เด็กทุนกยศ. อายุน้อยร้อยอาชีพ ก่อนมาเจอ ขนมปังกรอบ นมเนยหนึบ พลิกชีวิต

เด็กทุนกยศ. อายุน้อยร้อยอาชีพ ก่อนมาเจอ ขนมปังกรอบ นมเนยหนึบ พลิกชีวิต 

BenPan Bangkok (เบนปัง บางกอก) แบรนด์ ขนมปังกรอบ นมเนยหนึบ กว่า 13 รสชาติ ที่เวลานี้มีวางขายในร้านสะดวกซื้อ 3-4 พันสาขาทั่วประเทศ ทั้งยังขึ้นแท่นเป็นสินค้าขายดีไปเรียบร้อยแล้ว แถมล่าสุดยังสร้างชื่อระดับอินเตอร์ ส่งไปขายไกลถึงไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย และอีกหลายประเทศ คือ ธุรกิจของ คุณเบนซ์-ทรงวุฒิ เยือกเย็น ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี สาขาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร

แต่กว่าจะมีอย่างที่เห็นวันนี้ บอกเลย ล้มลุกคลุกคลาน ดราม่า มีเสียน้ำตา มาแล้ว ไม่รู้เท่าไหร่

นับจากนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อาสาพาไปสัมผัสเรื่องราวชีวิต-ธุรกิจ รสชาติเข้มข้น ไม่แพ้ขนมปังกรอบ     นมเนยหนึบ เลยทีเดียว

“เป็นเด็กยากจน โตมาแบบค่อนข้างขาดแคลน เลยเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เพื่อส่งตัวเองเรียน ก่อนหน้านี้ ทำมาแล้วหลายอย่างมาก จนมีคนเรียกว่า อายุน้อยร้อยอาชีพ” คุณเบนซ์ เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนหัวเราะอารมณ์ดี

และคุยให้ฟังต่อ การที่เขาเข้ามาเรียนต่อในวิทยาลัยดุสิตธานีได้ ก็เพราะเงินกู้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

คุณเบนซ์-ทรงวุฒิ เยือกเย็น

“ต้องขอบคุณ กยศ. จริงๆ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่ได้เรียนที่วิทยาลัยดุสิตธานี และถ้าไม่ได้เรียน ขนมปังนมเนยหนึบ อาจไม่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ก็ได้ เพราะการได้ทุนของ กยศ. ช่วยให้มีเวลาทุ่มเทให้กับการเรียน การฝึกงาน และทำอย่างอื่นนอกจากหาเงินเพื่อจ่ายค่าเทอมได้” คุณเบนซ์ บอกอย่างนั้น

บอกตัวเองดังๆ ต้องทำให้ตัวเองร่ำรวย

ด้วยความที่ต้องดิ้นรนมากกว่าเด็กวัยเดียวกัน คุณเบนซ์ ยอมรับว่า เวลานั้น ความสนใจในชีวิตของเขา มีแต่คำว่า “ทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ร่ำรวย” ช่วงเรียน “ตาข้างหนึ่ง” จึงมองหาวิธีการทำอย่างไรให้รวย อยู่ตลอดเวลา

กระทั่งราวปี 4 ได้เรียนวิชาไฟแนนซ์กับบัญชี เละเรียนเรื่อง Future Value ที่ทำให้รู้ว่า มูลค่าของเงินในปัจจุบันกับเงินในอนาคตไม่เท่ากัน เงินมีการเสื่อมค่า คนจะรวยได้ เพราะมีการลงทุน เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เขา มองเห็นระบบธุรกิจ และบอกตัวเองดังๆ “จะไม่ทำงานประจำ เมื่อเรียนจบออกไป ต้องค้าขาย และทำให้ตัวเองร่ำรวย”

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ชายหนุ่มเจ้าของเรื่องราวท่านนี้ สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตธานีแล้ว จึงได้ตระหนักว่า ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้อาศัยแค่สินค้า เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจและการตลาดด้วย

ลองแล้วจะติดใจ

“ขายของมาแล้ว หลายร้อยอย่าง ตั้งแต่อสังหาฯ บ้าน รถ แต่ไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง เพราะไม่มีความเข้าใจในธุรกิจนั้นๆ ทำเพราะอยากรวยอย่างเดียว ลงทุนโดยขาดความรู้ความเข้าใจ สุดท้ายไม่เหลืออะไร ช่วงที่ขายตรง เป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่แสนกว่าบาท รถที่มีก็โดนยึด” คุณเบนซ์ ย้อนเหตุการณ์ครั้งนั้น

ก่อนเผยเสียงหม่น

“เคยไปขายของที่ตลาดนัดก็เจ๊ง เพราะทำแต่สินค้า ทำ ปลาแดดเดียว ขนมเปี๊ยะ คอหมูกรอบ ของอร่อยมาก แต่การตลาดไม่ดี ก็ตายจบจากไป ทุกอย่างเป็นแบบนี้หมด”

หากจะเป็นหนี้ ต้องเป็นหนี้ ที่ก่อเกิดรายได้

แม้โชคชะตาแห่งความมั่งคั่ง ยังไม่ยอมเข้าข้าง แต่ด้วยความมานะ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จึงทำให้ชายหนุ่มผู้นี้ เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ อยู่ลิบๆ

“ช่วงที่ทำบราวนี่ เป็นเจ้าแรกๆ เริ่มขายในออนไลน์ พอเริ่มทำการตลาดบน Facebook ยิงโฆษณา เหมือนสินค้าที่ใช่ได้เจอกับการตลาดที่ถูกต้อง เลยโตเร็ว ตอนนั้น วิ่งส่งบราวนี่เอง ทำเองทุกขั้นตอน รับออร์เดอร์กลางคืน เช้าอบบราวนี่ กลางวันไปส่ง จนหลังจากนั้นส่ง Kerry มีตัวแทนจำหน่าย” คุณเบนซ์ เล่า แววตาภูมิใจ

เมื่อเริ่มจับทางธุรกิจถูก ขนมปังกรอบ นมเนยหนึบ จึงเกิดขึ้น คุณเบนซ์ได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ รวมถึงทักษะการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ไม่คาดฝัน

ขนมปังกรอบ นมเนยหนึบ

“ตอนกิจการขนมปังกรอบ เริ่มดี มีลูกค้าเข้าคิวรอถึง 6 เดือน จึงเห็นโอกาสขยายธุรกิจ เลยไปกู้แบงก์ มาซื้อเตาปิ้งเพิ่มตัวละ 7-8 แสนบาท เจ้าของโรงงานผลิตเตา ให้ผ่อน 3 เดือน ผ่อนเดือนที่ 2 จู่ๆ มีรถตู้สีขาวมาจอดหน้าบ้านที่เช่าอยู่ มีเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลงรถมา เอาหนังสือสั่งปิดกิจการมายื่น เพราะเพื่อนบ้านโทรไปแจ้ง บ้านเราส่งกลิ่น สร้างไอร้อน และทำเสียงดังรบกวนตลอดเวลา” คุณเบนซ์ เล่าถึงเรื่องราวความทุกข์ ในครั้งนั้น

 

ก่อนบอกแบบไม่อาย

“นั่งร้องไห้ ก่อนไปที่สำนักงานเขต ขอต่อรองเวลาย้ายออกอีก 7 วัน ผู้ใหญ่เขาเอ็นดู ให้เพิ่มเป็น 14 วัน เลยต้องรีบหาที่อื่นเช่า ขับรถไป ร้องไห้ไป ไม่มีอะไรพร้อมสักอย่าง พอได้โรงงาน ต้องมาเซตใหม่หมด ทั้ง อย. ระบบบำบัดน้ำเสีย ค่าเช่าต้องยืมเงินน้องๆ ที่เป็นตัวแทนขาย เพราะธนาคารไม่ให้กู้ ดีที่มีความรู้เรื่อง Food Safety จากที่เรียนมา ช่วยให้โรงงานเป็นรูปเป็นร่างขึ้น” คุณเบนซ์ เผยอย่างนั้น

และกว่า ขนมปังกรอบ นมเนยหนึบ ของเขา จะเริ่มส่งออกได้ ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี เพราะการขอ GMP HACCP (ตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานอาหาร และการผลิตที่ปลอดภัย) นั้น ต้องใช้เอกสารในการตรวจสอบไม่น้อย

ภูมิใจ

ถึงวันนี้ ธุรกิจปังกรอบ นมเนยหนึบ สามารถสร้างยอดขายได้ปีละเกือบร้อยล้านบาท และพาให้เขามาถึงจุดร่ำรวย อย่างที่ตั้งใจแล้ว แต่คุณเบนซ์ เจ้าของเรื่องราว ยังอยู่บ้านเช่า โดยเขาบอกถึงเหตุผล เหตุใดยังไม่ซื้อบ้านเป็นของตัวเอง

“ได้เรียนรู้จากการทำธุรกิจกับเจ้าของเอสเอ็มอีอื่นๆ เขาสอนเรื่องของไลฟ์สไตล์ ถ้าวันหนึ่งเราขับเบนซ์ จะไม่รู้สึกอยากกลับมาขับรถญี่ปุ่น ถ้าเราขยายไลฟ์สไตล์ให้สูงขึ้น แล้ววันหนึ่งธุรกิจไม่เป็นใจ การเงินไม่เป็นใจ มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก เราจะลดไลฟ์สไตล์ตัวเองลงมายากมาก”

“ดังนั้น ยิ่งใช้ชีวิตเรียบง่ายมากเท่าไหร่ เราจะมีรายได้เพิ่ม ซึ่งสามารถสะสมเงินนั้นแล้วไปลงทุน และถ้าวันหนึ่งเงินนั้นนำให้เกิดสินทรัพย์ เกิดอสังหาฯ ที่ก่อรายได้ขึ้นมามากพอ ค่อยมาขยายไลฟ์สไตล์ก็ได้” คุณเบนซ์ บอกจริงจัง

ก่อนฝากทิ้งท้าย ฝากไว้แบบเน้นๆ

“ถ้าหากจะเป็นหนี้ ต้องเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่ใช่หนี้ที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ แต่ชีวิตที่ไม่มีหนี้ ผมว่าดีที่สุดนะ”