ดื่มแล้วต้องไม่ขับ ถ้าจำเป็นต้องสังสรรค์ เรียกใช้ U Drink I Drive

U DRINK I DRIVE (ยูดริงก์ ไอไดรฟ์) คือ ธุรกิจให้บริการ “พนักงานขับรถ” คอยทำหน้าที่ขับ “รถของลูกค้า”กลับให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น

มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก อยู่ที่ “”นักดื่ม” ทั้งชาย-หญิง

สำหรับจุดเริ่มต้นของกิจการนี้ เกิดจากแนวคิดของผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นนักธุรกิจไฟแรง ที่ตระหนักตรงกันถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย

จึงเกิดแรงบันดาลใจที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิต หวังลดจำนวนอุบัติเหตุที่
เกิดขึ้นบนท้องถนน ที่จากสถิติพบว่าประเทศไทยนั้น มีอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก


คุณพีท – จิรายุ พิริยะเมธา
หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง U DRINK I DRIVE  พกพาบุคลิกมั่นใจสไตล์คนรุ่นใหม่  มาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยอ่อนน้อมเป็นกันเอง เริ่มต้นว่า เจ้าของแนวคิดการทำธุรกิจในแบบ  U DRINK I DRIVE คือ คุณสิ – สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์ เพื่อนวัยไล่เลี่ยกันแต่ต่างสถาบัน โดยตัวเขานั้นจบการศึกษาปริญญาตรีด้านการบริหารเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ธุรกิจหลักของครอบครัว คือ การบริการรถลีมูซีนให้กับหน่วยงาน-องค์กรต่างๆ ภายใตต้ชื่อ บริษัท ลีมูซีน เอ็กซ์เพรส จำกัด

ส่วนคุณสิ เจ้าของไอเดียนั้น ช่วงศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นั้นได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับ “แผนธุรกิจบริการคนขับรถ” ออกไปรับนักท่องเที่ยวยามราตรีที่มักมีการดื่มแอลกอฮอลล์กันอยู่เป็นประจำ หวังช่วยลดอุบัติบนท้องถนน

หลังจากที่คุณสิ ทำงานวิจัยแล้วเสร็จ จึงนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกันในหมู่เพื่อน บอกถึงแม้จะไม่ใช่ความคิดใหม่ เพราะในต่างประเทศมีการทำกันมาบ้างแล้ว แต่เมืองไทยยังไม่มีใครทำ ก่อนชักชวนเขา ซึ่งที่บ้านมีธุรกิจลีมูซีนอยู่แล้วให้มาร่วมลงทุนร่วมกัน

ซึ่งช่วงเวลานั้น ราว 2 ปีก่อนหน้านี้ คุณพีท เรียนจบปริญญาตรีพอดี จึงอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง ทั้งยังเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ “”อุดมการณ์”ของธุรกิจที่เสนอมา

“ก่อนจะเข้ามาร่วมลงทุน คิดว่าประเทศไทยควรมีธุรกิจแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะจากประสบการณ์ตรง  มีทั้งเพื่อนและคนรู้จัก ต้องเสียอนาคตเพราะเมาแล้วขับกันหลายราย บางคนถึงขั้นโดนไล่ออกจากงาน ต้องกลายเป็นคนตกงานอยู่นานกว่าจะหางานใหม่ได้”คุณพีท ย้อนจุดเริ่ม

และว่า ธุรกิจ U DRINK I DRIVE เปิดตัวมาได้ 3 ปีกว่าแล้ว ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นอยู่ 4 คน คือ  ตัวเขา  คุณสิรโสมย์ คุณอภินรา ศรีกาญจนา  และ คุณอัครเดช ประกิตสุวรรณ แบ่งหน้าที่กันไปตามความถนัด โดยตัวเขาเองนั้น ดูแลด้านการคัดเลือกพนักงานขับรถ และบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ เป็นหลัก

“ช่วงแรกดำเนินธุรกิจด้วยความยากลำบาก เพราะในเมืองไทยยังเป็นเรื่องใหม่  พอโฆษณาออกไป    คนเข้าใจว่าเรา คือ อูเบอร์ หรือ รถลีมูซีนที่เรียกรถไปส่งบ้าน แต่ไม่ใช่ เราคือบริการส่งพนักงานขับรถไปขับรถของลูกค้า เพื่อพากลับบ้านอย่างปลอดภัย

หลายคนสงสัยอีก  จะให้ใครมาขับรถ ปลอดภัย ไว้ใจได้หรือเปล่า รถของเขาราคาแพงจะไว้ใจได้อย่างไรว่าจะไม่ทำเสียหาย  แล้วขับรถของเขาเป็นหรือ พวกเราจึงต้องทำการบ้านกันอย่างหนักเพื่อทำให้ลูกค้ามั่นใจ”คุณพีท เล่ายิ้มๆ

 ผู้ร่วมก่อตั้ง U DRINK I DRIVE เล่าให้ฟังต่อว่า ช่วงเริ่มต้นเมื่อราว 2 ปีก่อน กิจการของพวกเขา มีพนักงานขับรถอยู่ 2 คน เป็นชาย 1 หญิง 1 เพราะยังหาลูกค้าแทบไม่ได้ การจะจ้างโชเฟอร์รอไว้หลายๆคน     คงเป็นการแบกค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น

“มีเสียงคัดค้านที่บั่นทอนจิตใจหลากหลาย พวกเขาบอกธุรกิจนี้ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ก่อนอธิบายเหตุผล ผับปิดพร้อมกันตอนตี 2 คนขับหนึ่งคนวิ่งได้อย่างมากรอบเดียว ส่วนค่าบริการสูงพอกับค่าเหล้า   ใครจะยอมจ่าย แถมใครไม่รู้มาขับให้ ปลอดภัยหรือเปล่า สรุปเจ๊งแน่นอน ทุกคนคิดอย่างนี้”คุณพีท เล่าประสบการณ์ในอดีต

แม้จะเป็นธุรกิจที่ไม่น่าไปได้สวยในสายตาใครหลายคน แต่หลังจากเปิดบริการได้ไม่ถึงปี ปรากฎผลตอบรับดีมาก มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยเดือนละกว่า 300-400  เที่ยว  ส่วนใหญ่เป็นการบอกต่อผ่านนการโพสต์ การแชร์ในโซเซียลมิเดีย

จนทำให้กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ทุกวันนี้  U DRINK I DRIVE มีพนักงานขับรถทั้งหมด 70 คน วิ่งให้บริการเดือนละกว่า  2,500 เที่ยว ธุรกิจมีอัตราการเติบโต 30 เปอร์เซ็นต์ และมีลูกค้าใช้บริการซ้ำไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

“ทุกวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง  แต่เป้าหมายยังอีกไกล เพราะดูจากตัวเลข 7 วัน อันตราย คนเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุยังไม่เคยลดลง จึงต้องทำงานกันต่ออีก เพื่อทำให้ตัวเลขนี้ลดลงอย่างจริงจัง แต่ต้องยอมรับยังมีคนไม่รู้จักหรือยังไม่กล้าใช้บริการของเราอีกเป็นจำนวนมาก”คุณพีทท บอกจริงจัง

เมื่อถามไถ่ถึงขั้นตอนการคัดเลือก “โชเฟอร์” ที่ต้องไปให้บริการลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับเอ ถึง เอบวกคุณพีท ซึ่งดูแลงานด้านนี้โดยตรง อธิบายว่า รับผู้ชายและผู้หญิง อายุระหว่าง 30-40 ปี เพราะมีวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสม  จากนั้นจึงให้ทำแบบทดสอบออนไลน์ วัดว่ามีความรู้ด้านเส้นทางมากน้อยขนาดไหน ถ้าได้คะแนนเกิน 60 เปอร์เซ็นต์  จะเรียกเข้ามาสัมภาษณ์

โดยบทสัมภาษณ์เป็นในเชิงจิตวิทยา เพื่อวัดว่าเป็นคนอย่างไร เพราะไม่ใช่แค่ต้องการคนเก่ง แต่ต้องการคนจิตใจดีด้วย เพราะต้องมั่นใจว่าเมื่อพวกเขาอยู่กับลูกค้าแล้วลูกค้าจะปลอดภัย

“ผมสัมภาษณ์พนักงานขับรถเองเป็นพันคนแล้ว  ซึ่งไม่ง่ายเลยในการคัดเข้ามา และเมื่อผ่านรอบสัมภาษณ์จะให้ลองขั้นตอนการทำงาน เป็นสถานการณ์จริงและสถานการ์สมมติ เสร็จแล้วจึงมีการสอนขับรถที่หลากหลายรุ่น แต่ละรุ่นมีเกียร์ที่แตกต่างกัน จากนั้นให้ลองขับ โดยมีสูตรให้ถอยจอดเข้าซองภายในครั้งเดียว จากนั้นถึงให้ไปวิ่งบนถนนจริง มีเส้นทางที่กำหนดไว้ และมีการประเมินคะแนนว่าขับรถเป็นอย่างไรบ้าง ตัดคะแนนที่เกรดเอเท่านั้น”คุณพีท บอกอย่างนั้น

 

เมื่อถามถึงอุปสรรคปัญหากว่าจะช่วยกันนำพาธุรกิจมาถึงวันนี้ คุณพีท นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนบอก การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นเรื่องยาก  หลายคนเคยเมาแล้วขับมาเป็นสิบปี อยู่มาวันหนึ่งจะให้เขามาเสียเงินกับการบริการโชเฟอร์ไปขับรถของเขาคงไม่ง่ายนัก  จึงต้องพยามยามแสดงให้เห็นว่า การใช้การบริการของเรามันสบายกว่า และผลดีที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่กับตัวคุณคนเดียว

“ เรื่องความเข้าใจและการเปิดใจของลูกค้าต้องใช้เวลา จึงค่อยๆทำไปในแบบของเรา แต่ยังดีที่มีสื่อให้ความสนใจบ้าง ประกอบกับลูกค้าที่ใช้บริการแล้วบอกต่อทำให้ฐานลูกค้าขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” คุณพีท บอก อย่างนั้น

ผู้บริหารหนุ่ม อธิบายเกี่ยวกับการใช้บริการ U DRINK I DRIVE  ให้ฟังว่า  มีแอพพลิเคชั่นทั้งในระบบไอโอเอส และ แอนดรอยด์ คล้ายการเรียกของรถของ “อูเบอร์”  โดยมีข้อมูลให้กรอกตอนสมัคร แต่ใครที่ไม่อยากโหลดแอพฯ สามารถเข้าทางเว็บไซต์ได้ ไปกรอกข้อมูลหน้าเว็บ

หรือลูกค้าที่ไม่ชอบเทคโนโลยีสามารถโทรศัพท์ผ่าน Call Center ได้ พนักงานขับรถจะไปถึงภายในประมาณครึ่งชั่วโมง แต่หากเป็นวันศุกร์-เสาร์ คนใช้บริการมีจำนวนมาก บางครั้งอาจเต็มบ้าง เพราะค่อนข้างคาดเดายากว่าแต่ละวันจะมีผู้ใช้บริการมากน้อยเท่าไหร่ แต่มีสูตรคำนวณจากประสบการณ์อยู่ว่า ความน่าจะเป็นของการใช้งานในแต่ละวันต้องใช้พนักงานเท่าไหร่ หากไม่พอจริงๆจะเรียกใช้พนักงานจากบริษัทลีมูซีน เอ็กซ์เพรสฯ มาช่วยเสริม

“ธุรกิจนี้ลงทุนหลายอย่าง แค่ระบบซอร์ฟแวร์ ก็หลักหลายล้านบาทแล้ว อีกทั้ง ออฟฟิศ คอลเซนเตอร์ เครื่องแต่งกาย การประกัน แต่เราคืนทุนตั้งแต่ปีแรกแล้ว และโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายซีเอสอาร์ของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายยี่ห้อ เพราะพวกเขาอยากตอบแทนสังคมบ้าง

นอกจากนั้นแล้วยังมีบริษัทใหญ่ อย่าง โตโยต้า ซัมซุง ฮอนด้า และ มูลนิธิเมาแล้วไม่ขับ มาทำงานร่วมกัน พวกเขาอยากส่งเสริมธุรกิจแบบนี้ให้แข็งแรง ต้องขอบคุณที่ทำให้เรามาไกลขนาดนี้”คุณพีท บอกจากใจริง

ก่อนฝากทิ้งท้ายว่า

“เคยคิดมาตั้งแต่เด็กว่าถ้าสามารถทำอะไรเพื่อสังคมได้คงเท่มากๆ และเชื่อว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องมีคุณค่าอะไรบางอย่างให้กับผู้บริโภค ถ้าทำสิ่งที่มีคุณค่าแล้ว เดี๋ยวเงินก็ตามมาเอง”

 

เกี่ยวกับ U DRINK I DRIVE

นโยบายการให้บริการ

พนักงานขับรถทุกคนถูกกำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80กม/ชม บนทางปกติและไม่เกิน100 กม/ชม บนทางพิเศษตลอดการให้บริการ

หากมีความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดของพนักงานขับรถของบริษัท ระหว่างการให้บริการ ลูกค้าจะได้รับการดูแลความเสียหายจากบริษัทเอเชียประกันภัยในวงเงินสูงสุด ถึง 1,000,000 บาท

อัตราค่าบริการ

เริ่มต้นที่ 500 บาท กิโลเมตรที่ 5-25 เพิ่ม 50 บาท ทุกๆ 5 กิโลเมตร
กิโลเมตรที่ 25-35 เพิ่ม 100 บาท ทุกๆ 5 กิโลเมตร และ 35 กิโลเมตรขึ้นไป เพิ่ม 300 บาท ทุกๆ 5 กิโลเมตร

 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทรศัพท์ 091-080-9108 เว็บไซต์WWW.UDRINKIDRIVE.CO.TH

 

ภาพประกอบจาก Facebook/U drink I drive

บทความก่อนหน้านี้“มิสเวลคัม” นางกวักยุค 4G มหาเลิฟ-มหารวย-มหาไลก์
บทความถัดไปดวงประจำวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ราศีใดคู่หมั้นคู่สมรสนำลาภมาให้-ราศีใดได้ข่าวดีจากเรื่องร้าย