เปิดเคล็ดลับทำธุรกิจแบบ “อาฟเตอร์ยำ” ให้เป็นร้านยำปั๊มแตก

เปิดเคล็ดลับทำธุรกิจแบบ “อาฟเตอร์ยำ” ให้เป็นร้านยำปั๊มแตก 

“ทำธุรกิจด้วยใจ ยังไงก็ชนะ” คือสิ่งที่ คุณแต๋ง-กฤษฎ์กูล ชุมแก้ว หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน After Yum ยึดมั่นและทำให้เห็นมาตลอด 4 ปี จากการชวนเพื่อนมาเปิดร้านยำเล็กๆ ในปั๊มน้ำมัน ปัจจุบันอาฟเตอร์ยำเติบโตขึ้นมากจากเด็กแรกเกิด ตอนนี้เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่พร้อมพัฒนา เห็นได้จากการเปิดตัวน้ำยำ-น้ำปลาร้า ที่สร้างยอดสั่งซื้อถล่มทลาย แถมได้วางจำหน่ายในกรูเมต์ มาร์เก็ต และภายใต้ After Yum Group ก็มีด้วยกันถึง 7 บริษัท 

โดยคุณแต๋ง ได้แชร์เคล็ดลับทำธุรกิจแบบอาฟเตอร์ยำ ในงาน Digital SME Conference Thailand ให้ฟัง พร้อมมาอ่านกันแล้วหรือยัง 

1. แก้ Pain Point

Pain Point ของอาฟเตอร์ยำ มี 2 ข้อ คือ อยากลอง และ หายอยาก ลูกค้าหลายคนอยากลองทานอาฟเตอร์ยำมาก แต่อาจติดเรื่องการเดินทางหรือที่ตั้งร้านไกลเกินไป คุณแต๋งจึงแก้เกมให้ลูกค้าหายอยาก ด้วยการออกโปรดักต์ น้ำยำ-น้ำปลาร้า สูตรเดียวกับหน้าร้านที่ใช้เวลาพัฒนาสูตร 2 ปี

โดยเริ่มไลฟ์ขายผ่านเพจ After Yum จนสร้างยอดขายถล่มทลาย อีกทั้งยังได้วางจำหน่ายในกรูเมต์ มาร์เก็ต อีกด้วย และสินค้าล่าสุดคือ ผงชุบทอดปรุงรส ซึ่งใช้เวลาพัฒนานานถึง 25 เดือน ก็สำเร็จแล้วเช่นกัน

2. จับลูกค้าทุกกลุ่ม

 

ปัจจุบันร้านอาฟเตอร์ยำ มีลูกค้าผู้หญิง 80% และลูกค้ากลุ่มรอง ผู้ชายกับเด็ก 20% ซึ่งลูกค้ากลุ่มรองนั้น ไม่ได้ชอบกินยำแซ่บๆ แต่มาร้านเพราะติดตามแฟนหรือคุณแม่มานั่งทาน แม้จะเป็นกลุ่มรองแต่คุณแต๋งก็ใส่ใจ โดยเสิร์ฟเมนูทางเลือก เช่น เอาหมูทอดมาโปะไว้บนยำ เพื่อตอบโจทย์ 

3. ทำธุรกิจด้วยใจ ไม่ขึ้นราคานาน 3 ปี

ในช่วงที่ข้าวของขึ้นราคา อาฟเตอร์ยำแบกภาระต้นทุน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมูสามชั้น จากเดิมกิโลละ 150 บาท ขึ้นเป็นกิโลละ 300 กว่าบาท หรือแซลมอน ราคาต้นทุน 400 กว่าบาท มะนาวก็ราคาสูง เมื่อทำออกมาเป็นยำ 1 จาน รวมต้นทุน 500 กว่าบาท แต่ร้านยังขายราคาเดิมคือ 399 บาท โดยไม่ขึ้นราคามานาน 3 ปี เพราะหัวใจบอกว่าไม่เป็นไร สู้ด้วยใจ จนลูกค้าถึงกับเอ่ยปากให้ขึ้นราคา

4. ทำตัวเองให้เป็น Trend Center

เทรนด์ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ส่งผลถึงปัจจุบัน และกำหนดทิศทางอนาคต คุณแต๋ง บอกว่า ต้องทำตัวเองให้เป็น Trend Center อย่าตามเทรนด์ และมักคิดนอกกรอบเสมอ จนวันนี้จากแม่ค้าขายยำ วันหนึ่งกลายเป็นสปีกเกอร์ พูดให้ความรู้

และสุดท้าย คุณแต๋ง ได้สรุปปัจจัยแห่งความสำเร็จไว้ว่า ต้องมีด้วยกัน 2 อย่าง คือ เก่ง ใส่ใจใส่รายละเอียด ลงทุน ทุ่มเท ทำทุกอย่างด้วยชีวิตและหัวใจ และ เฮง คือจังหวะและโอกาส

และทุกๆ ความสำเร็จล้วนเกิดมาจากความพยายาม แต่ทุกความพยายามไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จ เพราะฉะนั้น เรียนรู้ที่จะแพ้ ลองผิด ลองถูก ลองทำซ้ำๆ ให้เป็นนิสัยจนเป็นลมหายใจ แล้วจะได้ในสิ่งที่ต้องการ และเมื่อลงสนามอะไรก็ตาม ต้องประเมินสถานการณ์ ถ้ามีโอกาสชนะแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ก็พร้อมสู้