อยากขอบคุณแม่…ที่ให้ลูกทั้งชีวิตและอาชีพเลี้ยงตัว

คุณปาริชาติ สุขารมย์  เป็นเจ้าของงานศิลป์สุดแสนวิจิตรบรรจง “พวงมาลัยดอกมะลิ” ที่ผลิตมาจาก “กระดาษทิชชู” วัสดุตั้งต้นที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลงานน่าทึ่ง ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง  พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ แต่เมื่อคุณพ่อของเธอ ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดตาก สมาชิกในครอบครัวจึงตามไปด้วย

หลังเรียนจบชั้น ม.3 ที่จังหวัดตาก เธอมีโอกาสย้ายกลับไปเรียนต่อสายอาชีพที่เทคนิคนครสวรรค์ กระทั่งจบระดับ ปวส. สาขาสถาปัตยกรรม ก่อนออกมาทำงานออฟฟิศ รับผิดชอบด้านคุมงานก่อสร้าง ทำงานประจำอยู่พักใหญ่จนถึงปี 2540 เกิดภาวะเศรษฐกิจ “ฟองสบู่แตก” งานการที่เคยทำมีอันต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย

จนเมื่อราวปี 2543  คุณแม่ของเธอ เปิดร้านขายดอกไม้สด ที่จังหวัดตาก รับจัดงาน-จัดแจกัน-พวงหรีด ชื่อร้าน “ดอกไม้ปาหนัน” โดยมีพี่น้องทั้ง 4 คนมาช่วยกัน ซึ่งรวมถึงตัวเธอด้วย ทำเป็นธุรกิจครอบครัว

คุณปาริชาติ สุขารมย์

“งานจัดดอกไม้ งานร้อยมาลัย เห็นมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณแม่รับจ้างร้อยมาลัยแต่งงานมานานแล้ว พวกดอกไม้ ส่วนใหญ่รับมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ทำเป็นธุรกิจในครอบครัว พอกลับมาอยู่บ้าน คิดอยากแตกไลน์ สร้างสินค้าในแบบของตัวเองบ้าง เลยพยายามเปิดดูยูทูบฝึกทำพวกถักโครเชต์เป็นกระเป๋า” คุณปาริชาติ บอกอย่างนั้น

จนอยู่มาวันหนึ่งเปิดยูทูบ เจอคลิปสอนการทำดอกมะลิจากกระดาษทิชชู อาจารย์ที่สอน ชื่อ ครูปู เป็นวิทยากรของศูนย์อาชีพกรุงเทพมหานคร (กทม.) รู้สึกสนใจมาก เนื่องจากตัวเธอนั้น เป็นภูมิแพ้เกสรดอกไม้ ยามใดที่ต้องนำพวงมาลัยสดไปถวายพระหน้ารถ มักเกิดอาการเวียนหัว หายใจไม่ออก จนขับรถแทบไม่ได้ จึงคิดอยากทำพวงมาลัยประดิษฐ์จากกระดาษทิชชู ไว้ใช้เองบ้าง เลยติดต่อขอความรู้เพิ่มเติมและซื้ออุปกรณ์บางส่วนจากครูปู มาลองทำดูทันที

“พวงแรกที่ทำออกมา เพราะต้องการนำไปไหว้พระในรถของตัวเอง จากนั้นลองทำอีกพวงไปแขวนที่ร้าน พอมีคนมาส่งริบบิ้น เขาอยากได้บ้าง เพราะลูกเขาก็แพ้เกสรดอกไม้ ขอให้ช่วยทำให้ นั่นคือครั้งแรกที่เริ่มขายได้” คุณปาริชาติ เล่าน้ำเสียงภูมิใจ เมื่อย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อราวปลายปีที่ผ่านมา

ก่อนบอกต่อ หลังจากนั้นไม่นาน มีหลายคนขอให้ทำให้บ้าง ช่วงนั้นจึงเป็นการ “ขายให้เพื่อน” ซะเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาจึงถ่ายรูปผลงานโพสต์ลงเฟซส่วนตัว เป็นระยะ และทำให้ออร์เดอร์สั่งซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดจึงไปสมัครคัดสรรโครงการโอท็อปของจังหวัดตาก และสมัครเข้าโครงการอบรมความรู้ด้านการตลาดและการยกระดับผลิตภัณฑ์กับทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

“ทางที่ปรึกษาจาก สสว. ให้แนวคิดว่าอย่ามองแค่ตลาดในประเทศ เพราะพวงมาลัยมะลินั้น มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย เมื่อทำออกมาเป็นงานประดิษฐ์แล้ว ย่อมสามารถส่งไปได้ทั่วไม่มีข้อจำกัดเรื่องความเน่าเสีย ฉะนั้น ควรคิดออกแบบให้เป็น ของขวัญ ของที่ระลึก หรือจะใช้มอบกันในงานเกษียณ นำไปตกแต่งห้องพระ เป็นต้น” คุณปาริชาติ เผยให้ฟัง

เมื่อถามถึงผลตอบแทนจากงานประดิษฐ์นี้ คุณปาริชาติ บอก หลายคนอาจมองต้นทุนถูก เพราะทำมาจากกระดาษทิชชู แต่ใช้เวลาในการทำอย่างน้อย พวงหนึ่ง 3 วัน ได้ดอกมะลิ 860 ดอก จากนั้นต้องค่อยๆ นำมาขึ้นทีละแถว ซึ่งต้นทุนวัสดุเท่าไหร่ ให้บวกเข้าไปอีก 1 เท่าแล้วค่อยตั้งราคาขาย

“ที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าข้าราชการให้ความสนใจกันมาก ส่วนใหญ่บอกจะนำไปมอบให้กับผู้เกษียณ งานประดิษฐ์นี้เป็นการสืบสานงานพวงมาลัยของไทย เชื่อว่าน่าจะชื่นใจคนรับ เพราะคนทำนั้นทำด้วยความตั้งใจเต็มร้อย” คุณปาริชาติ บอก

ปัจจุบัน“พวงมาลัยดอกมะลิ” ที่ผลิตมาจาก “กระดาษทิชชู” มีหลายขนาด ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยไล่ไปจนถึงหลักพัน ตลาดมีความต้องการไม่น้อย โดยเฉพาะช่วง “เทศกาลวันแม่”ในปีนี้ มีออร์เดอร์จากหลายจังหวัด ส่วนใหญ่สั่งไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง

“ช่วงนี้มีออร์เดอร์เยอะ พี่น้องมาช่วยกันทำทั้งบ้าน คุณแม่ก็มาช่วยด้วยค่ะ แม้ท่านป่วยอยู่ พอรู้ว่าลูกมีงานเร่งท่านจะนั่งบนเตียงช่วยทำดอกมะลิ”คุณบุ๋ม บอกอย่างนั้น

ก่อนเล่าต่อ  คุณแม่ของเธอชื่อทรงจิตร ปัจจุบันอายุ 76 ปี  พื้นเพเป็นคนอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ แม่เป็นคนขยัน ชอบค้าขายตั้งแต่เล็กๆ เมื่อแต่งงานกับคุณพ่อประโยชน์ สุขารมย์ ซึ่งได้บรรจุเป็นข้าราชการที่จังหวัดตาก จึงได้ย้ายปักหลักที่จังหวัดตาก ตั้งแต่ปีพ.ศ.2515

“คุณพ่อรับราชการกระทรวงเกษตรฯ ชอบปลูกต้นไม้ เลยปลูกต้นดอกมะลิ -กุหลาบในพื้นที่ว่างบริเวณหน้าบ้าน แม่มักเก็บดอกมะลิมาร้อยเป็นพวงมาลัยสำหรับไหว้พระแล้วนำไปฝากแม่ค้าในตลาดขาย เพื่อที่จะมีรายได้เข้ามาในบ้าน ช่วยคุณพ่ออีกทาง  แม่ยังสอนลูกๆให้หัดทำงานตั้งแต่ยังเล็ก ลูกทุกคนเมื่อกลับจากโรงเรียนหลังจากทำภารกิจส่วนตัวแล้วต้องมาช่วยกันร้อยอุบะสำหรับมาทำพวงมาลัย คนละ1ตะกร้าก่อน แล้วถึงจะไปเล่นได้”คุณบุ๋ม เล่าวิชาดีๆที่ได้รับมาจากคุณแม่ของเธอ

กระทั่งลูกๆเรียนจบกันหมด  คุณแม่จึงเปิดร้านขายดอกไม้ของครอบครัว ใช้ชื่อ “ร้านดอกไม้ปาหนัน” มาจนถึงปัจจุบัน แต่ก่อนที่จะมีร้านเป็นเรื่องเป็นราว สมัยที่คุณแม่ของเธอยังอายุไม่มาก เคยเปิดแผงลอยขายดอกไม้สด ไม่มีทำเลชัดเจน แอบขายตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อยๆ

“พ่อเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย เงินเดือนน้อย ลูกเยอะ ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน แม่ฝึกให้พวกเราทำงานได้หลายๆอย่าง แม่ อนุญาตให้ลูกๆไปเล่นได้ แต่เล่นเสร็จแล้วต้องกลับมานั่งทำงาน”คุณบุ๋ม เล่าวัยเด็ก

ก่อนเผย  ทุกวันนี้สุขภาพของคุณแม่เธอเริ่มแย่ลง เพราะไตเสื่อม แต่ท่านยังไม่อยากฟอก ขอรักษาแบบ    ประคับประคองไปก่อน  และถึงแม้จะนอนพักบนเตียง แต่ท่านจะคอยถามไถ่ หากรู้ว่ามีออร์เดอร์พวงมาลัยมะลิทิชชู่  ท่านจะพยายามลุกขึ้นมาช่วยทำ เท่าที่กำลังจะพอไหว

“ดีใจ ที่เกิดมาเป็นลูกแม่ และอยากขอบคุณแม่ที่ให้ทั้งชีวิตและวิชาอาชีพเลี้ยงตัวมาถึงทุกวันนี้”คุณบุ๋ม บอกความรู้สึกของลูกคนหนึ่งในโอกาส “วันแม่”เวียนมาถึง