อาชีพเล็กๆ ทำได้คนเดียว ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคู ราดกะทิสด ขายสาย บ่ายหมด

อาชีพเล็กๆ ทำได้คนเดียว ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคู ราดกะทิสด ขายสาย บ่ายหมด
อาชีพเล็กๆ ทำได้คนเดียว ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคู ราดกะทิสด ขายสาย บ่ายหมด

อาชีพเล็กๆ ทำได้คนเดียว ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคู ราดกะทิสด ขายสาย บ่ายหมด 

 “….วันนี้หมดแล้ว ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ คุณพี่…”

เสียงแม่ค้า ตะโกนบอกผู้โดยสารนั่งด้านหลังของรถเก๋งคันโต ที่มาจอดเทียบหน้าร้าน และกดกระจกลงถามหา ข้าวเกรียบปากหม้อ 2 ชุด

หลังรถลูกค้าแล่นออกไปด้วยความผิดหวัง เราเลยสงสัย ยังไม่บ่ายโมง หมดแล้วหรือ

แม่ค้าท่านเดิม ยิ้มกว้าง บอกน้ำเสียงร่าเริง

“ทำมาขายวันละ 50-60 กล่อง แค่นั้น…พอแล้ว”

ซาจากภารกิจ จัดของให้ลูกค้าที่ออร์เดอร์ไว้ล่วงหน้าแล้ว คุณโบ-มยุรี ดีเสมอ วัย 50 ปีเศษ เจ้าของกิจการ ข้าวเกรียบปากหม้อ/สาคู ราดหน้ากะทิสด เจ้าเก่าหน้าร้านป้าระเบียบ ย่านดอนเมือง สละเวลามาพูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ก่อนเล่าให้ฟัง

นับหนึ่ง วิชาอาชีพนี้ จากคุณแม่ของเธอเอง ซึ่งท่านมาจากครอบครัวทำขนม จึงมีฝีมือทำอาหารเป็นทุน และด้วยคุณพ่อรับราชการ เงินเดือนไม่มาก มีลูก 3 คน ที่ต้องส่งเสีย คุณแม่ของเธอจึงทำข้าวเกรียบปากหม้อ/สาคู ราดหน้ากะทิสด ขายหารายได้อีกทาง

ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคู ราดหน้ากะทิสด

“บ้านยายทำขนม แม่เลยคิดลองเอากะทิสด มากินกับข้าวเกรียบปากหม้อ สาคู ก็ได้อีกรสชาติหนึ่ง พอทำขาย ลูกค้าหลายคนบอกแปลกดี เลยมีคนอุดหนุนมาตลอด นับถึงวันนี้ 30 กว่าปีแล้ว” คุณโบ ย้อน จุดเริ่ม

ก่อนคุยต่อ คุณแม่ของเธอเคยเปิดร้านขายมาแล้วหลายทำเล ทั้งตลาดนัดทอ. และ หน้าร้านผัดไทยป้าระเบียบ ย่านดอนเมือง แต่ทุกวันนี้ผัดไทยเจ้าดังกล่าวเลิกขายไปแล้ว จึงขยับมาขายอีกจุดหนึ่งซึ่งไม่ไกลนัก แต่ลูกค้าหลายคน ยังเรียกติดปากกันว่าร้านเธอคือ ข้าวเกรียบปากหม้อ หน้าร้านป้าระเบียบ

“สมัยก่อน ไส้สาคู ข้าวเกรียบปากหม้อ สูตรแม่ ใส่หมูสับด้วย จนมีวันหนึ่ง คุณดำรง พุฒตาล มากินผัดไทยร้านป้าระเบียบ แล้วถามว่าใส่หมูมั้ย  แม่บอกว่าใส่ คุณดำรง บอกว่า ต่อไปไม่ต้องใส่นะ เพราะคนจะกินกันได้ทั่วไป ตั้งแต่นั้นมา แม่เลยไม่ใส่หมูสับ แต่เพิ่มถั่วเข้าไปแทน” คุณโบ เล่าอย่างนั้น

คุณโบ-มยุรี ดีเสมอ

ก่อนบอกต่อ ส่วนตัวเธอนั้น หลังเรียนจบทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ 3-4 บริษัท ตัดสินใจลาออกมาทำอาชีพต่อจากคุณแม่ เนื่องจากเห็นท่านอายุมากขึ้นทุกวัน ประกอบกับเบื่อหน่ายชีวิตลูกน้องด้วย

“แม่ขายตั้งแต่เราเรียนมัธยมฯ พอแม่อายุเจ็ดสิบ ให้แม่พัก เลยสืบทอดอาชีพจากแม่ได้ 10 กว่าปีแล้ว” คุณโบ เล่าไป แคะข้าวเกรียบปากหม้อไป

 

โม่แป้งกับกะทิ สดๆ ทุกวัน ไม่ทำเผื่อขาจร

ถามถึงภารกิจประจำวัน คุณโบ เล่าคร่าวๆ ช่วงเย็นของวันก่อนขาย เธอจะเตรียมแป้งข้าวเกรียบปากหม้อ และผัดไส้ ทำตามสูตรของแม่

“แป้งข้าวเกรียบปากหม้อ โม่สดๆ วันต่อวัน ใช้ข้าวสารหอมมะลิ โม่กับน้ำกะทิที่สุกแล้ว เป็นน้ำกะทิที่ได้จากการต้มน้ำเดือดๆ แล้วราดลงไปในมะพร้าวขูด จากนั้น ผสมแป้งมันนิดหน่อย ทำอย่างนี้ทุกวัน ถ้าออร์เดอร์ เยอะ ถึงค่อยทำเพิ่ม ส่วนไส้ ก็ทำทุกวันใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ส่วนผสมมี หอมแดง 7 ขีด ถั่วคั่ว 1 กิโล ไชโป๊เค็ม 1 กิโล น้ำตาล 1.5 กิโล เคล็ดไม่ลับที่บอกได้ คือ ไชโป๊เค็ม ซื้อมาหั่นเองสับเอง ไม่ปั่น เพราะละเอียดยิบเกินไป ไม่อร่อย” คุณโบ เผยสูตรแบบไม่หวง

ขายไป แคะไป

ก่อนเผยให้ฟังถึงภารกิจประจำวัน ตกเย็น ผัดไส้ โม่แป้ง เช้า ออกจากบ้านเก้าโมง ขี่มอเตอร์ไซค์ หิ้วไส้ หิ้วแป้งมา มาเปิดร้าน ทำได้คนเดียว ไม่ต้องพึ่งลูกน้องให้วุ่นวาย

บอกไว้ตอนต้น ขายวันละ 50-60 กล่อง แค่นั้นพอแล้ว คุณโบ ขยายให้ฟังถึงเหตุผล ไม่ทำของออกมามากๆเผื่อขาจร เพราะทำเลขาย ไม่ใช่ทางผ่าน คนที่มาซื้อ ต้องเจาะจงมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ และเป็นอันรู้กัน ร้านเปิดขายไม่เกินบ่ายสอง หลังจากนั้นไม่มีลูกค้าแล้ว แต่ถ้ามีคนสั่งเยอะ เขาจะโทรกันมาสั่งล่วงหน้า วันนั้นถึงจะทำของมาเพิ่ม

หน้าร้านปัจจุบัน

“สาคู ข้าวเกรียบปากหม้อ หรือ ผสมสองอย่าง ขายกล่องละ 30 บาท เหมือนกันหมด กำไรทุกวันนี้อยู่ได้        พอสำหรับพ่อแม่ อยากกินคาว กินหวาน กินปู กินเป็ดโฟร์ซีซันส์ พาไปกินได้” คุณโบ ทิ้งท้ายยิ้มๆ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2564