อดีตเด็กเกเร ทำงานตั้งแต่จบม.6 เหตุผลง่ายๆ อยากให้ครอบครัวสบายขึ้น

อดีตเด็กเกเร ทำงานตั้งแต่จบม.6 เหตุผลง่ายๆ อยากให้ครอบครัวสบายขึ้น 

คุณปัง-สุธานา ยันต์ทอง วัย 20 กว่าปี ปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการ ข้าวมันไก่สิงคโปร์ By เชฟปัง กรุณาสละเวลามาถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมากว่าจะมีวันนี้ ให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟัง ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นว่า คุณพ่อเป็นคนสุพรรณฯ คุณแม่เป็นคนหนองคาย ส่วนตัวเขาเกิดและโตที่กรุงเทพฯ เป็นพี่ชายคนโต มีน้องสาว 1 คน

“ตอนเด็กๆ ค่อนข้างเกเร พอจบ ม.6 ไม่เรียนต่อ อยากหางานทำ เริ่มต้นจากเป็นเด็กเสิร์ฟในโรงแรม ตอนนั้นเห็นผู้จัดการใส่สูท เลยอยากใส่บ้าง เขาบอกถ้าอยากเป็นผู้จัดการโรงแรม ต้องจบเมืองนอก เลยขอที่บ้านไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย แต่สุดท้ายก็เรียนไม่จบ เพราะมุ่งแต่ทำงานเก็บเงินอย่างเดียว ตลอด 4 ปี” เจ้าของเรื่องราว ย้อนความทรงจำ ให้ฟังอย่างนั้น

ฐานะทางบ้านไม่ถึงกับขัดสนขนาดส่งเสียให้เรียนต่อระดับปริญญาตรีไม่ได้ ทำไมไม่เรียนต่อ คุณปัง เล่ายิ้มๆ

“พ่อเป็นครูอยู่ต่างจังหวัด ส่วนแม่ทำงานบริษัทในกรุงเทพฯ พวกเราเช่าห้องเล็กๆ อยู่กัน ผมเห็นแม่ ต้องตื่นแต่เช้า รีบแต่งตัวไปทำงานทุกวัน เลยอยากหารายได้ มาทำให้แม่ได้อยู่บ้านดีๆ อยากทำให้ฐานะครอบครัวของเราดีขึ้น”

คุณปัง-สุธานา ยันต์ทอง เจ้าของเรื่องราว

ตอนไปที่ออสเตรเลีย ยาก-ง่าย ยังไง คุณปัง เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ใช้เงินที่บ้านประมาณ 300,000 กว่าบาท พอไปถึงก็เข้าทำงานในร้านอาหารอย่างเดียวเลย ทำตั้งแต่เช้ายันมืด ส่งเงินกลับมาให้แม่เดือนละ 30,000 บาท ทำอยู่ 4 ปี พอวีซ่าหมด มีเงินเก็บก้อนหนึ่ง จึงบินกลับบ้าน

เมื่อมีวิชาครัว กลับมาพอตัว คุณปังจึงสมัครเข้าทำงานประจำ ในครัวทำอาหารสำหรับคนไข้ ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง หลังจากนั้น ได้ทำงานในครัวจีนของร้านอาหารสไตล์สิงคโปร์ ช่วงเวลานี้เอง ที่เขาได้เฮดเชฟท่านหนึ่ง ช่วยสอนการทำข้าวมันไก่สิงคโปร์ เขาจึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์นับปี

กระทั่งตัดสินใจ เปิดร้านของตัวเอง ใช้แบรนด์ว่า ข้าวมันไก่สิงคโปร์ By เชฟปัง เมื่อราว 2 ปีที่แล้ว

“ตอนนั้นผมกับแฟน ทำงานประจำด้วยกันทั้งคู่ แต่แฟนผมบอก ถ้าคนหนึ่งทำงานประจำ คนหนึ่งต้องทำธุรกิจ เพราะจะได้ประคองกัน ผมเลยลาออกมา เพราะเงินเดือนน้อยกว่าเขา” คุณปัง เล่าก่อนหัวเราะร่วน

ร้านสาขาแรก ย่านสะพานควาย

เริ่มต้นกิจการของตัวเอง สาขาแรกย่านสะพานควาย แต่ตรงกับช่วงเวลาของการแพร่ระบาดโควิด จำไม่ได้แล้วระลอกที่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่จำได้แม่นคือ 4 เดือนแรก ขายแทบไม่ได้ เพราะคนยังไม่รู้จัก ไม่เคยได้เข้ามาลองชิม จึงต้องใช้ความอดทน กัดฟันประคับประคองไป

 

“ช่วงแรกขายไม่ได้ ตอนนั้นก็ท้อแต่กัดฟันสู้ เพราะเห็นหน้าพ่อ-หน้าแม่ น้องสาว แฟน แววตาพวกเขายังมีความหวังในตัวเรา คิดว่าต้องทำได้ เพราะลองเอาไปให้กิน ก็บอกว่าอร่อย น่าจะไปได้ ถ้ามีคนรู้จัก พอถอยออกมาดูปัญหา จึงเห็นว่ายังติดแค่คนยังไม่รู้จัก เลยจ้างคนมาช่วยโปรโมต ช่วยชิม หลังจากนั้น เกิดการบอกต่อปากต่อปาก ลูกค้าเพิ่มขึ้นตามลำดับ” คุณปัง เล่าเสียงเรียบ

สงสัยว่า มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารหลายอย่าง ทำไมเลือกเปิดร้านข้าวมันไก่สิงคโปร์ คุณปัง แจงที่มาให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เขาเคยเห็นข้าวมันไก่สิงคโปร์ ที่ขายในห้างสรรพสินค้า ราคาขายต่อจานค่อนข้างแพง แต่เพราะมีประสบการณ์ในการทำมาก่อน จึงทราบว่าต้นทุนไม่สูงมากนัก ฉะนั้น ไม่ต้องขายแพงก็ได้

คนต่อคิว

“ทำเลแรกที่ไปเปิด คือ ย่านสะพานควาย มีออฟฟิศ คอนโดฯ ขึ้นเต็มไปหมด และมองว่าพนักงานบริษัท จะมีเงินเดือนประมาณหนึ่ง แบ่งเงินมากินข้าวกลางวันมื้อหนึ่งน่าจะไม่เกิน 100 บาท ซึ่งผมเลือกใช้วัตถุดิบดีๆ อย่าง ไก่ออร์แกนิก แต่ปรับต้นทุนลงให้พนักงานบริษัทส่วนใหญ่เข้าถึงได้ เลยตั้งราคาไม่แรง แบบจานหนึ่ง 100 บาทมีทอน ซื้อน้ำได้ด้วย” คุณปัง เล่ามาอย่างนั้น

กระซิบถามยอดขายทุกวันนี้ คุณปัง เจ้าของกิจการ เผยว่า 2 สาขา คือ ที่สะพานควาย และย่านพร้อมพงษ์ ยอดขายรวมกันตกวันละ 40,000-50,000 บาท หักค่าใช้จ่ายแล้ว เดือนหนึ่งๆ เหลือถึงหลักแสนบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ

เมนูในร้าน

“ผมชอบทำอาหาร เมนูที่ทำออกมาขายก็ต้องชอบก่อน ตอนแรกที่เปิดร้านไม่เน้นเงินอะไรมาก กะว่าอย่างน้อยกลับบ้านมายังมีข้าวกิน แต่พอร้านเติบโตดี ภูมิใจที่มีกิจการของตัวเอง เศรษฐกิจที่บ้านก็ดีขึ้น ได้กินข้าวกับพ่อแม่ มีแฟน เลี้ยงหมา ชีวิตมีความสุขแบบเรียบง่าย” คุณปัง บอกอย่างนั้น