“ใส่ใจ-ไม่หยุดคิด-ลงมือทำ” กุญแจนำสินค้าสู่ตลาดโลก

ใส่ใจไม่หยุดคิดลงมือทำกุญแจนำสินค้าสู่ตลาดโลก

หลายปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์จากบนดอยถูกพัฒนาและมีการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอัตลักษณ์ของสินค้ามีความชัดเจน การนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจ รวมทั้งความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจของเหล่าผู้ประกอบ ความพยายามในการทำตลาด การผลักดันสินค้าสู่ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงการส่งออก

ทำให้วันนี้สินค้าจากบนดอยถูกสร้างสรรค์และนำไปต่อยอดได้อย่างไม่รู้จบ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าผู้บริโภคได้เห็นผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ดังกล่าว วางจำหน่ายตามช่องทางการค้าต่างๆ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากทุกภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง

โครงการพัฒนาผู้ส่งออกรุ่นใหม่ : Young Exporter from local to Global (YELG) เป็นหนึ่งในโครงการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ที่มุ่งพัฒนาและเข้าถึงผู้ประกอบการในระดับพื้นที่ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาแบรนด์สินค้า และสามารถส่งออกไปสู่ต่างประเทศได้

ล่าสุด โครงการดังกล่าวได้ถูกจัดขึ้นที่.เชียงราย โดยมีกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์และการแชร์เทคนิคจาก 3 ผู้ประกอบการสุดเก๋าในแวดวงธุรกิจ ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยอาศัยเรื่องราวจากชาวดอยจนประสบความสำเร็จและนำพาธุรกิจไปไกลสู่ระดับโลก

ไม่หยุดคิดไม่หยุดพัฒนา ก็จะสามารถไปได้ไกล เส้นทางแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ สัญชาติไทยอย่าง “kenkoon” กับความสำเร็จที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความตั้งใจเชื่อมั่น กับการตั้งเป้าหมายที่คิดไว้ ทำให้ บริษัท เคนคูน เอ็กซ์ จำกัด เป็นที่จับตามองอย่างมาก

คุณแมนรัตน์ สวนศิลป์พงศ์

ซึ่งบริษัท เคนคูน เอ็กซ์ จำกัด เป็นธุรกิจของครอบครัวสวนศิลป์พงศ์ คุณแมนรัตน์ สวนศิลป์พงศ์ ผู้ดำเนินกิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์ให้กับประเทศในแถบสแกนดิเนเวียเฟอร์นิเจอร์ สำหรับเรือเดินทะเล และเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งจากองค์ความรู้ที่มีการถูกนำมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ที่พร้อมไปด้วยการออกแบบต่อยอด พัฒนารูปแบบงานดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ Outdoor Living ในแบบฉบับเฉพาะตัว ภายใต้แบรนด์ kenkoon  จึงทำให้ บริษัท เคนคูน เอ็กซ์ จำกัด เป็นเจ้าแรกที่ออกแบบเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งในสไตล์โมเดิร์น

ด้วยความแตกต่างของรูปแบบและวัสดุที่เลือกใช้ จึงก่อให้เกิดกระแสนิยมตามมาจนถึงปัจจุบัน คุณแมนรัตน์ได้กล่าวถึงสิ่งที่สำคัญในการส่งออกว่า ผู้ประกอบการจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน และสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า รวมไปถึงการปรับปรุงสินค้าและบริการของตน และกล้าที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง ก็จะทำให้การมีเฟอร์นิเจอร์หรือสินค้าในแบบของเราเป็นสิ่งที่แสดงตัวตนของเราได้อย่างชัดเจน

คิดแล้วต้องลงมือทำ ถึงจุดเริ่มต้นจะยังไม่สำเร็จ แต่อนาคตจะแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เราทำ ว่ามีค่าแค่ไหน การเริ่มต้นของแบรนด์สมุนไพร ภูตะวันจากการเรียนรู้ในวัยเรียนที่อายุเพียง 16 ปีของ คุณฉัตรชัย วงศ์มานะโรจน์ศรี สู่ธุรกิจที่มั่นคงในปัจจุบัน

คุณฉัตรชัย วงศ์มานะโรจน์ศรี

จากการทดลองทำสบู่ในวัยเรียนและลองนำสินค้าไปขายกับแม่ที่งาน OTOP อาจจะขายไม่ได้มาก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนาสินค้าไปสู่เวทีในระดับสากลได้อย่างมีคุณภาพ โดย ภูตะวัน”  ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีสู่ผู้บริโภคตลอดมา ทำให้เกิดการมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี รวมถึงพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสากลระดับโลก รวมถึงการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการปรับเปลี่ยนตามความพึงพอใจให้ของลูกค้า พร้อมที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากความเชื่อในพลังแห่งธรรมชาติ สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน 

ความใส่ใจและพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ ทำให้สินค้าไทยบินไกลสู่ตลาดโลกได้อย่างมีคุณภาพ ตํานานกาแฟดอยช้าง เอกลักษณ์กาแฟไทย สุดยอดกาแฟโลกด้วยพระบารมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่กลายเป็นสินค้าบินไกลสู่ตลาดโลกได้อย่างภาคภูมิใจโดยมีทั้งความแตกต่างของเรื่องราวและพันธุ์ของกาแฟที่ชาวต่างชาติได้ลองชิมแล้วต้องบอกว่า อร่อย กับ ความใส่ใจในด้านกาแฟและการพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ ทำให้กลายเป็นกาแฟดอยช้างบินไกลสู่ตลาดโลกได้อย่างมีคุณภาพ

คุณปณชัย พิสัยเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด กล่าวว่า บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด เป็นผู้ผลิตแปรรูปและจัดจำหน่ายกาแฟดอยช้าง โดยนำ กาแฟอาราบิก้าชนิดพิเศษคุณภาพสูง จากแหล่งผลิตเฉพาะบริเวณดอยช้างที่อยู่หมู่บ้านดอยช้าง .วาวี .แม่สรวย .เชียงราย ที่คัดสรรเมล็ดพันธุ์ด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ดื่มกาแฟที่หอมอร่อย

คุณปณชัย พิสัยเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด

โดยช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา กาแฟดอยช้างมีช่องทางการขายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเฉลี่ยเป็นอัตราส่วนในประเทศ 30% และต่างประเทศ 70% ทำให้กาแฟดอยช้างเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีระบบแฟรนไชส์และร้านกาแฟพันธมิตรและอีกกว่า 50 สาขาในต่างประเทศ อาทิเช่น แคนาดา อังกฤษ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว กัมพูชา และเมียนมา เป็นต้น

เป็นสิ่งที่การันตีได้ว่ากาแฟดอยช้างเป็นกาแฟระดับพรีเมี่ยม ที่นำเสนอให้คอกาแฟคนไทยได้ลอง ให้เห็นถึงมุมมองการบริหารธุรกิจกาแฟดอยช้างจากธุรกิจเพื่อชุมชนสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มคอกาแฟอย่างแท้จริง 

สอบถามข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์ nea.ditp.go.th และโทรศัพท์ (02) 507-8128 หรือ 1169 สายด่วนการค้าระหว่างประเทศ

บทความก่อนหน้านี้อนุทิน เผยผู้ป่วยจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนา ชื่นชมและมั่นใจ ระบบการรักษาของไทย
บทความถัดไปแท็กซี่ตรวจสุขภาพฟรี! 12-13 ก.พ. กรมการขนส่งย้ำ ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอด