ตามรอยพอเพียง! เรียนรู้ศาสตร์พระราชา “วิชาอาชีพ” ที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว

ตามรอยพอเพียง! เรียนรู้ศาสตร์พระราชา “วิชาอาชีพ” ที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว  

ว่ากันว่า ยามนี้หากใครมีโอกาสเดินทางไปทองเที่ยวภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะจังหวัดระยอง แล้วไม่แวะไป “เช็กอิน” กันที่ “ร้านกาแฟกลางน้ำ เขาไม้แก้ว” อยู่แถวตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย แล้วล่ะก็ ถือว่าพลาดและน่าเสียดายมาก หลายคนจึงตั้งสถานที่ดังกล่าว ไว้เป็น “จุดหมายปลายทาง” ลำดับต้นๆ กันเลยทีเดียว

เดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง ถึงร้านกาแฟ “วิวหลักล้าน” ที่เอ่ยถึง ซึ่งตั้งอยู่ภายในเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นั่นเอง

ใช่แล้ว! อ่านไม่ผิด จุดเช็กอิน ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดระยอง ยามนี้ ตั้งอยู่ภายในเรือนจำ หรือภาษาที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปก็คือ “คุก” นั่นเอง

“ร้านกาแฟเขาไม้แก้ว แห่งนี้ มีผู้ต้องขังชายและหญิง เป็นแรงงานสำคัญ  แบ่งงานกันคือ ผู้ต้องขังชายทำอาหาร ผู้ต้องขังหญิงชงเครื่องดื่มและทำขนม รายได้จากการขายแต่ละวัน หลังจากหักต้นทุนออกแล้ว จะตั้งกำไรทั้งหมดไว้เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ แบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าแรงงาน ซึ่งภายหลังจากผู้ต้องขังพ้นโทษแล้ว จะได้พอมีเงินทุนติดตัวไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้” หัวหน้าส่วนประจำเรือนจำท่านหนึ่ง ให้ข้อมูลมาอย่างนั้น

อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจของเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้วแห่งนี้ ไม่ได้มีแต่ร้านกาแฟ วิวสวยๆ หากแต่จุดดึงดูดซึ่งเป็น “ไฮไลต์” สามารถดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาเยี่ยมเยือนเดือนหนึ่งๆ นับหมื่นคนเลยนั้น เห็นจะเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา” นั่นเอง

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว พื้นที่ราว 1,661 ไร่ แต่ถูกแบ่งออกเป็นแปลงเกษตรประมาณ 57 ไร่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ที่นำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตให้กับผู้ต้องขังชาย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว

“ทางเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้วฯ ยึดผู้ต้องขังเป็นศูนย์กลาง จึงจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ขึ้น  เป็นโปรแกรมฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขังชายที่ใกล้พ้นโทษ ซึ่งอยู่ใน 4 ฐานหลัก คือ การปศุสัตว์และประมงน้ำจืด เกษตรอินทรีย์ ผักปลอดสารพิษ และ เกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ไร่ 1 แสน ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนและช่วยประชาสัมพันธ์ ทำให้ทุกวันนี้ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ของเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว กลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจกันมาก” เจ้าหน้าที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว บอกอย่างนั้น

สำหรับ “วิชาอาชีพ” ตามแนวทางศาสตร์พระราชา ที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว กำหนดไว้นั้น ถูกแบ่งออกเป็น 4 ฐานการเรียนรู้ ประกอบด้วย

ฐานที่หนึ่ง เป็นเรื่องของ ปศุสัตว์และประมงน้ำจืด ฐานนี้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับเลี้ยงหมูหลุม ไก่ไข่ เป็ดไข่ เป็ดเนื้อ โค กระบือ ปลาดุก ปลานิล

ฐานที่สอง เกษตรอินทรีย์ ฐานนี้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับ การทำน้ำหมักชีวภาพใช้ในการปรุงดิน และราดคอกหมูหลุม เพื่อไม่ให้มีกลิ่น การเผาถ่านทำน้ำส้มควันไม้ ไล่แมลง และการทำปุ๋ยหมัก

ฐานที่สาม ผักปลอดสารพิษ ฐานนี้จะมีการใช้ผลิตภัณฑ์จากฐานเกษตรอินทรีย์ไปใช้ ในการปลูกผักสารพัดชนิด อาทิ คะน้า กวางตุ้ง มะละกอ แตงกวา ฯลฯ เมื่อได้ผลผลิตออกมา ก็นำไปจำหน่ายที่ตลาดนัดเรือนจำชั่วคราวทุกวัน แต่ถ้าวันไหนเรือนจำจังหวัดฯ มีวันเยี่ยมญาติใกล้ชิด ผลผลิตเหล่านี้ก็จะขนไปขายที่เรือนจำจังหวัด อย่างไรก็ตาม มักจะมีแม่ค้าขาประจำมารับทุกวัน

และ ฐานที่สี่ เกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ไร่ 1 แสน

“1 ไร่ 1 แสน คือ การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเกษตรทฤษฎีใหม่มาผสมผสานกัน โดยพื้นที่ 1 ไร่ แบ่งออกเป็นโซนปศุสัตว์ โซนประมง แปลงปลูกพืชหมุนเวียน บ้าน 1 หลัง บ่อน้ำ ในบ่อเลี้ยงปลาและบ่อกบ รายได้หลักมาจากผักประมาณ 20,000 บาท เช่น ผักบุ้งใช้เวลาเก็บเกี่ยว 18-20 วัน ปลูก 20 แปลง เจริญเติบโตเร็ว สามารถเก็บได้ทุกวัน เมื่อเก็บผลผลิตแล้วจะมีเวลาตากแปลง 3 วัน พลิกหน้าดิน จากนั้นจะปลูกผักชนิดอื่นหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ไม่ปล่อยให้แปลงว่าง” หัวหน้าส่วนประจำเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้วฯ ให้ข้อมูล อย่างนั้น

ก่อนเพิ่มเติมให้ฟังต่อ ตามปกติที่ดิน 1 ไร่นั้น ใช้แรงงาน เป็น พ่อ-แม่-ลูก ช่วยกันดูแลได้สบาย แต่สำหรับในเรือนจำเขาไม้แก้ว ซึ่งใช้ผู้ต้องขังจำนวนมากเข้ามาช่วยกันดูแล จึงทำให้รายได้จาก 1 ไ ร่ 1 แสน กลายเป็น 1 ไร่ 3 แสน ได้

“พืชทั้งหมดปลูกแบบอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยคอกที่มี ไม่เคยพึ่งปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลง ล่าสุด กำลังทยอยปลูกพืชผัก เพิ่มเติม ลงแตงกวา ฟักทอง ถั่วพู ถั่วฝักยาว ผลผลิตที่ออกมาขายได้หมด มีแม่ค้าพ่อค้ามารอรับ มีบางครั้งมีผักไม่พอส่ง ส่วนสัตว์เป็นรายได้เสริมรองจากผัก อย่าง ไก่ใข่ 30 ตัว เก็บไข่ได้ประมาณ 22 ฟอง ต่อวัน หมูหลุม 5 ตัว ใช้อาหารเหลือ และเศษผักจากเรือนจำใหญ่ขุน ใช้เวลาเลี้ยง 6 เดือนถึงขายได้ ได้เงินก้อนประมาณ 30,000 บาท ส่วนปลานิลใช้เวลานานปีหนึ่ง อาจจับขายได้หนึ่งหรือสองครั้ง” เจ้าหน้าที่ท่านเดิม ให้ข้อมูลน่าสนใจ

ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ช่วยขัดเกลาให้ผู้ต้องขัง มีระเบียบวินัยและทำงานกันอย่างมีความสุข ส่วนประชาชนทั่วไป ที่มาศึกษาดูงานแล้ว หลายท่านบอก จะนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตัวเองดูบ้าง หวังใช้ชีวิตแบบ “พอเพียง”

หากหมู่คณะใด ต้องการเข้ามาศึกษาดูงานหรือท่องเที่ยวภายในศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชาฯ ขอความกรุณาทำหนังสือแจ้งความประสงค์มาล่วงหน้า ส่งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดระยอง

แต่ถ้าต้องการมาจิบกาแฟ ชิมอาหารอร่อย หรือ ชมวิวอ่างเก็บน้ำไกลสุดลูกหูลูกตา สามารถ “วอล์กอิน” ขับรถเข้ามาจอดบริเวณที่กำหนดไว้ได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด

บทความก่อนหน้านี้นั่งฟรี 4 เดือน ! รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน “บางโพ – สถานีสิรินธร” วันนี้-29 มี.ค. 63
บทความถัดไปแจกสูตร! “นมข้นหวาน” ทำเองง่ายๆ ด้วยวัตถุดิบเพียง 3 อย่าง