#มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ : สิ่งที่น่าสังวรสำหรับผู้ประกอบการ คือ จริยธรรมทางธุรกิจ

มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ
มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ

#มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ : สิ่งที่น่าสังวรสำหรับผู้ประกอบการ คือ จริยธรรมทางธุรกิจ

กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ขึ้นแฮชแท็กดังในทวิตเตอร์ #มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับกรณี “ลิซ่า” กับ ร้านมูนคาเฟ่  ที่ตลาดรถไฟ ศรีนครินทร์ ที่พอจะลำดับเหตุการณ์ได้คร่าวๆ เริ่มตั้งแต่  วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ลิซ่า ศิลปินชาวไทย สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป Blackpink แห่งประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ได้ลงรูปที่ถ่ายในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ย่านตลาดรถไฟศรีนครินทร์ในอินสตาแกรมส่วนตัว @lalalalisa_m ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า 28 ล้านคน

ต่อมา เจ้าของร้านดังกล่าว ได้นำภาพที่ลิซ่าโพสต์ในอินสตาแกรมมาใช้ในเฟซบุ๊กของตนเอง พร้อมข้อความที่กล่าวถึงในทำนองจะนำสิ่งของที่ลิซ่าสัมผัสมาขาย จากนั้นไม่นานแก๊งเพื่อนผู้ชายเจ้าของร้าน   ก็พากันเขียนคอมเม้นต์สนุกปาก ที่หลายคนระบุเป็นการกระทำเข้าทำนองคุกคามทางเพศ  ส่งผลให้สังคมโซเชียลและแฟนคลับ ไม่พอใจการกระทำของเจ้าของร้านและแก๊งเพื่อน จนเกิดแฮชแท็ก #มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ

หลังจากนั้นไม่นาน ทางเจ้าของร้าน ได้ออกมาโพสต์ขอโทษทางเฟซบุ๊กตนเองถึงสองครั้ง แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เหตุเพราะบรรดาแฟนคลับและคนทั่วไปมองว่า มีบางข้อความ ที่บ่งบอกว่าทางเจ้าของร้าน ยังไม่รู้สึกผิดจริงๆ กระทั่งเช้าวันที่ 3 ม.ค. เพจเฟซบุ๊กของร้านดังกล่าว ไม่สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ และ หน้าร้านต้นเหตุที่ตลาดรถไฟศรีนครินทร์นั้น ยังไม่เปิดให้บริการตามปกติแต่อย่างใด

………..

แม้เหตุการณ์  #มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ จะผ่านไปได้พักใหญ่แล้ว แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ยังคงคุกรุ่น เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็น “การคุกคามทางเพศ” ซึ่งไม่ว่าใคร เพศไหน  เป็นคนดังหรือไม่ดัง ก็ไม่สมควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้

รวมถึงเรื่องผลกระทบทางธุรกิจที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

“พลาดมากกก นี่ผมคิดว่าจะตามรอยลิซ่าไปด้วยซ้ำเห็นแบบนี้คงไม่ไป ทำตัวเองแท้เทียบกับร้านสีแดงๆ ที่ก่อนหน้าลิซ่าไปมาไม่ได้… ที่รู้จักใช้จังหวะคนดังมาร้านให้เป็นประโยชน์ ต่อยอดไปอ่านในคอมเม้นต์ใน facebook เขาบอกว่าหลังจากลิซ่ามาเหมือนยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 3-5 เท่าเลย”

“ปกติคนดังระดับนี้ถ้าจ้างมาถ่ายแบบที่ร้านเพื่อโปรโมต เรตราคา น่าจะ 8 หลัก  แต่นี่มาถ่ายให้ฟรีๆ คนส่วนมาก พลิกวิกฤตเป็นโอกาส  แต่ยังมีคนบางคนพลิกโอกาสดีๆ ที่หายาก เป็นวิกฤต”

เหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างความคิดเห็นบนโลกโซเชียล ที่ดูเหมือนจะไปในทิศทางเดียวกัน ที่ออกแนวประชดประชัน แบบแสบๆ คันๆ ว่า

“ช่างเป็นร้านค้าที่…พลิกโอกาสให้เป็นวิกฤต ได้ดีเสียนี่กระไร”

 

ซึ่งในฟากนักวิชาการด้านการตลาด อย่าง “พลชัย เพชรปลอด” ก็มีมุมมองน่าสนใจ เกี่ยวกับข่าวดังนี้ด้วยว่า

“สิ่งที่น่าสังวร สำหรับผู้ประกอบการ คือ จริยธรรมทางธุรกิจ จริยธรรมบางเรื่องอาจไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดความคาดหวังของสังคม การสนุกปากกันในหมู่เพื่อน ถ้าเป็นข้อมูลลับก็คงไม่เป็นไร แต่พอหลุดมาสู่สังคม ก็จะกลายเป็นเรื่องจริยธรรมทางธุรกิจทันที”

ก่อนฝากถึงผู้ประกอบการน้อยใหญ่ให้ช่วยกันคิด

“สิ่งที่ผู้ประกอบการควรถือเป็นบทเรียน คำว่า ลูกค้าคือพระเจ้า แปลว่า ไม่ควรลบหลู่ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง”