เปิดร้านขาย “อาหารตามสั่ง” ให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำยังไงบ้าง

เปิดร้านขาย “อาหารตามสั่ง” ให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำยังไงบ้าง
เปิดร้านขาย “อาหารตามสั่ง” ให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำยังไงบ้าง

เปิดร้านขาย “อาหารตามสั่ง” ให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำยังไงบ้าง

ร้านอาหารตามสั่ง มีหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. เรียนรู้ ฝึกฝนการทำอาหารตามสั่งให้คล่อง ทำแล้วต้องอร่อยทุกจาน
  2. จัดร้าน ความสะอาด อนามัยของร้าน อาหาร รวมถึงหน้าตาของอาหารให้เหมาะสมกับสถานที่ขาย
  3. คิดเรื่องต้นทุน ราคาขายให้เหมาะสมกับคุณภาพอาหาร คำนึงถึงเรื่องการจัดซื้อวัตถุดิบ การจัดเก็บ ไม่ทิ้งขว้าง เพราะอาหารตามสั่งทั่วไปต้นทุนต้องไม่สูง ขายไม่แพง

ส่วนสถานที่ของร้านที่ว่านี้ตั้งอยู่ในซอย มีที่จอดรถของอพาร์ตเมนต์ ข้างในร้านติดแอร์ นั่งสบาย มีกาแฟขายตามสมัยนิยม ลูกค้าประจำอาหารตามสั่งเป็นคนพักอพาร์ตเมนต์กับคนแถวนั้น มานั่งกินที่ร้านบ้าง หรือสั่งใส่กล่องส่งให้ถึงหน้าห้อง อาหารจึงต้องหน้าตาดูสะอาด ไม่รก มีความเป็นโมเดิร์นเล็กน้อย แต่ไม่ต้องถึงกับมาก อาหารจานหนึ่งประมาณ 49-69 บาท (ลงท้ายเลข 9 ดูไม่แพง)

สำหรับคนที่ทำอาหารไม่ค่อยเป็นหรือไม่เป็นเลย อย่างแรก ต้องทำการกำหนด “เมนู” ก่อนครับ จะเอาอะไรบ้าง ไม่งั้นคิดเรื่อยเปื่อย ไอ้นั่นก็อยากขาย ไอ้นี่ก็อยากขาย เลยสับสนไปหมด เอาเฉพาะที่เราทำได้ ลูกค้าชอบก็พอแล้ว อย่างร้านนี้กำหนดเมนูง่ายๆ ตามที่คนทั่วไปชอบคือ ข้าวผัด ผัดกะเพรา ผัดผัก ต้มจืด ต้มยำ ยำ ข้าวอบหม้อดิน

พวกเส้นเป็นเส้นฝรั่ง คือ สปาเกตตีซอสมะเขือเทศ และ ผัดขี้เมา ในแต่ละหมวดก็มีแค่อย่างสองอย่าง เนื้อสัตว์หลักๆ คือ ไก่ หมู กุ้ง และ ไส้กรอก ส่วนผักมีผักแต่งจานเป็นผักสลัดแบบแปลกๆ หน่อย เดี๋ยวนี้หาง่ายราคาไม่แพง ใช้ผักกาดหอมดูแล้วธรรมดาไป แต่ถ้าไม่มีผักกาดหอม ก็ยังโอเคอยู่ครับ แล้วก็แตงกวา ผักที่เป็นเครื่องปรุง เช่น กระเทียม ต้นหอม ผักชี กะเพรา คะน้า กะหล่ำปลี แค่นี้ทำอาหารได้หลายอย่างแล้วครับ

อย่างแรกที่ต้องหัด คือ ทำตัวซอสสำหรับผัด เอาไว้ผัดข้าวผัด ผัดกะเพรา ผัดผัก หมักหมู ไก่ ให้นุ่มอร่อย การมีซอสทำสำเร็จไว้ ช่วยให้เราทำอาหารได้อร่อยทุกจาน ดีกว่าตักซอสโน้นนี้หยอดทีละช้อนสองช้อนเกิดความไม่แน่นอน วันไหนกุ๊กทะเลาะกับแฟน เค็มปี๋เลย เพราะกระฉอกแต่น้ำปลา

ซอสที่ผมใช้ประจำ ทำไว้กลางๆ อาหารไทย อาหารจีนใช้ได้หมด ผมเลยไม่ใช้น้ำปลา ใช้ซีอิ๊วขาวแทน ใครอยากเปลี่ยนเป็นน้ำปลาก็ได้ครับ ส่วนผสมซอสมีดังนี้

ซอสสำหรับผัด

น้ำมันหอย         2 ถ้วย หรือ 200 กรัม

ซีอิ๊วขาว             1 ถ้วย หรือ 100 กรัม

ซอสปรุงรส         1 ถ้วย หรือ 100 กรัม (พวกฝาเขียว ฝาเหลือง เหยาะไข่ดาว)

น้ำตาลทราย      ½ ถ้วย หรือ 50 กรัม

ซอสนี้รสออกเค็มกลมกล่อม แต่ลดเค็มลงได้อย่าตวงซีอิ๊วขาวเต็มถ้วย หรือชอบหวานเพิ่มน้ำตาลทรายได้พูนๆ ทำเยอะๆ เปลี่ยนสูตรเป็นชั่งน้ำหนักจะเร็วและแม่นกว่า ปรับสูตรให้เค็มหวานตามชอบสักครั้งสองครั้งก็ลงตัวแล้วครับ เพราะขึ้นอยู่กับว่าใช้ซอสยี่ห้ออะไร เค็มมากเค็มน้อย คนซอส น้ำตาล ให้ละลาย ใส่แกลลอนเก็บไว้ใช้นอกตู้เย็นได้เป็นเดือน รับรองไม่เสียครับ

ได้ซอสแล้วต่อไปต้องหัดหมักหมู ไก่ ก่อนอื่นหัดสไลซ์เนื้อก่อนครับ อาหารจะขาดทุนหรือน่ากินไม่น่ากินก็ตรงนี้ เนื้อสัตว์เราต้องตัดให้เป็นแท่งกว้างประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 1 นิ้ว ยาวตามใจ เวลาสไลซ์เราต้องวางมีดประมาณ 50 องศา สไลซ์เนื้อให้เป็นแผ่นบาง อย่าหนา หั่นขวางลาย คนกินจะเคี้ยวง่าย เอาไปหมักกับซอสผัดของเรา หมูถ้วยหนึ่งก็ใส่ซอสสัก 1-2 ช้อนโต๊ะพอแล้ว โรยเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ช้อนชา หมักไว้นอกตู้เย็น 30 นาที หรือเข้าตู้เย็นอยู่ได้เป็นวัน หมักเช้าใช้ได้ทั้งวัน เนื้อที่หมักกินแล้วสู้ฟันอร่อยกว่าไม่ได้หมักครับ ทั้งเนื้อหมู วัว ไก่

 ใครมีปัญหาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน ทำไอ้โน่นไอ้นี่ยังไง หรือคิดจะขายอาหาร ขายขนม แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ส่งเมลมาได้ที่ [email protected] หรือทาง Line id : yotpicha ทางผมและทีมงานโรงเรียนสอนทำอาหารแม่บ้านทันสมัย ยินดีค้นคว้ามาตอบให้อย่างเต็มที่เลยครับ