หนักสุดในชีวิต โควิดทำอ่วม คนโรงแรมปรับตัวจนเหนื่อย สู้ไหวไม่ไหว ตอบไม่ได้

หนักสุดในชีวิต โควิดทำอ่วม คนโรงแรมปรับตัวจนเหนื่อย สู้ไหวไม่ไหว ตอบไม่ได้เลย

สถานการณ์โควิด-19 เกิดการแพร่ระบาดมาตั้งแต่ต้นปี 2563 ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งการท่องเที่ยว ร้านอาหาร การเดินทาง โรงแรม ธุรกิจอื่นๆ รวมไปถึงการใช้ชีวิตของผู้คน ต่างก็ได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า ซึ่งผ่านไปครึ่งปี ดูเหมือนสถานการณ์ภายในประเทศเริ่มดีขึ้น ธุรกิจต่างๆ ที่กัดฟันทนกันมาตั้งแต่ต้นปี เริ่มกลับมายืนได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องสะดุดอีกครั้ง เมื่อเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

เจ้าของธุรกิจโรงแรมรีสอร์ตทางภาคเหนือ Reverie Siam (เรเวอรี่ สยาม) อย่าง คุณโอ-พีระ เลาหเจริญสมบัติ ได้พูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์ของโรงแรมในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เขาเล่าให้ฟังว่า โรงแรมเรเวอรี่ สยาม ตั้งอยู่ทางภาคเหนือ ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำเนินกิจการมาแล้วกว่า 7 ปี ลูกค้าส่วนใหญ่ของโรงแรมเป็นชาวต่างชาติกว่า 70% และลูกค้าชาวไทย 30% แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้น ทำให้รายได้ลดลงไปค่อนข้างเยอะ

“โควิดรอบแรกเมื่อต้นปี 63 ช่วงกุมภายังดีอยู่ พอมามีนายอดเริ่มหาย เหลือ 10% จากปกติยอดจองในช่วงนี้เราจะอยู่ที่ 50% 60% เราก็เริ่มลำบากแล้ว แต่ยังสู้ต่อ พอเข้าเดือนเมษา ยอดเหลือไม่ถึง 5% มันเริ่มไม่ค่อยดีนัก พอช่วงพฤษภา ผู้ว่าฯ จังหวัดก็มีคำสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง โรงแรมผมก็ต้องปิด ตอนนั้นผมห่วงพวกพนักงานของผมมากกว่า เพราะโรงแรมผมเป็นโรงแรมบูทีก 20 ห้อง ที่มีร้านอาหารที่มันเปิดมาก่อนโรงแรมอยู่ด้วย ทำให้มีพนักงานในความดูแลเยอะ ประมาณ 50 คน แต่ยังดีที่มีชดเชยประกันสังคมช่วยเหลือพวกเขา พอโล่งใจได้เปลาะหนึ่ง เราก็มานั่งคิดกันว่า เราจะทำยังไงกันต่อไปดี ในสถานการณ์แบบนี้ เราไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไงต่อ แล้วผมตั้งใจว่าจะไม่เอาใครออก สู้เท่าที่เราจะสู้ไหว ตัดสินใจวัดดวงดู กัดฟันทนไป 3 เดือน” คุณโอ เล่า

ระหว่างนั้นคุณโอและพนักงานต่างช่วยกันทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็น น้องสาวของคุณโอศึกษาเรื่องการทำแอพพลิเคชั่น Food Butler บริการรับส่งอาหาร-รับซื้อ-ส่งของทั่วปาย เพราะเห็นว่าที่อำเภอปาย ยังไม่มีบริการแบบนี้

“น้องผมเขาก็เข้ามาช่วยทำแอพส่งอาหารแบบพวกแกร็บหรือฟู้ดแพนด้า เพราะที่ปายยังไม่มีบริการพวกนี้เท่าไหร่ ให้ร้านอาหารมาเข้าร่วม ซึ่งเราเก็บค่า GP น้อยมาก แล้วผมก็เอาพนักงานบางส่วนมาเป็นไรเดอร์ แล้วก็มีเอาพนักงานอีกส่วนไปรับฉีดพ่นฆ่าเชื้อหรือรับล้างแอร์ เพราะเดิมพนักงานเขาก็มีทักษะพวกนี้กันก่อนที่จะมาทำงานโรงแรมอยู่แล้ว ส่วนผมก็เปิดคอร์สสอนไวน์ เรียกว่าเราทำกันหลายอย่างจริงๆ” เจ้าของโรงแรม กล่าว

จนเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 โรงแรมกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง แต่คนก็มีจองเข้ามาบ้างประปราย เพราะปกติในช่วงนี้ นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีน จะจองเข้ามาเที่ยวกัน เพราะเป็นช่วงวันชาติของชาวจีนนั่นเอง จนเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ทำให้ยอดจองกลับมาดีเลยทีเดียว

“จากเดิมที่ตลาดลูกค้าไทยเราไม่ค่อยได้ ก็มีมากขึ้น พวกบล็อกเกอร์เข้ามารีวิวก็เป็นส่วนช่วยเราด้วยเหมือนกัน ฝรั่งที่ทำงานในไทยเขาก็จองเข้ามาเพื่อมาพักผ่อนแล้วบอกกันปากต่อปาก มียอดจองล่วงหน้าในช่วงธันวาคมเข้ามาเยอะมาก แต่พอมีข่าวโควิดระลอกใหม่ ก็นั่นแหละครับ แคนเซิลกันกระจุยกระจาย ยอดหายเกลี้ยง แต่สิ่งที่เรากลัวกันเลยคือการล็อกดาวน์ เพราะถ้ามันล็อกเหมือนเมื่อต้นปีอีก ผมก็คงไม่น่าจะไหวแล้ว แต่เรามีบทเรียนจากเมื่อตอนต้นปีมาแล้ว ผมเลยเรียกทุกคนมาคุยหาวิธีตั้งรับตั้งแต่ข่าวโควิดระลอกใหม่ออกมาวันแรกๆ เลย เพราะยังไงผมคิดว่ารอบนี้มันหนักกว่าแน่นอน”

นอกจากนั้น คุณโอ ยังกล่าวว่า เนื่องด้วยทางโรงแรมนั้นมีคนครัวค่อนข้างมาก พนักงานหลายคนมีฝีมือเรื่องการทำขนม อีกทั้ง อาหาร เป็นสิ่งที่คนต้องกิน จึงตัดสินใจกันว่า วิกฤตในครั้งนี้จะทำขนมขายกัน โดยเริ่มจากแยม สโคน บราวนี่ ซึ่งเป็นสูตรขนมที่โรงแรมทำอยู่แล้ว

“รอบนี้เลยตัดสินใจทำขนมขายกัน โดยเป็นสูตรของโรงแรมเราก็เอามาทำ แล้วพนักงานคนหนึ่งเขาเปิดร้านคาเฟ่อยู่แล้วก็มาช่วย คือเราไม่ได้ทำเป็นธุรกิจหลัก แต่ทำเพื่อให้ประคองกันและกันไปได้ ผลตอบรับถือว่าโอเค เปิดรับออร์เดอร์ 2 รอบก็เต็มทั้ง 2 รอบ ก็ถือว่าพอมีรายได้เข้ามาให้ได้จ่ายเงินเดือนพนักงานบ้าง”

“ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็เยอะ ทั้งน้ำท่วม เรือล่ม กีฬาสี แต่โควิดนี่ หนักสุดแล้วเท่าที่เปิดกิจการมา กว่าจะเปิดประเทศได้ ผมว่าก็คงเป็นควอเตอร์ 2 ปีหน้า วิกฤตครั้งนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งมันเป็นช่วงที่คนทำโรงแรมจะรู้กันดีว่า เราสามารถเก็บหอมรอมริบกันไปจนถึงเดือนกุมภา พอหมดหนาวก็จะเริ่มนิ่ง แต่ก็เกิดวิกฤตขึ้นมาอีก ผมเห็นใจคนทำงานภาคบริการ โดยเฉพาะโรงแรมทางเหนือที่จะต้องสู้กันในช่วงซัมเมอร์ ปีนี้ทั้งปีก็คงต้องหาทางเอาตัวรอดกันไปก่อน ถามว่าไหวไม่ ผมบอกตรงๆ เลยว่าเป็นคำถามที่ตอบยาก” คุณโอ กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

หากสนใจอยากลองสั่งขนมของทางโรงแรม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Reverie Siam

 

 

เผยแพร่ครั้งแรก วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ.2564

บทความก่อนหน้านี้สวมหน้ากาก 2 ชั้น ช่วยลดการแพร่เชื้อ-ป้องกันโควิด ได้ดีกว่าใส่ชั้นเดียว!
บทความถัดไปดร.อาทิตย์ ขอร่วมมือสภาหอการค้าฯ วางแผนกระจายวัคซีนให้มีประสิทธิภาพ