58 ปี “สวนสามพราน” ปรับโฉมใหม่ ใช้เกษตรอินทรีย์ ขับเคลื่อนธุรกิจ

58 ปี “สวนสามพราน” ปรับโฉมใหม่ ใช้เกษตรอินทรีย์ ขับเคลื่อนธุรกิจ

บนพื้นที่ 130 ไร่ บริเวณแม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของ “สวนสามพราน” แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ใกล้กรุงเทพฯ ที่ถ่ายทอดวิถีความเป็นไทย ผ่านกิจกรรมในหมู่บ้านไทยและโรงละคร  ที่นี่จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ อยู่เสมอ ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ รวมถึงกลุ่มครอบครัว  นิยมเดินทางมาสวนสามพรานเพื่อพักผ่อน สัมผัสความเป็นธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีประเพณีวัฒนธรรม การละเล่น ศิลปหัตถกรรมไทย และขนมไทย

“สวนสามพราน” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 โดย ดร.ชำนาญ และคุณหญิงวลี ยุวบูรณ์ สู่รุ่นแม่ คุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหาร กระทั่งส่งไม้ต่อให้กับรุ่นลูกหลาน คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ และคุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไป

จากซ้าย คุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไป-คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ และคุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ

วันนี้ สวนสามพราน ก้าวเข้าสู่ปีที่ 58 ด้วยความตั้งใจ มุ่งเน้นสังคม ความยั่งยืน และวิถีชีวิตเป็นหลัก โดยคุณอรุษ ได้เผยถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ว่า 4-5 ปีที่แล้ว ธุรกิจโรงแรมซบเซา เมื่อทายาทรุ่นที่สามเข้ามาบริหารงาน จึงเกิดแนวคิดปลูกผัก และผลไม้อินทรีย์ไว้บริการลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรม กลายเป็นสามพรานโมเดล (โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม) ซึ่งใช้ขับเคลื่อนแบรนด์มาถึงปัจจุบัน

โดยสามพรานโมเดล คือ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอินทรีย์ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง นั่นคือเมนูอาหาร ในห้องอาหารทั้ง 3 แห่งของสวนสามพราน  คือ อินจัน แวนด้า และห้องอาหารริมน้ำ  รวมถึงในส่วนการจัดเลี้ยง  ที่จะมีการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ มากกว่า 70% หรือประมาณ 15 ตันต่อเดือน ในการทำอาหารและขนม

แปลงผักในฟาร์ม

ซึ่งวัตถุดิบอินทรีย์ จะถูกส่งตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ ในเครือข่ายสามพรานโมเดล นอกจากดีต่อสุขภาพทุกคนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ให้ยั่งยืน  ซึ่งในแต่ละจุดของห้องอาหาร และจัดเลี้ยง จะมีภาพและชื่อเกษตรกรอินทรีย์ที่ทำงานร่วมกับสวนสามพรานพร้อมบอกผลผลิตที่ผลิตด้วย  โดยปัจจุบันมีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลจำนวน 16 กลุ่ม จำนวน 180 ครอบครัว  ในจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์

นอกจากนี้ สวนสามพราน ยังนำเสนอตัวตนใหม่ คือ เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ด้วยการเปิดพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่มาเยือนได้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่งพื้นที่หลายส่วนมีการบริหารจัดการ ภายใต้แบรนด์ปฐม  อาทิ ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ, ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม, ปฐม ออร์แกนิก คาเฟ่ , ปฐม สปา,  ปฐมช็อป รวมถึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ปฐม

สำรวจเส้นทางข้าว ทดลองทำกิจกรรมสนุกๆ

ในวันเปิดบ้าน สวนสามพราน ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาเยือนได้เยี่ยมชม “ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ”  ที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่มาจากศูนย์แสดงวัฒนธรรมไทย (หมู่บ้านไทย) มาเป็นหมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ที่ยึดหลักปัจจัย 4 ผ่านการทำกิจกรรมตามเส้นทางวัตถุดิบ สร้างประสบการณ์ มีกิจกรรมให้เลือกทำ เพื่อเรียนรู้ระบบอาหาร ตั้งแต่การผลิต  การทำปัจจัยการผลิต การแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย โดยมี 3 เส้นทาง ให้เลือกเรียนรู้ คือเส้นทางข้าวอินทรีย์ เส้นทางกล้วยอินทรีย์ และเส้นทางสมุนไพรอินทรีย์

ชิมชาออร์แกนิก

อีกทั้งยังได้พัฒนาสวนผลไม้เก่า 30 ไร่ ริมแม่น้ำท่าจีน เป็น ปฐม ออร์แกนิก ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล มีกิจกรรมท่องเที่ยวฟาร์มที่อิงกับวัตถุดิบตามฤดูกาลให้เป็นที่พักผ่อนแนวธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองกิจกรรม เพื่อทำเวิร์กช็อปการทำเกษตรอินทรีย์เบื้องต้น รวมถึงมาทำอาหาร และได้สัมผัสกับรสชาติอาหารจากพืชผักธรรมชาติ สด สะอาด ปลอดภัย แตกต่างจากพืชผักที่ขายในตลาดทั่วไปด้วยตนเอง

ไม่เพียงเท่านี้ สวนสามพราน ยังแบ่งพื้นที่ภายในเปิดตลาดสุขใจ มานาน 9 ปี ให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์ ได้รู้จัก เข้าใจผู้บริโภค ขณะที่ผู้บริโภค ก็ได้เข้าถึงแหล่งอาหารอินทรีย์ด้วยเช่นกัน

และยังมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ  ตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy มีการจัดการขยะจากอาหาร โดยขยะจากในห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ส่วนกิจกรรม จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ทำชีวภัณฑ์ในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่ ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ทำไบโอแก๊สใช้ในกิจกรรมย้อมผ้า ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งผู้ที่เข้ามาสวนสามพราน สามารถมาเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จากฐานสาธิต และสถานีทดลองการทำปุ๋ยหมักในหมู่บ้านปฐม ที่มีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ พร้อมสอนทำ และแนะนำรูปแบบ ให้นำกลับไปทำที่บ้านได้

ตลอด 58 ปี สวนสามพรานได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลบริหารธุรกิจ Hall of Fame ประเภทแหล่งท่องเที่ยวแหล่งนันทนาการเพื่อการเรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง โดยสวนสามพรานยังเปิดให้มีการศึกษาดูงานทั้งด้านการบริหารจัดการขยะ Zero Waste การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน องค์กรแห่งการเรียนรู้ การขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือ โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม

คุณอรุษ กล่าวทิ้งท้ายว่า สวนสามพราน ยังคงแน่วแน่ และมีความตั้งใจที่จะให้ทุกพื้นที่ ทุกกิจกรรม ได้ทำหน้าที่จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน สู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุล ครอบคลุมทั้ง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ผู้สนใจมาท่องเที่ยว มาพักผ่อน และมาค้นหาแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ สำหรับตนเอง ทีมงาน หรือครอบครัว สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสวนสามพราน มาได้ที่โทรศัพท์ (034) 322-588-93 หรือเว็บไซต์ www.suansampran.com

บทความก่อนหน้านี้19 องค์กรเกษตรเอาจริง ยื่นค้านแบนสามสารเคมีเกษตร
บทความถัดไปเศรษฐกิจแย่ “สวนดุสิตโพล” ชี้ คนไทยประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ยกเว้นค่าเดินทาง