โควิด พ่นพิษ ร้านเวดดิ้งเกือบไม่รอด ต้องย้ายร้านเข้าบ้าน โชคดีมีลูกค้าตามมาอุดหนุน

โควิด พ่นพิษ ร้านเวดดิ้งเกือบไม่รอด ต้องย้ายร้านเข้าบ้าน โชคดีมีลูกค้าตามมาอุดหนุน

ตัวเลขอายุที่ขยับสูงขึ้น บ่งบอกให้รู้ว่า เวลาเกษียณคืบคลานเข้ามาใกล้ ฉะนั้น ในวันที่ยังมีแรงมีพลัง คุณกิตติ นุชชม จึงมองหาอาชีพเสริม สร้างความยั่งยืนที่สามารถตอบโจทย์รายได้แม้วัยพ้นผ่านพนักงานลูกจ้าง

“หวังสร้างอาชีพเสริมไว้เลี้ยงตัวเอง แม้ในวันที่ต้องก้าวออกจากงานประจำ พอดีเพื่อนสนิทเปิดร้านเวดดิ้งมาก่อน เขาเห็นตลาดไปได้ดี จึงชักชวน ประกอบกับเรามีฝีมือด้านเย็บผ้าปักผ้า ชอบความละเอียด ส่วนความรู้เรื่องบริหารจัดการ หาแหล่งวัตถุดิบ ติดต่อช่างตัดเย็บ หรือรายละเอียดอื่นๆ ต้องยกความดีให้เพื่อน เพราะเขาสอนทุกอย่าง บวกกับเราใช้เวลากับการเสพโซเชียล เรียกว่าต้องดูให้มากๆ ให้เห็นว่าเขาทำกันอย่างไร”

หลังหาทำเลเหมาะตั้งร้านได้แล้ว จึงตกแต่ง ติดป้ายชื่อ ร้านชุดแต่งงานนนทบุรี By NS. A พร้อมจัดเตรียมชุดบ่าวสาว ชุดไทย และอุปกรณ์เกี่ยวข้องรอต้อนรับลูกค้า

“เงินลงทุนหลักๆ จะหมดไปกับชุด และการตกแต่งร้าน แต่ค่อยๆ ทยอยลง จำได้ว่าก้อนแรก 400,000 บาท ก้อนที่สอง 500,000 บาท ก้อนที่สาม 200,000 บาท รวมๆ แล้ว 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งปลายปีแรกก็มีกำไรแล้ว เพียงแต่ธุรกิจนี้ต้องลงทุนเรื่อยๆ ฉะนั้น ถ้าพูดถึงจุดที่เริ่มมีเงินเก็บจะอยู่ประมาณปลายปีที่ 2 ของการทำธุรกิจ”

ดังได้บอกว่า คุณกิตติมีความรู้ด้านงานผ้า ทั้งการเย็บ การปัก ส่งผลช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก ยกตัวอย่าง การปักชุดไทย หากจ้างช่างตกชุดละ 35,000 บาท แต่เมื่อปักเองต้นทุนอยู่ที่ 20,000 บาท นอกจากปักผ้าได้สวยงามถูกใจเจ้าสาวแล้ว สายตาในการเลือกผ้าแต่ละชิ้นเพื่อส่งไปตัดเย็บ ยังเฉียบคม

“การทำธุรกิจถ้าพึ่งตัวเองได้มากเท่าไร จะลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มากเช่นกัน และงานบางอย่าง เช่น การปักชุดไทยศิวาลัย ต้องอาศัยความละเอียดสูงมาก ดังนั้น พอทำเองได้ เราจะพิถีพิถัน ตั้งแต่เลือกวัสดุ อย่าง ปล้อง มุก จากไต้หวัน คริสตัล คุณภาพดี เพื่อให้ผลงานออกมาสวยและทรงคุณค่าไปนานๆ และสำคัญคือ ส่งผลต่อการตัดสินใจเช่า”

กับการทำธุรกิจนี้ คุณกิตติ ว่า สิ่งที่ต้องตามให้ทันคือ เทรนด์ ซึ่งผู้นำเทรนด์ที่ควรจับตามอง คือ ดารา นักแสดง และเพื่อให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ต้องให้ความสำคัญกับสื่อโซเชียล

“เราเปิดร้านพร้อมๆ กับการเปิดเพจ เพราะดูแล้วว่าช่องทางนี้สร้างโอกาสกับธุรกิจ ต้องยอมจ่ายค่าโปรโมต ตกเดือนละ 1-2 ครั้ง และต้องอัพเดตภาพบ่อยๆ เรายังมีการจัดจ้างนางแบบเพื่อถ่ายงาน แล้วโพสต์สู่สายตาสาธารณะ ซึ่งถือว่าสำเร็จ ลูกค้าหลักของ ร้านชุดแต่งงานนนทบุรี By NS. A มาจากโซเชียล เฉลี่ยเดือนละ 10-15 ราย ส่วนแพ็กเกจที่เตรียมไว้ต้อนรับลูกค้าเริ่มตั้งแต่ 19,000-45,000 บาท”

“การทำธุรกิจในตอนนั้นถือว่าเติบโตดีมาก อยากได้อะไรซื้อได้เลย มีเงินใช้ มีเงินเก็บ แต่พอโควิดมาเท่านั้นแหละ เซเลย พยายามเลี้ยงร้านให้รอดนะ เพราะมียอดจองเข้ามา แต่ติดตรงลูกค้าไม่สามารถจัดงานแต่งได้ เรารั้งร้านโดยยอมจ่ายค่าเช่าอยู่ 1 ปี เงินเก็บถูกดึงมาใช้ ยอมรับว่าเครียดและท้อมาก จนคิดว่าคงไม่ไหวแล้ว ต้องเซ้งร้านแล้ว”

“แต่พอปรึกษาเพื่อน และพี่สาว เขาบอกอย่าปิดเลย พร้อมเสนอทางออก ให้ย้ายร้านมาอยู่ที่บ้าน ตอนนั้นลังเลมาก แต่สุดท้ายตัดสินใจต่อเติมพื้นที่ลานจอดรถ และสวนข้างบ้าน สร้างเป็นลักษณะโฮมออฟฟิศ ใช้งบประมาณไป 100,000 กว่าบาท” คุณกิตติ เล่าเสียงหม่น

 

จากการตัดสินใจครั้งนั้น ถือเป็นหนทางที่ถูก เพราะนอกจากไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเช่าเดือนละ 18,000 บาทแล้ว การบริหารจัดการง่ายขึ้น อีกทั้งลูกค้าให้ความไว้วางใจ ถึงขั้นยอมจ่ายเงินก้อนทั้งหมดในวันจอง เพราะเชื่อว่าผู้ประกอบการจะไม่หนีหายไปไหน

“พอเราเลือกที่ทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยตัวเอง ทำให้ต้นทุนลดลง กำไรอยู่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ดูตัวเลขแล้วอาจมองว่ามาก แต่ว่าอาชีพนี้ผู้ทำต้องใช้พลังสูง ต้องอดทนกับเวลาทำงานซึ่งแตกต่างจากคนอื่น และด้วยเราทำแบบครบวงจร ไม่ใช่แค่บริการชุดแต่งงาน แต่มีแต่งหน้าบ่าวสาว ทำผม ถ่ายพรีเวดดิ้ง ทำทุกอย่างให้ครอบคลุม เราจึงต้องมีพลังมากพอ”

นับมาถึงวันนี้ 5 ปีแล้ว กับร้านชุดแต่งงานนนทบุรี By NS. A และด้วยสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แม้จะยังทำยอดขายได้ไม่เท่าเดิม แต่ส่งผลให้เกิดความอุ่นใจได้ว่าโอกาสดีๆ กำลังเดินกลับเข้ามาเยือนอีกครั้ง คุณกิตติจึงยิ่งให้ความสำคัญกับการบริการ โดยเฉพาะ ความซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมา และตรงเวลา เพราะนี่คือหัวใจของผู้ให้บริการ

ติดต่อร้านชุดแต่งงานนนทบุรี By NS. A เฟซบุ๊ก ชุดแต่งงานนนทบุรี จ.นนทบุรี และเพจเฟซบุ๊ก ร้านชุดแต่งงานนนทบุรี By NS. A – สาขา 2 หรือ โทร. 062-590-5622 (คุณนุ)