เกษียณแล้วทำอะไร! อดีตนางพยาบาล หันขายน้ำเต้าหู้บรรจุขวด บอกเลยไม่ง่าย

เกษียณแล้วทำอะไร! อดีตนางพยาบาล หันขายน้ำเต้าหู้บรรจุขวด บอกเลยไม่ง่าย

“น้ำเต้าหู้” หนึ่งในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยม ผลิตจากเมล็ดถั่วเหลือง แหล่งรวมสารอาหารและโปรตีนสูง ทำดื่มเองก็ง่าย แต่หากเลือกจับมาทำขายยึดเป็นอาชีพ คงต้องยกระดับสร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรม ประเด็นนี้ คุณกูล – ธนัชฐ์กาญจน์  ธันเจริญ อดีตนางพยาบาล ผู้ผันตนเป็นนักธุรกิจหลังวัยเกษียณ เจ้าของแบรนด์น้ำเต้าหู้ “KUL” ออกปากเลยว่าไม่ง่ายจริงๆ

กว่า 4 ปี ชีวิตหลังวัยเกษียณ แม้เธอจะเตรียมตัวรับมือไว้บ้าง ด้วยการมองหาลู่ทางค้าขาย แต่จะขายอะไร  ขายอย่างไรให้ไม่เหมือนใคร  นี่คือโจทย์ท้าทายในการตัดสินใจเปิดหนังสือสร้างตำนานนักธุรกิจหน้าใหม่

“คิดมาตลอดภาพหลังเกษียณที่วางไว้ คือ อยากค้าขายเกี่ยวกับอาหาร แต่จะขายอะไรที่เหมาะกับตนเอง และมีลูกค้าอุดหนุนตลอด ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย พยายามเฟ้นหาอยู่นาน  จนมาบรรจบที่น้ำเต้าหู้ เครื่องดื่มบำรุงร่างกายที่ส่วนตัวชอบดื่มมาก เพราะซื้อหาง่าย มีร้านขายตามท้องตลาดทั่วไป ฉะนั้นหากจะต่อยอดเป็นอาชีพต้องสร้างความเหมือนที่แตกต่าง” คุณกูล เกริ่น มาอย่างนั้น

จากนั้น เธอไม่รอช้า รีบเดินหน้าศึกษาเรื่องน้ำเต้าหู้อย่างจริงจังทันที ไม่ทราบเรื่องใดก็มองหาผู้รู้ให้คำตอบ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา จนพบว่า น้ำเต้าหู้มีคุณสมบัติข้อดีเยอะมาก แต่มีข้อด้อยอย่างหนึ่งที่ชัดเจน คือ อายุการเก็บรักษาสั้น อยู่ในอุณหภูมิปกติไม่เกิน 1-2 วันก็เสียแล้ว

ดังนั้น จุดเด่นของน้ำเต้าหู้ “KUL” ที่วางไว้ให้แตกต่างจากน้ำเต้าหู้ทั่วไป จึงเป็นเรื่องการยืดอายุไว้ในอุณหภูมิปกติได้นานถึง 6-12 เดือน และคงคุณค่าสารอาหารได้ครบถ้วน โดยเลือกใช้เทคโนโลยี Stream retort เข้ามาเป็นพระเอกในการเริ่มต้นธุรกิจครั้งนี้

“สูตรน้ำเต้าหู้ที่ใช้ คือ สูตรปกติทั่วไป ที่แตกต่างคือการนำวิธี Stream retort นวัตกรรมการฆ่าเชื้อ โดยใช้ไอน้ำอิ่มตัว (saturated steam) ภายใต้แรงดันสูงเป็นตัวกลางถ่ายเทความร้อน ระหว่างการฆ่าเชื้ออาหารในไอน้ำอิ่มตัว วิธีนี้แม้จะนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ คนตัวเล็กน้อยรายนักไม่เลือกวิธีนี้ ด้วยมีค่าใช้จ่ายสูง ไม่คุ้มกับการลงทุน แต่สำหรับเราแล้ว เมื่อนึกถึงคุณค่าทางสารอาหาร ระยะเวลาการเก็บรักษาที่ยาวนาน ที่สำคัญสิ่งที่ลูกค้าได้รับมีประโยชน์อย่างมาก น้ำเต้าหู้ KUL จึงตัดสินใจเสี่ยงเลือกวิธีนี้ ผลิตน้ำเต้าหู้ออกตีตลาด” คุณกูล เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

และว่า เทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการผลิต แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันนั้น คือ การคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เมล็ดถั่วต้องสมบูรณ์ที่สุด ห้ามมีรอยแตกเด็ดขาด เพราะเมล็ดถั่วที่แตกมีเชื้อราแฝงอยู่ หากนำมาใช้ทำน้ำเต้าหู้  สารอาหารที่ได้จะด้อยคุณภาพทันที กลายเป็นสารสะสม อันตรายต่อร่างกาย

แต่ด้วยตลอดชีวิตเป็นนางพยาบาลไม่มีความรู้ด้านนี้เลย ทางออกที่ดีจึงเลือกลงพื้นที่พูดคุยปรึกษากับชาวเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง ป้องกันความผิดพลาด เพราะเชื่อว่าเกษตรกรผู้ปลูกย่อมมีความเชี่ยวชาญกว่าแน่นอน โดยเลือกเกษตรกรรายที่ปลูกถั่วเหลืองออร์แกนิก 100% สำหรับส่งออก เมล็ดถั่วที่ได้จึงไร้ที่ติ มีคุณภาพได้มาตรฐาน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

“KUL” น้ำเต้าหู้เข้มข้น ผลิตจากส่วนผสมถั่วเหลือง 6 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน ไม่เจือปนสารเคมีหรือสารกระตุ้นใดๆ ทั้งสิ้น  ทุกครั้งที่เปิดดื่มจึงคงความรู้สึกสดใหม่ ราวกับเพิ่งยกลงจากเตาเสมอ โดยผลิตออกวางจำหน่าย 5 รสชาติ ได้แก่ 1. ธรรมชาติ 2. อัลมอนด์ 3. งาดำ 4. แมงลัก และ 5. ถั่ว 5 สี (ถั่วเหลือง, ถั่วดำ, ถั่วแดง, ถั่วเขียว และถั่วขาว) มี 3 สูตร คือ 1. สูตรดั้งเดิม (Original) น้ำนมถั่วเหลือง 100% 2. สูตรไม่ใส่น้ำตาล น้ำนมถั่วเหลือง 80% ส่วนผสมตามรสชาติ 20% และ 3. สูตรมีน้ำตาล น้ำนมถั่วเหลือง 80%  น้ำตาลไม่ฟอกสี 4% และส่วนผสมตามรสชาติ 16%

ส่วนบรรจุภัณฑ์ ผลิตทั้งแบบถุงและแบบขวด โดยแบบถุง เลือกถุงที่มีคุณสมบัติพิเศษสำหรับใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบบ Stream retort ยืดอายุอาหาร วางจำหน่ายในราคาถุงละ 35 บาท  แบบขวด เลือกขวดแก้วที่ทนความร้อนถึง 121 C° ป้องกันการเกิดปฏิกิริยากับอาหารที่บรรจุ ฝาขวดทนความร้อนและความดันได้ดี วางจำหน่ายในราคาขวดละ 50 บาท

สำหรับการเปิดตัวครั้งแรก คุณธนัชฐ์กาญจน์ เลือกใช้การออกบู๊ธประชาสัมพันธ์ เพื่อถ่ายทอดข้อมูลแบบตัวต่อตัวแก่ผู้บริโภค ป้องกันการเข้าใจผิด โดยกลุ่มลูกค้าที่วางไว้คือระดับกลางไปถึงระดับบน เน้นกลุ่มรักสุขภาพและกลุ่มที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์เป็นหลัก ปรากฏว่ามีกระแสตอบรับดีมาก มีการซื้อซ้ำ ออร์เดอร์ที่ได้รับมากกว่าที่คาดไว้เป็นเท่าตัว แม้จะเปิดตัวไม่ถึงปีแต่การเติบโตเรียกได้ว่าก้าวกระโดดทีเดียว

“น้ำเต้าหู้ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Stream retort ยังนับเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภค จึงเลือกออกบู๊ธลงพื้นที่ด้วยตนเอง ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การสร้างความเข้าใจถือเป็นเรื่องสำคัญ หากลูกค้าเข้าใจและเชื่อมั่น แม้จะยังไม่ซื้อสินค้าแต่ก็ถือว่าเราได้เปิดช่องทางการขายแล้ว อย่างปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ให้ร่วมออกบู๊ธขายของ สร้างช่องทางการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย” คุณกูล บอกอย่างนั้น

จากแรงสนับสนุนที่ไม่ขาดสายของภาครัฐและเอกชนนี้ อนาคตของ KUL ธุรกิจเล็กๆ ของผู้ประกอบการหน้าใหม่วัยเกษียณ จึงมั่นใจว่าจะสามารถเติบโต ขยายฐานการตลาดไปสู่การมีตัวแทนขาย และติดปีกไกลไปถึงตลาดเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้เปิด 5 อันดับเครื่องดื่มขายดีในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
บทความถัดไป12 พฤติกรรมการกิน ถ้าไม่อยากเสี่ยงโรค อย่าทำแบบนี้!