เลิกบ่น เปลี่ยน Mindset รุ่ง! ขายแพนเค้ก เริ่มต้นสี่หมื่น โตเป็นสามร้อยล้าน

เลิกบ่น เปลี่ยน Mindset รุ่ง!  ขายแพนเค้ก เริ่มต้นสี่หมื่น โตเป็นสามร้อยล้าน

คุณบุญประเสริฐ พู่พันธ์  ซีอีโอ บริษัท เอ็นบี แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของธุรกิจขนมแพนเค้ก เครปหน้าต่างๆ ในเครือเอ็นบีกรุ๊ป บรรยายตอนหนึ่งในงานสัมมนาหัวข้อ “เจาะลึกเทรนด์ธุรกิจอาหาร ปี 2563 วิกฤตหรือโอกาส SME ไทย” จัดโดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SMEDBANK) เมื่อเร็วๆ นี้ว่า  ตนเองไม่ใช่นักวิชาการ แต่เป็นนักปฏิบัติ โดยเริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2541 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ทำให้เข้าใจว่าทุกช่วงเวลาที่เป็นวิกฤตนั้น เป็นโอกาสด้วย ขึ้นอยู่กับที่ใครจะมอง

“เวลานี้ คนส่วนใหญ่ อาจมีข้อคิดเห็นว่า เศรษฐกิจไมดี ฉันไม่ควรทำอะไร  หรือ ยอดขายตกเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งผมก็เคยคิดแบบนั้นมาก่อน” คุณบุญประเสริฐ บอกอย่างนั้น

และว่า ตัวเขาเป็นเอสเอ็มอี คนหนึ่ง ที่เริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ด้วยทุน 4 หมื่นบาท และสามารถพัฒนาให้ธุรกิจไต่ระดับไปถึง 200-300 ล้านบาท ซึ่งเขาเชื่อว่าทุกคนก็สามารถทำเหมือนเขาได้ เพียงแค่เปลี่ยน Mindset ของตัวเอง

คุณบุญประเสริฐ พู่พันธ์

“สมมติเจอสึนามิ ครั้งแรกแล้ว ครั้งที่สองถ้าน้ำทะเลลง  จะวิ่งมั้ยครับ วิ่งสิครับ แปลว่ามีประสบการณ์  ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ ตอนนี้บริษัทใหญ่ มีปัญหากันหมด เพราะใช้ต้นทุนเยอะ แต่เอสเอ็มอีต้นทุนน้อย จึงมีโอกาสกว่า จำได้เมื่อสิบปีก่อน  ถ้าอยากให้ของเราขายได้ อยากให้ของดังเราดัง ต้องออกช่องสาม-ช่องเจ็ด และต้องทำโฆษณา แต่ตอนนี้ ใครๆ ก็ลุกขึ้นมาดังได้  สื่อมีสารพัดช่องทาง นี่คือโอกาสของพวกเรา” คุณบุญประเสริฐ บอกอย่างนั้น

ก่อนบอกต่อ “ข้อเท็จจริง” กับ  “ข้อคิดเห็น” นั้นแตกต่างกันมาก  ที่ผ่านมา หลายคนเคยเสียเงิน เสียเวลา ให้กับ “ข้อคิดเห็น” กันเยอะมาก อย่างตัวเขาเอง ไปเสียเวลาอยู่นับ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2541-2551 เพียงเพราะไม่เชื่อว่า แพนเค้ก ชิ้นเล็กๆ ชิ้นละสิบกว่าบาท จะสร้างเป็นธุรกิจทำเงินได้เป็นล้านๆ

“ปี 2551 ผมเพิ่งตัดสินใจขยายธุรกิจโดยเปิดบริษัท ยอดขายปีแรก 8 ล้านบาท แต่มันชัดมาก ที่ภายใน 3 ปียอดขายเพิ่มเกินครึ่ง สิ่งที่อยากจะบอกคือ ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณ ชัด กับสิ่งที่คุณทำ และหาข้อเท็จจริงให้ได้ว่าสิ่งที่คุณทำนั้นโคตรเจ๋ง ให้เดินหน้าทำทันที” เจ้าของกิจการในเครือเอ็นบี บอกอย่างนั้น

และว่า คนส่วนใหญ่มักมองข้ามในสิ่งที่ทำ คิดว่าอยู่ตัวแล้ว ถ้าคิดแบบนี้ถอยหลังแน่นอน การจะไปเริ่มการแข่งขันใหม่ ทำไมไม่พัฒนาในสิ่งที่แข่งขันได้  เอสเอ็มอีมีทุนไม่เยอะ ลองผิดลองถูกนานไม่ได้  ฉะนั้นจึงต้องโฟกัสในสิ่งที่ทำ มีโอกาสขนาดไหน ถูกดิสรัป (Disrupt) หรือไม่  ต้องชัดกับมัน และอย่าเชื่อข้อคิดเห็น แต่ให้ศึกษาข้อเท็จจริง

“รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง แต่ถ้าไม่รู้เขา แต่รู้เรา โอกาสชนะ ห้าสิบ/ห้าสิบ แต่ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา แพ้หมดเลย ฉะนั้น ถามตัวเองกันก่อน เราเป็นคนแบบไหน สมมติคุณมีสูตรซาลาเปา ที่เจ๋งมากเลย  คิดว่ามีโอกาสแข่งขันแค่ไหน ถ้าคู่แข่งคือแบรนด์ดังเจ้าตลาด  ผมแนะนำเลยนะ เราต้องชนะบนกระดาษก่อน ถ้าชนะในกระดาษ โอกาสชนะในเกมจริงสูงมาก อย่ารีบลงมือทำก่อน ผมเองพลาดมาเยอะ เพราะลงมือทำก่อนคิด” คุณบุญประเสริฐ บรรยายออกรส

ก่อนบอกอีกว่า ยุคนี้ผู้คนสามารถเข้าถึงสื่อกันได้ง่าย ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้เข้าสู่การแข่งขัน ศึกษาว่า คู่แข่งมีอะไร อย่ามโนเองว่าลูกค้าต้องการอะไร หาข้อเท็จจริงให้ได้ และเลิกบ่น เพราะการบ่นไม่ช่วยอะไรเลย

บทความก่อนหน้านี้รับกระแส Work From Home! “คอมเซเว่น” ผุดแคมเปญ “เช่าโน้ตบุ๊ก-ไอแพด” เริ่มต้น 499
บทความถัดไปศิลปินแห่งชาติ “เดชา วราชุน” ผู้มีอาชีพรอง เหนือ อาชีพหลัก