เปิดนานกว่า 4 ทศวรรษ ร้านขนมไทยโบราณเมืองแปดริ้ว อร่อยระดับเชลล์ชวนชิม

เปิดนานกว่า 4 ทศวรรษ ร้านขนมไทยโบราณเมืองแปดริ้ว อร่อยระดับเชลล์ชวนชิม

หากเอ่ยถึงร้านขนมไทยสักร้าน ที่ยังคงมนต์เสน่ห์และรสชาติของขนมไทยโบราณไว้จนถึงปัจจุบัน คงต้องยกให้ “รินขนมไทย” ร้านนี้อยู่สร้างความอร่อยมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เป็นร้านของฝากจากเมืองแปดริ้วที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพอย่างดีมาเพื่อผู้บริโภคโดยแท้จริง

 

คุณริน-ภาวริน น้อยใจบุญ ทายาทรุ่นสอง ในวัย 49 ปี เธอเข้ามารับช่วงต่อ ดูแลกิจการร้านรินขนมไทยตั้งแต่ปี 2544 เพียงแต่ตอนนั้นเข้ามาดูแลกิจการในส่วนบัญชี จนปี 2559 เธอได้เข้ามาบริหารเต็มตัว

ก่อนเล่าย้อนที่มาที่ไปของร้านให้ฟังว่า ร้านรินขนมไทยเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2517 จากความตั้งใจของรุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่อยากทำขนมสูตรโบราณซึ่งได้รับการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นให้เป็นที่รู้จัก เป็นโอกาสดีช่วงนั้นใกล้วันสารทไทย ขนมชนิดแรกของร้านจึงเป็น กระยาสารท ใช้น้ำอ้อยแท้เข้มข้นไม่เหมือนร้านไหน

 

ณ ตอนนั้น รินขนมไทย ยังเป็นกิจการเล็กๆ ภายในครัวเรือน ตั้งอยู่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 314 ใช้พื้นที่หลังบ้านเป็นที่รังสรรค์ความอร่อย ด้วยคนงานเพียง 2-3 คน ส่วนหน้าร้านใช้พื้นที่หน้าบ้านวางขาย และทำตลาดด้วยการนำไปฝากร้านค้าใกล้เคียงขายอีกทาง กิจการดำเนินเรื่อยมา กระทั่งปี 2521 รินขนมไทยได้รับสัญลักษณ์เชลล์ชวนชิม

“เราได้รับเชลล์ชวนชิมโดยไม่รู้ตัว ครั้งนั้น ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ แวะมาชิมกระยาสารท แล้วชอบ ท่านจึงนำไปเขียนลงนิตยสาร ฟ้าเมืองไทย สมัยก่อนนั้น พอเขียนลงนิตยสารฟ้าเมืองไทย แปลว่าเราได้รับเชลล์ชวนชิม คนตามมาซื้อ จากที่ทำกระยาสารทไว้ให้พอขาย 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าขายหมดภายในวันเดียว ทำให้กระยาสารทเป็นที่รู้จัก ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น”

ต่อมา ทางร้านเริ่มขยายช่องทางทำตลาด ออกงานแสดงสินค้า ออกรายการโทรทัศน์ชื่อดังสมัยนั้น เช่น แม่บ้านที่รัก และตามไปดู ฯลฯ

กระยาสารท จึงนับเป็นสินค้าตัวแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับร้าน เพราะได้ทั้ง เชลล์ชวนชิม โอท็อป และปีล่าสุดที่ผ่านมายังได้ออกรายการโทรทัศน์ดัง ครัวคุณต๋อย รวมทั้งได้รางวัลผลิตภัณฑ์โอท็อปเด็ดของจังหวัดฉะเชิงเทราในปี 2562 นี้ ซึ่งเป็นปีแรกที่มีรางวัลนี้

“ธุรกิจเติบโตขึ้นจากปี 2517 ที่มีคนงานเพียง 2-3 คน ปัจจุบันเรามีโรงงานได้มาตรฐาน GMP เป็นของตัวเอง มีพนักงานราว 50 คน มีหน้าร้าน 2 สาขา และจุดกระจายสินค้าอีก 40 จุด ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก รวมไปถึงร้านขายของฝาก โกลเด้น เพลส และขายผ่านออนไลน์”

ด้วยเวลาที่เปลี่ยนไป นอกจากกระยาสารทแล้ว รินขนมไทยยังเพิ่มชนิดขนมให้หลากหลายขึ้น เพราะหากขายกระยาสารทเพียงอย่างเดียว คงไม่ดึงดูดใจลูกค้ามากนัก ทำให้ปัจจุบันร้านรินขนมไทยมีขนมให้เลือกชิมมากกว่า 30 ชนิด โดยทางร้านยังคงเน้นขนมไทยโบราณหาทานยาก

“ร้านเราเน้นขนมไทยโบราณหาทานยาก เป็นจุดยืนตั้งแต่ยุคคุณพ่อคุณแม่ว่าจะเน้นทำแต่ขนมไทย เมื่อถึงยุคเรา เรายังคงไม่ทิ้ง ยังทำขนมที่คงเสน่ห์ของความเป็นไทยอยู่” ทายาทรุ่นสอง เผย

 

โดยขนมขึ้นชื่อที่ได้รับสัญลักษณ์เชลล์ชวนชิมเช่นเดียวกับกระยาสารท คือ ข้าวตัง (หน้ากุ้ง หน้างา) และขนมหวานชนิดอื่น อาทิ ฝอยทองคำ คือ นำมาพันให้กินเป็นคำๆ ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน ขนมชั้น วุ้น กลีบลำดวน ขนมโก๋ อีกชนิดคือ ขนมผักกาดหวาน เป็นขนมโบราณซึ่งไม่ค่อยมีคนทำขาย เนื่องจากใช้ระยะเวลาทำนาน หลายคนจึงไม่รู้จัก รสสัมผัสคล้ายกะละแม นอกจากนี้ ยังมีขนมไทยโบราณ ตามเทศกาล เช่น วันสารทจีน ตรุษจีน และขนมสำหรับงานบวงสรวง งานบุญ เป็นต้น

ย้อนถามถึงการรับช่วงต่อ ในฐานะทายาทรุ่นสอง คุณริน เล่าว่า สไตล์การทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นหนึ่งเยอะพอควร งานแรกที่เข้ามาทำคือ บัญชี ด้วยเป็นธุรกิจครอบครัวจึงไม่มีการทำบัญชีจริงจัง จึงต้องทำให้เป็นระบบมากขึ้น

“หลังเข้ามาทำเต็มตัว กลายเป็นว่าเราต้องดูแลงานในภาพกว้าง ปรับหลายอย่างมากขึ้น เพราะโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปเยอะมาก จากยุคแรกที่เริ่มทำธุรกิจ แต่ก่อนทำงานกันเป็นครอบครัว เราต้องปรับรูปแบบให้เป็นธุรกิจมากขึ้นคือ มีเวลาเข้างาน เลิกงานที่แน่นอน วันไหนงานเยอะให้ทำเป็นโอที”

ส่วนการขาย เมื่อก่อนหน้าร้านยังเป็นแหล่งขายหลัก เป็นร้านขายของฝากร้านแรกบนเส้นทางฉะเชิงเทราออกไปบางปะกง ใครผ่านมาต้องแวะซื้อ แต่สมัยนี้มีร้านใหม่เปิดเป็นคู่แข่ง อีกอย่างโลกเปลี่ยนไป คนอยากทานแต่ไม่อยากเดินทางมาซื้อด้วยตัวเอง รูปแบบการขายจึงต้องเปลี่ยนไปให้เข้ากับคนสมัยใหม่ คือ หันมาขายแบบออนไลน์ และหาตัวแทนจำหน่ายให้มากขึ้น

และด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขนมไทยที่มีรสหวานจัด มันจัด อาจไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เป็นอีกโจทย์ที่ร้านรินขนมไทยต้องปรับเปลี่ยน เช่น ใช้หญ้าหวานเพิ่มความหวานแทนการใช้น้ำตาล

“ต้องยอมรับว่า ขนมไทยส่วนใหญ่ยังพ่วงกับวิถีชีวิตของคนไทยอยู่เยอะ เช่น ในแง่ของการทำบุญ แต่ในแง่ของการบริโภค ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก แนวความคิดของผู้บริโภคเองก็เปลี่ยนไปเยอะมาก หลายคนเริ่มเลี่ยงขนมไทย เพราะรสชาติหวานจัด มันจัด เราเองต้องปรับตัวแต่ไม่ใช่ทั้งหมด สูตรเดิมที่ดียังคงไว้ แล้วผลิตสูตรใหม่เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น กระยาสารท ทางร้านทำสูตรลดน้ำตาล ควบคู่กับสูตรดั้งเดิมที่ทำขายอยู่ เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ สามารถทานได้”

สำหรับกลุ่มผู้บริโภค คุณริน บอกว่า หลังขยายทำตลาดออนไลน์ได้กลุ่มลูกค้าอายุน้อยเพิ่มขึ้น รวมทั้งกลุ่มคนรักสุขภาพเพราะทางร้านปรับสูตรเพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ และอีกกลุ่มที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังคงติดใจในรสชาติของกระยาสารท ขนมขึ้นชื่อของทางร้าน

 

ถามถึงปัญหาอุปสรรค ทายาทสาว เล่าว่า มีตลอดเวลา เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่สมัยเปิดร้านแรกๆ แล้ว เพราะคนไม่รู้จัก ร้านค้าจึงมักปฏิเสธที่จะรับขนมไว้ขาย

ส่วนยุคนี้ ปัญหาใหญ่คือคน เพราะใช้แรงงานคนเป็นหลัก ต้องเป็นคนที่มีฝีมือ ซึ่งแรงงานไทยหายากมาก เพราะทางร้านไม่อยากใช้แรงงานต่างชาติมากนัก อีกทั้งขนมไทยไม่ค่อยมีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำต่างกับขนมฝรั่งมีเครื่องมือมาพร้อมทำให้การทำขนมง่ายขึ้น เรื่องของตลาดนั้นก็ยากเหมือนกัน ต้องมีโลจิสติกส์ที่เข้มแข็ง

“อีกอย่างคือ คนไทยเองไม่ค่อยให้คุณค่ากับขนมไทย มองว่าเป็นขนมบ้านๆ พื้นๆ ทั้งที่การผลิตใช้กระบวนการพิถีพิถันกว่าจะได้ขนมแต่ละชิ้น ยากกว่าขนมฝรั่งเสียอีก ในฐานะผู้ผลิตแอบท้อใจเหมือนกัน”

ทั้งนี้ ทายาทสาว บอกถึงเป้าหมายให้ฟังว่า รินขนมไทยจะไม่หยุดพัฒนา ยังคงเน้นเสน่ห์ของขนมไทย ที่ได้รับมาตรฐานสากล

“เราพยายามส่งต่อคุณค่าให้เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า เพราะเราไม่ใช่แค่คนทำขนมขาย แต่เราเป็นคนทำขนมที่พยายามอนุรักษ์วัฒนธรรมและเสน่ห์ของความเป็นไทย”

ร้านรินขนมไทย เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด สำนักงานใหญ่ เปิดเวลา 07.00-19.00 น. ตั้งอยู่ที่ 15/2 หมู่ 3 ตำบลโสธร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา และสาขาโสธร เปิดเวลา 08.00-17.30 น. ตั้งอยู่ที่ เลขที่  887/1 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เฟซบุ๊ก Rin Thai Dessert – รินขนมไทย โทรศัพท์ (038) 512-534, (086) 316-2336

บทความก่อนหน้านี้“GIT” เปิดรับสมัครคนที่มีใจรักการออกแบบเครื่องประดับ ชิงเงินล้าน
บทความถัดไปอดีตชาวนา หันทำ “ขนมถ้วย” ขาย รายได้ดี จนส่งลูกเรียนจบป.ตรี