“มิสเวลคัม” นางกวักยุค 4G มหาเลิฟ-มหารวย-มหาไลก์

ภาพชินตาทั่วไป “นางกวัก” วัตถุมงคลรูปร่างเหมือนผู้หญิง มักแต่งกายด้วยชุดไทยประดับประดาเครื่องทอง นั่งคุกเข่าแบบเทพธิดา ทำท่ายกมือขึ้นกวัก

และตามตำนานความเชื่อ นางกวักนั้นเป็นเทพี “กวักเรียก” ความเป็นมงคลและโชคลาภมายังผู้ครอบครองบูชา ส่งผลให้บรรดาเจ้าของธุรกิจร้านค้าไทยน้อยใหญ่ นิยมบูชาไว้ในร้านของตนกันมาแต่ไหนแต่ไร

ล่วงเข้ายุค 4G นางกวักแบบชินตาดั้งเดิม ได้ถูกนักออกแบบรุ่นใหม่ ทำการลดทอนรูปลักษณ์และปรับเปลี่ยนสัญลักษณ์บางอย่างให้เข้ากับยุคสมัย

ก่อนตั้งชื่อเรียกขานให้เป็นสากลว่า “มิสเวลคัม”

ซึ่งคอลเล็กชั่นแรกที่ถูกนำมาทดลองตลาด เสนอขายทางออนไลน์ สุดท้ายสามารถขายได้หมดภายในครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

คุณไผ่-ปัญจพล กุลปภังกร และ คุณนก-ธันย์ชนก ยาวิลาศ สองนักออกแบบวัยสามสิบเศษ หุ้นส่วนผู้ผลิตและจำหน่าย “มิสเวลคัม” ช่วยกันแนะนำตัวให้รู้จักพอสังเขป ทั้ง 2 คนจบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านการออกแบบจากประเทศอังกฤษ ก่อนแยกย้ายไปทำงานตามสายที่ตัวเองถนัด เพิ่งกลับมารวมตัวกันทำงานด้านศิลปะ ในนาม This means That Studio (ดีส มีนส์ แดท สตูดิโอ) เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว

“พวกเราสนใจในเรื่องของภาษาการออกเเบบและความเชื่อของคนไทย โดยมีการนำมาตีความและใส่ดีไซน์ใหม่ลงไปให้มีความร่วมสมัย” คุณไผ่ เกริ่นอย่างนั้น

ก่อนเล่าต่อ ช่วงเริ่มต้นกิจการดีส มีนส์ แดท สตูดิโอ ราวปี 2557 พวกเราสนใจสร้างผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้านเป็นงานศิลป์ที่มีแนวคิดบางอย่างแฝงอยู่ กระทั่งลงตัวกับคำว่า Welcome – เวลคัม ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “ยินดีต้อนรับ”

“อยากให้ของแต่งบ้านของเรา มีคำว่า เวลคัม ซ่อนอยู่ข้างใน แต่ต้องมีความเป็นไทยแฝงอยู่ จึงเริ่มทำการวิจัยด้วยการเดินไปตามท้องถนนเลย ซึ่งตอนนั้น สตูดิโอของเราอยู่เสาชิงช้า มีร้านสังฆภัณฑ์เยอะมาก ทุกร้านจะมีสิ่งหนึ่งตั้งอยู่ คือ นางกวัก เป็นสัญลักษณ์การเชื้อเชิญสิ่งดีๆ เข้าสู่ร้าน เลยได้ไอเดีย นางกวักนี้แหละ มีกลิ่นอาย ความหมายของคำว่าเชื้อเชิญอยู่ข้างใน ถ้าตัดเรื่องความเชื่อออกไป นางกวัก ก็เป็นเหมือนของแต่งบ้านชิ้นหนึ่งดีๆ นี่เอง” คุณไผ่ อธิบายที่มา

เมื่อได้ไอเดียในการสร้างงานแล้ว ทั้ง 2 หุ้นส่วนจึงมองหา “ช่างฝีมือ” ให้มาช่วยแกะแบบ ขึ้นรูปทำแบบ ก่อนใช้เรซิ่นหล่อออกมาเป็นงานศิลป์ “มิสเวลคัม” คอลเล็กชั่นแรก จำนวน 15 ชิ้น ขนาดฐาน 10×10 เซนติเมตร สูง 15 เซนติเมตร ตั้งราคาขายไว้ที่ชิ้นละ 1,850 บาท

“มิสเวลคัม ในแบบของเรา ทรงรวมคล้ายกับนางกวักทั่วไป แต่มีการลดทอนสิ่งไม่จำเป็นออก เปลี่ยนไอคอน เพื่อเปลี่ยนความหมายให้เข้ากับยุคปัจจุบันมากขึ้น เช่น ใส่แว่นกันแดด ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ซึ่งแทนค่าความร่ำรวยในสมัยปัจจุบัน” คุณไผ่ อธิบายอย่างนั้น

เกี่ยวกับผลตอบรับ มิสเวลคัม คอลเล็กชั่นแรก สองเจ้าของไอเดีย ช่วยกันเล่าว่า ด้วยงานศิลป์ในแบบพวกเขานั้นเป็นงาน “ทำมือ” ทุกขั้นตอน ทั้งยังเป็นช่วงทดลองตลาด จำนวนที่ผลิตออกมาได้จึงมีไม่มาก มีเพียง 15 ชิ้นเท่านั้น แต่จากการนำไปเสนอขายทางออนไลน์ ปรากฏมีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อหมดภายในครึ่งชั่วโมง

“ลูกค้าคนแรกเป็นศิลปินชาวฮอลแลนด์ เคยใช้ชีวิตอยู่เมืองไทย เขาอาจไม่เข้ารู้ลึกซึ้ง แต่เคยเห็นนางกวักมาก่อน และเมื่อมิสเวลคัม มีไอคอนอะไรบางอย่างที่เข้าใจได้ เช่น แว่นตา กระเป๋า เลยซื้อไปแต่งบ้าน”คุณไผ่ บอกอย่างนั้น

หลังจากผลตอบรับแรกผ่านไปด้วยดี ทั้งสองจึงมองหาช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น และทยอยออกคอลเล็กชั่นที่ 2 และ 3 ตามมา ล่าสุด มิสเวลคัมทั้ง 3 คอลเล็กชั่น มีวางจำหน่ายตามคอนเซ็ปต์สโตร์ ประมาณ 11 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และมีที่ต่างประเทศคือ สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน อีกด้วย

แต่ถึงแม้จะมีออร์เดอร์เพิ่มขึ้น แต่ผู้ผลิตยังคงความเป็นงาน “ทำมือ” อยู่ทุกชิ้น โดยร่วมงานกับช่างปั้นฝีมือระดับประเทศ โดยคอลเล็กชั่นที่ 3 ประจำปี 2017 นี้ มีการปรับเปลี่ยนแบบให้มีความอ่อนช้อยดูทันสมัยขึ้น และปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้น ฐาน 15×15 สูง 20 เซนติเมตร ส่วนวัสดุยังคงเป็นเรซิ่นเหมือนเดิม แต่ผสมสีใหม่เลียนแบบหินอ่อน ตั้งราคาขายชิ้นละ 3,490 บาท

ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบ คุณไผ่ บอก ช่วงแรกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แต่ระยะหลังเป็นลูกค้าคนไทยมากกว่า ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่ซื้อไปเป็นของขวัญอวยพรให้กันตอนเปิดร้านใหม่ และกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบของตกแต่งบ้านแนวใหม่ ที่ไม่ได้มีวางขายแพร่หลายมากนัก และลูกค้าบางรายที่มีความเชื่อความศรัทธานำไป “ลงของ” ก็มี

ถามถึงอุปสรรคในการทำธุรกิจนี้ คุณไผ่ บอก น่าจะเป็นเรื่องของกระบวนการผลิต เนื่องจากไม่ใช่งานปั๊มจากโรงงาน ต่อเดือนจึงสามารถผลิตออกมาได้น้อยชิ้นและจำนวนจำกัด ซึ่งงานฝีมือจะไปเร่งทำไม่ได้ ทำให้ไม่ค่อยสมดุลกับความต้องการของลูกค้า

This means That Studio (ดีส มีนส์ แดท สตูดิโอ) เจ้าของไอเดีย “มิสเวลคัม” ยังมีผลิตภัณฑ์ของแต่งบ้าน ที่นำเรื่องราวที่เคยชินมาเล่าเรื่องใหม่ได้เก๋ไก๋หลากหลายรูปแบบ

สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มได้จาก www.thismeansthatstudio.com และ Facebook/This.means.That

 

บทความก่อนหน้านี้ชวนไป“น่าน” สัมผัสเส้นทาง “อันซีน” ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
บทความถัดไปดื่มแล้วต้องไม่ขับ ถ้าจำเป็นต้องสังสรรค์ เรียกใช้ U Drink I Drive