ตลาดเมืองลีล “เมืองหลวง”ของตลาดนัดมือสอง

พาคนไปเดินตลาดต่างแดน ถ้าเว้นตลาดนี้ไว้นี่อายเขาแย่เลย

ตลาดนัดมือสองเมือง Lille หรือ Lille Flea Market ชื่อเมืองออกเสียงแบบฝรั่งเศสว่า “ลีเลอะ” ออกไปเลยชัดๆ แบบนี้แหละ ไม่มีทางผิด ฉันรับรอง ถ้าจะปล่อยเสียง “เลอะ” ให้มันแผ่วลงนิดหนึ่ง ก็จะสวยงามยิ่ง

เมืองลีลอยู่ตอนเหนือของฝรั่งเศส ติดพรมแดนเบลเยียม มีพลเมืองในเมืองแค่ 200,000 กว่า แต่ถ้ารวมเมืองพื้นที่โดยรอบเข้าไปด้วยก็มีล้านกว่า ใหญ่เป็นอันดับ 4 รองจากปาครี หรือปารีส (Paris) ลีอง หรือลียง (Lyon) และมักเซย หรือมาร์แซย์ (Marseille)

ทั้งหมดนี่ออกเสียงแบบฝรั่งเศส ซัดเข้าไปเต็มหน่วงอย่างมั่นใจเลยคุณ ไม่ต้องกลัวผิด ฉันรับรอง มาเมืองเขาต้องหัดออกเสียงแบบเขา เขาจะเอ็นดู ไปไหนมาไหนเขารัก ซื้อของเขาลดให้ ยืนยัน

ลีลเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปวัฒนธรรม มีบ้านเรือนสมัยศตวรรษที่ 17 มีถนนปูด้วยหินที่เก่าแก่พอกันที่ยังยืนสวยงามอยู่แน่นเมืองจนทุกวันนี้ เขารักษาไว้ในสภาพเดิมและยังใช้อยู่อาศัยสัญจรเป็นปกติ น่าชื่นชมมากนะคุณ

ลีลยังเป็นเมืองมหาวิทยาลัยด้วย ใครมีลูกมีหลานส่งไปเรียนจะดียิ่ง เพราะค่าครองชีพไม่แพงนัก และเมืองสวยงามมาก เสาร์อาทิตย์ข้ามไปเที่ยวเบลเยียมได้สบาย

แต่ก่อนเก่านั้นเป็นเมืองค้าขาย แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้วนะ ออกจะขึ้นชื่อเรื่องศิลปวัฒนธรรมมากกว่า แต่กิจกรรมหนึ่งที่สืบทอดยาวนานมาแต่ครั้งก่อน คือตลาดนัดเมืองลีลนี่แหละ

ตลาดนัดมือสองเมืองนี้มีหลายแห่ง จัดกันทุกเสาร์อาทิตย์ แต่ที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรนั้นต้องตลาดนัดมือสองประจำปีแห่งเมือง หรือที่เขาเรียกว่า Grande Braderie de Lille (กรองด์ บราเดอะครี เดอ ลีเลอะ-เผื่ออยากฝึกไปโชว์พราวด์) ซึ่งจะจัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น ในเดือนกันยายนซึ่งเป็นเดือนที่อากาศแจ่มใส มีแดดสวย แต่ไม่ร้อน เขาจัดแค่ 2 วัน ปีนี้จะจัดวันเสาร์ที่ 2 และอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนกันยายน

Grande Braderie de Lille จะเรียงรายตามสองข้างถนนเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ลดเลี้ยวไปตามตรอกซอกซอย เกาะเกี่ยวไปกับอาคารน้อยใหญ่ มีต้นไม้ครึ้มคอยให้พักเป็นระยะๆ จัดเป็นตลาดนัดใหญ่ที่สุดในยุโรป และอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก

ฉันไม่เคยวัดเอาจริงเอาจังเสียทีว่าตลาดนัดเมืองนี้ กับตลาดมือสอง Rose Bowl ที่เมืองพาซาดีนา (Pasadina) อเมริกา ที่ฉันไปบ่อยๆ นั่นอันไหนใหญ่กว่ากัน ฉันออกจะคิดว่าที่อเมริกาใหญ่กว่าหน่อยนะ เพราะใช้สนามกีฬาอเมริกันฟุตบอล และท้องทุ่งขนาดมหึมา มาจัดกันเลยทีเดียว

แต่ถ้าเป็นตลาดในเมืองแบบเดิมๆ ฉันว่าของเมืองลีลนี่แหละใหญ่สุดแล้ว เรื่องความเก่าแก่ก็น่าจะไม่เป็นสองรองใคร เพราะมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1127 หรือเกือบ 900 ปีแล้ว

 

การจะเปิดตลาดนี่จะเป็นการเป็นงานที่ทุกคนเฝ้ารอ ขนาดที่นายกเทศมนตรีของเมืองจะต้องออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง นักท่องเที่ยวจากหลากหลายสารทิศก็จะคอยจ้องวันเพียง 2 วันนี้ โรงแรมอะไรต่อมิอะไรเต็มหมด ปีนี้เขากะจะมีคนมาเกือบ 3 ล้านเทียวนะคุณ

 

ลีล เลยถูกเรียกว่าเป็น เมืองหลวงของตลาดนัดมือสอง

คนมาเดินตลาดเมืองลีล เขาจะบอกว่าเขามาหาเพชรในตม หรือที่ภาษาฝรั่งเศสเรียก perle rare หรือหาของแปลก ของหายาก ที่จะระดมมาจากทั่วโลกเพื่อขายในเทศกาลนี้

เที่ยวเมืองลีล นอกจาก Grande Braderie de Lille แล้ว ยังมี “moules frites” หรือหอยนางรมทอดกับเฟรนช์ฟรายด์ เป็นอาหารขึ้นชื่อ เขากินกันเป็นเรื่องเป็นราว มีหอยสดๆ มากองให้สั่งๆๆๆ กันจุใจ มาเมืองนี้แล้วไม่กินเจ้านี่ถือว่าอย่ามาเหอะ

เดินเที่ยวตลาดนัดแบบมีเสียงเพลงคลอ อาคารบ้านเรือนสวยงามตลอดระยะหลายกิโลฯ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นานา สวยงามละลานตา ของเก่า งานศิลปะ วัตถุโบราณ เครื่องประดับบ้าน โอย มากมายมหาศาลค่ะคุณ

เริ่มเดินได้ตั้งแต่บ่ายๆ ไปจนถึงใกล้เที่ยงคืน อากาศดีมาก เย็นนั่งแวะจิบไวน์กับอาหารพื้นบ้านที่จะมีคนมาปรุงใหม่ๆ สดๆ ฟังเพลงจากนักดนตรีหลากหลายแนวที่เรียงรายเล่นตลอดเส้นทาง แค่นี้ก็ฝันแล้วคุณ

 ปอลิง สำหรับคนไทยที่มาเที่ยวแล้วจะต้องกลับบ้าน กรุณาระวังน้ำหนักข้าวของให้จงหนัก ตอนซื้อน่ะสนุกมาก ตอนชั่งน้ำหนักกระเป๋านี่ร้าวรานใจยิ่ง พึงระวัง