้แนวคิด พึ่งตนเอง อนุรักษ์ สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยได้กำหนดให้เกิดเมืองสมุนไพรในทุกเขตสุขภาพ เพื่อให้มีการพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจร สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการให้เกิดเมืองสมุนไพร 13 จังหวัดใน 12 เขตสุขภาพ

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ จึงตอบรับนโยบายการปฏิรูประบบสุขภาพด้านการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยมีการอบรมแก่ประชาชน ผู้ป่วยและญาติ เพื่อเพิ่มทักษะกลั่นกรอง ประเมินและเลือกใช้สมุนไพรตามภูมิปัญญาในการดูแลสุขภาพ มีวัตถุประสงค์การจัดตั้งใน 3 มิติ ได้แก่ 1. พึ่งตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนดูแลอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นด้วยสมุนไพรและศาสตร์การแพทย์แผนไทย 2. อนุรักษ์ ภูมิปัญญา ศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และพันธุ์พืชสมุนไพรที่กำลังสูญหาย 3. สร้างมูลค่าเพิ่ม ให้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทยผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร ช่วยให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน และประเทศ โดยมีพิพิธภัณฑ์หมอไทย (หมื่นชำนาญแพทยา) เป็นจุดที่ให้ผู้ใช้บริการได้เห็นความสำคัญของรากฐานภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณ

ด้าน ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ภายในอุทยานการเรียนรู้ฯ ได้จัดส่วนการแสดงออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 พิพิธภัณฑ์หมอไทย (หมื่นชำนาญแพทยา) หรือ เรือนหมอพลอย หมอหลวงรัชกาลที่ 5 เป็นเรือนไม้เดิมอายุกว่า 100 ปี โดยใช้หลักแนวคิด “บ้านเป็นยา” ที่สร้างความสมดุลให้กับธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ภายในเรือนนี้มีพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวการเป็นหมอไทยสมัยก่อน เครื่องมือยา ตำรับยาโบราณ การแพทย์ 3 ระบบ พร้อมกับกิจกรรม คูณธาตุเพื่อเจียดยาปรับธาตุเฉพาะราย สูตรลับเฉพาะของหมอยาปราจีนบุรี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการจัดยาเฉพาะบุคคลแบบแผนปัจจุบันซึ่งแผนไทยมีมานานแล้ว

โซนที่ 2 สวนสมุนไพร มีการจัดสมุนไพรเรียนรู้ตามกลุ่มโรค/อาการ สมุนไพรให้สี  และสมุนไพรสีดำที่คนไทยเชื่อว่าจะช่วยขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้ออกไปได้ และ โซนที่ 3 คือ โซนไห ศูนย์รวมไห ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและในอาเซียน เนื่องจากไหจัดเป็นคลังความรู้ที่ยิ่งใหญ่ แสดงถึงความมั่นคงทางอาหารที่สำคัญ เช่น โปรไบโอติก ตามการศึกษาสมัยใหม่เรามีใช้มานานแล้วในรูปอาหารหมักดอง

นอกจากนี้ พื้นที่ยังใช้เป็นแหล่งฝึกอบรมหลักสูตรสุขภาพการแปรรูปสมุนไพรเพื่อประชาชนทั่วไปและ       หน่วยงานที่สนใจโดยมีการจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการได้ โดยเราหวังว่าที่นี่จะเป็นเสมือน “ห้องรับแขกของโลก” ในอนาคต

ดร.สุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการในพื้นที่แล้วกว่า 70% คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จสมบูรณ์จะเป็น “แลนด์มาร์ค” แหล่งใหม่ของจังหวัดปราจีนบุรี ที่ทุกคนต้องมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พร้อมเปิดให้ประชาชน รวมถึงผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน หยุดเสาร์ อาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น. ท่านที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ สามารถโทรแจ้งสำรองคิวล่วงหน้า ได้ที่ โทรศัพท์ 097-097-3582

บทความก่อนหน้านี้เวิลด์แบงก์ชี้ปี 2030 บัณฑิตตกงานพุ่ง 72 เปอร์เซ็นต์ ไทยต้องเร่งปฏิรูปการศึกษา
บทความถัดไปเปิดสองสูตรเมนูหรู! “ล็อบสเตอร์” คั่วพริกเกลือ-ผัดเปรี้ยวหวาน