อดีตนักข่าวสาว จับขนมญี่ปุ่นเป็นอาชีพใหม่ ทำ “โมจิหยดน้ำ” แบรนด์ HAKARA

พูดถึงขนมโมจิหยดน้ำ โมจิน้ำใส หรือบางคนอาจจะเรียกว่า โมจิหยาดน้ำค้าง เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้จัก ส่วนหนึ่งเพราะไม่ใช่ขนมไทย แต่ถ้าเป็นพวกสาวกเจแปน รวมถึงพวกท่องเน็ตและอยู่ในกระแสโซเชียลมีเดียทั้งหลายคงคุ้นเคยเป็นอย่างดี และย่อมจะเคยลิ้มชิมรสกันมาแล้ว

ฉะนั้น เมื่อยามไปออกบู๊ธที่ไหน โมจิหยาดน้ำค้างแบรนด์ ฮาการะ (HAKARA) ของ คุณจิตต์ชนก นัยเนตร์ หรือ คุณหยี คุณแม่ลูกสอง วัย 32 ปี จึงได้รับความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา บางคนอยากรู้ว่าขนมนี้เป็นอย่างไรถึงกับเอานิ้วจิ้มดู บ้างก็ซื้อทานเดี๋ยวนั้นเลย บางคนถ่ายรูปเซลฟี่ไปอวดเพื่อนๆ

%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b4222

ก่อนอื่นมาฟังที่มาที่ไปของเจ้าของแบรนด์นี้กัน

สาเหตุต้องเปลี่ยนงาน

คุณหยี เกริ่นว่า หลังเรียนจบมาทางด้านบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อ 8 ปีก่อน เคยเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ทำงานลักษณะมนุษย์เงินเดือน เช้าไปเย็นกลับ ตอนนั้นก็ถือว่าสนุกกับงานพอสมควรอาจจะเนื่องด้วยไฟแรงเพิ่งจบใหม่ ซึ่งโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบงานที่ท้าทายความสามารถอยู่แล้ว งานด้านสื่อมวลชนเลยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้พอสมควร เพราะได้ออกไปพบปะผู้คน ได้คิดวิเคราะห์แตกประเด็น และพัฒนาสมองของเราอยู่ตลอดเวลา

จนกระทั่งมีเหตุให้ต้องออกจากงานกะทันหัน เพราะตอนนั้นคุณแม่ป่วยเป็นโรคหัวใจและต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ประกอบกับเป็นช่วงจังหวะของชีวิตที่แต่งงานพอดี และต้องเข้าไปช่วยสามีดูแลธุรกิจโรงงานเฟอร์นิเจอร์ หลังจากแต่งงานก็ต้องย้ายออกจากบ้านที่กรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

คุณหยี เล่าว่า ช่วงนั้นถือว่าชีวิตผกผันพอสมควร เพราะต้องเปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนสายงาน เรียกได้ว่าเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไปเลย จากงานด้านสื่อมวลชนที่รัก ต้องหักเหมาจับงานที่ต้องควบคุมคนงานเป็นร้อยๆ ดูแลระบบงานในโรงงานผลิตซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถนัดเลย ต้องเรียนรู้ตั้งแต่วัสดุ น็อตแต่ละตัวเรียกว่าอะไร อะไหล่แต่ละชิ้นใช้ทำอะไร ซึ่งถือว่าหนักพอสมควรในตอนนั้น แต่โชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าไปบริหารและช่วยดูแลสายงานด้านการตลาดตามที่ได้เรียนมาด้วย เรียกได้ว่าคลุกคลีอยู่กับสายงานเฟอร์นิเจอร์มา 8 ปี เจอทั้งปัญหาและอุปสรรคต่างๆ นานา ประกอบกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่จากจีนหลายเจ้า ทำให้รู้สึกว่าธุรกิจด้านเฟอร์นิเจอร์โตยาก

%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b4666

เที่ยวแดนซากุระแล้วได้ไอเดีย

คุณหยี บอกว่า ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศหลายแห่ง และที่ชื่นชอบมากที่สุดคือญี่ปุ่น ได้ไปเห็นวัฒนธรรมความเป็นอยู่และอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์ ธุรกิจอาหารและขนมหวานของคนญี่ปุ่น ถือเป็นธุรกิจที่มีความละเมียดมากในทุกๆ ขั้นตอน และรู้มาว่า ขนมโมจิหยดน้ำ อันเลื่องชื่อของคนญี่ปุ่นนั้นก็หาทานได้ยากมากๆ แม้คนที่เดินทางไปไกลถึงญี่ปุ่นประเทศต้นตำรับก็ใช่ว่าจะได้ทาน เพราะขนมเมนูนี้ คนญี่ปุ่นจะทำออกมาวางจำหน่ายตามฤดูกาลเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น เลยเกิดไอเดีย ว่าถ้าสามารถนำขนมญี่ปุ่นมาต่อยอดสร้างเป็นธุรกิจที่บ้านเราคงจะน่าสนใจไม่น้อย

“ถือเป็นความโชคดีมากๆ ที่ช่วงต้นปี 2558 ได้รู้จักกับ ครูหญิง-เปมิกา ธนล้ำเลิศสกุล แห่งบ้านโฮมุ ที่มีความรู้และความชำนาญด้านขนมญี่ปุ่น เป็นกูรูและมีประสบการณ์ด้านขนมญี่ปุ่นมาหลายปี เลยขอเรียนสูตรโมจิหยดน้ำ จากนั้นก็ลองผิดลองถูกและพยายามคิดค้นเมนูใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอๆ”

เจ้าของโมจิแบรนด์ฮาการะ เล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีคิดแค่ว่าจะทำเป็นธุรกิจเสริมเล็กๆ แต่พอเริ่มสร้างแบรนด์ขึ้นมา และออกโปรโมตสินค้าตามงานอีเว้นต์แบบจริงจัง ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินคาด เพราะมีกลุ่มลูกค้าที่รอคอยและอยากลิ้มลองขนมโมจิหยดน้ำแบบต้นตำรับ ซึ่งในช่วงนั้นเมนูนี้จะหาทานได้ยากมากๆ คือถ้าใครอยากทานจริงๆ ก็ต้องบินไปทานที่ญี่ปุ่น หรือไม่ก็ต้องขึ้นเครื่องไปทานบนสายการบินแอร์เอเชีย

ว่าไปแล้วในปัจจุบันก็มีโมจิหยดน้ำหลายเจ้าในท้องตลาด แต่สำหรับแบรนด์ฮาการะแล้ว เธอว่า มีความแตกต่างและมีจุดเด่นในส่วนของวัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแท้ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับกรรมวิธีที่พิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน จนได้เป็น ขนมโมจิหยดน้ำ ที่นุ่ม อร่อย เด้ง เซตตัวอยู่ได้นานกว่าขนมโมจิหยดน้ำของหลายๆ แบรนด์ และที่สำคัญคือ ใสมาก ใสในลักษณะคล้ายกับหยดน้ำค้างเลยทีเดียว อีกทั้งราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ลูกค้าทุกเพศทุกวัยสามารถจับต้องได้ ซึ่งถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆ มีราคาสูงเป็นหลักร้อยขึ้นไปกันเลยทีเดียว ขณะที่ฮาการะไม่ถึง 100 บาท

“วัตถุดิบและวิธีการทำนั้นสำคัญมากๆ รับประกันได้เลยว่าถ้าเป็นขนมโมจิหยดน้ำของฮาการะ จะต้องอร่อยจริง ใสจริง เด้งจริง และสามารถกลิ้งได้บนมือ”

%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b43333

คุณหยี อธิบายถึงวิธีทานว่า ต้องทานคู่กับผงถั่วคินาโกะ และน้ำซอสคุโรมิสุ จะได้ความละมุนและรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมหอมมัน เคยมีลูกค้ามาบ่นให้ฟังว่าไปซื้อขนมโมจิหยดน้ำมาทาน แต่ไม่ใสเหมือนของฮาการะ และตัวหยดน้ำก็ไม่กลมไม่เด้ง พอแกะออกมาจัดใส่จานคือเหลวมีแต่น้ำ

ตอนนี้ฮาการะมีขนมญี่ปุ่นวางจำหน่ายทั้งหมด 8 เมนู ได้แก่ เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ขนมโมจิหยดน้ำสูตรต้นตำรับ ราคา 79 บาท, ขนมโมจิหยดน้ำดอกซากุระ ราคา 95 บาท, ขนมโมจิหยดน้ำชาเขียว ราคา 79 บาท, พุดดิ้งเต้าหู้ ราคา 55 บาท, พุดดิ้งเต้าหู้งาดำ ราคา 75 บาท, วาราบิโมจิ ราคา 80 บาท, เซนไซหรือโมจิข้าวเหนียวปิ้ง ราคา 55 บาท และไอศกรีมฮอกไกโดมิลค์ลาวาไข่เค็ม ราคา 59 บาท

เมนูใหม่ Freezy Corn

ล่าสุด ฮาการะได้เปิดตัวเมนูใหม่ที่มีชื่อว่า Freezy Corn หรือป๊อปคอร์นแช่แข็ง โดยมุ่งไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดิม นั่นคือ กลุ่มเด็ก วัยรุ่น นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจซื้ออะไรได้ง่ายกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น แล้วยิ่งถ้าเป็นสินค้าที่โดนใจแล้ว จะบอกต่อแบบปากต่อปาก

คุณหยี ให้รายละเอียดเกี่ยวกับ “Freezy Corn” ว่า แรงบันดาลใจของเมนูนี้มาจากขนมควันไนโตรเจนเหลวที่ฮอตฮิตในประเทศเวียดนามและเกาหลี เลยนำมาดัดแปลงปรับสูตรให้เข้ากับความนิยมของวัยรุ่นไทย ทั้งรูปแบบการจัดจำหน่าย การนำเสนอ และวัตถุดิบที่ใช้ เรียกได้ว่าไม่เหมือนใครในท้องตลาด ถือเป็นการเปิดปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการขนมกับเมนูข้าวโพดแช่แข็งแบบเย็นสุดขั้ว กับกรรมวิธีการแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวที่มีความเย็นที่อุณหภูมิติดลบ 196 องศาเซลเซียส เมื่อทำปฏิกิริยากับขนม ไนโตรเจนเหลวจะฟรีซแช่แข็งขนมที่เตรียมไว้โดยอัตโนมัติภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที เมื่อทานเข้าไปจะสัมผัสถึงความเย็นชื่นใจ จนควันออกปากออกจมูกเหมือนกับมังกรพ่นควันกันเลยทีเดียว

14908177_1345335452173993_3850520320536051695_n

จากการลองผิดลองถูก และสั่งสมประสบการณ์ในการทำขนมญี่ปุ่นมาหลายปี อดีตนักข่าวสาวบอกถึงหลักการทำธุรกิจให้ฟังว่า ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ นอกจากจะต้องมีทั้งความขยัน อดทน และเอาใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอนแล้ว ยังต้องมีความจริงใจกับลูกค้า ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจด้านอาหาร ถ้าคนอื่นเห็นว่าทำอะไรออกมาก็ขายดีก็ขายได้ไปเสียหมด นั่นหมายความว่าย่อมจะมีคนอยากทำตามแน่นอน ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะการก๊อบปี้ในสังคมไทยถือเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วในทุกๆ ธุรกิจ

“ดังนั้น เมนูที่คิดขึ้นมาจะต้องดีจริงอร่อยจริง เราคิดกันนานกว่าที่ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจะออกวางจำหน่าย ทดลองแล้วทดลองอีก จนคิดว่าเหมาะสมและไม่เหมือนใคร ดังนั้น หากใครอยากก๊อบเราก็ยินดีเพราะยากมากนะที่จะก๊อบแล้วเหมือน 100 เปอร์เซ็นต์”

เธอให้ข้อมูลด้วยว่า ขนมทุกเมนูของฮาการะ ยังไม่มีวางจำหน่ายตามหน้าร้าน แต่มีวางจำหน่ายตามงานอีเว้นต์หรืองานแฟร์ต่างๆ โดยลูกค้าสามารถติดตามข่าวสารอัพเดตความเคลื่อนไหวได้ที่เฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/hakaragroup HAKARA : Food Beverage and Dessert โทรศัพท์ (086) 569-2849

ถามถึงแผนธุรกิจในอนาคต คุณหยี กล่าวว่า ในตอนนี้กำลังวางแผนไลน์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและชัดเจนมากขึ้น โดย HAKARA Group จะแบ่งไลน์สินค้าออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ อาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Best Goods for you” และเร็วๆ นี้จะเปิดตัวเมนูอาหารใหม่คือ Hasselback Potato หรือมันฝรั่งเกลียวอบชีสสัญชาติสวีเดน ที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับตัวหนอนหรือเครื่องดนตรีแอ็กคอร์เดียน รสชาติกรอบนอกนุ่มใน ราดชีสเยิ้มๆ หอมกรุ่น สดใหม่จากเตา อบในอุณหภูมิที่พอเหมาะ มีวางจำหน่ายในราคาเพียง 79  บาท มีให้ลูกค้าเลือกทั้งหมด 4 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ รสบาร์บีคิว, รสฮอตแอนด์สไปซี่, รสปาปริก้า และรสโนริสาหร่าย หากลูกค้าต้องการเพิ่มชีสและครีมก็จ่ายเพิ่มอีกเพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น

อยากรู้ว่าขนมญี่ปุ่นฝีมืออดีตนักข่าวสาวรายนี้จะอร่อยสมคำโฆษณาหรือไม่ ลองหาชิมกันดูเพราะเธอออกบู๊ธตามงานต่างๆ ในกรุงเทพฯ อยู่ตลอด