ทำความรู้จัก “ซีอีโอ-วัยยี่สิบเศษ” แห่ง “แฟลช เอ็กซ์เพรส” น้องใหม่มาแรง วงการโลจิสติกส์

ทำความรู้จัก “ซีอีโอ-วัยยี่สิบเศษ” แห่ง “แฟลช เอ็กซ์เพรส” น้องใหม่มาแรง วงการโลจิสติกส์

“แฟลช เอ็กซ์เพรส” คือ บริษัทรับจัดส่งสินค้าและพัสดุทั่วไทย จัดเป็น “น้องใหม่-มาแรง” แห่งวงการโลจิสติกส์ ของไทย ที่เสนอตัวเข้ามาขอ “แบ่งเค้ก” ตลาดอีคอมเมิร์ช ที่ปัจจุบันมีมูลค่ามหาศาล

กิจการแห่งนี้ใช้งบลงทุนกว่าห้าพันล้านบาท  จัดตั้งขึ้นโดยทีมผู้บริหารจากไทยและจีน และประกอบด้วยทีมนักเขียนระบบ นักออกแบบ นักพัฒนา และนักโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพ จากค่ายดังระดับโลก อย่าง ดีเอชแอล ทีเอ็นที อาลีเพย์ อาลีบาบา

แต่มีผู้บริหารที่นั่งเก้าอี “ซีอีโอ” เป็นหนุ่มไทยอายุไม่ถึง 30 ปี!!

คุณคมสันต์ แซ่ลี ซีอีโอวัย 28 ปี เปิดห้องทำงานส่วนตัว ภายในสำนักงานใหญ่ “แฟลช เอ็กซ์เพรส” ซึ่งตั้งอยู่ภายในตึกหรูริมถนนรัชดาภิเษก ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง  เริ่มต้นด้วยการตอบคำถามทำไมถึง “โตเร็ว” ได้ขนาดนี้

“อาจเป็นเพราะครอบครัวมีอาชีพค้าขาย ตอนเด็กๆ มีโอกาสตามคุณพ่อ-คุณแม่ ไปทำงานตลอด และส่วนตัวผมชอบทำค้าขาย เพราะทำแล้วรู้สึกสนุก” คุณคมสันต์ ว่ามาอย่างนั้น

พร้อมแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น มีพี่น้อง 3 คน ตัวเขาเป็นลูกชายคนโต บ้านเกิดอยู่ที่เชียงราย ไปเรียนต่อที่ลำปาง จนจบปริญญาตรี สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จากนั้นไปทำธุรกิจที่เชียงใหม่

“ที่จริงทำธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ลำปาง เคยเปิดร้านขายของอยู่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เน้นขายของให้กลุ่มนักศึกษาจีนที่มาเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน เพราะเล็งเห็นว่านักศึกษาจีนกินของไทยไม่ค่อยถนัด เลยนำเข้าเครื่องปรุงของจีนมาขาย” คุณคมสันต์ เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

กระทั่งช่วงชั้นปีที่ 3 ของการเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี หรืออายุได้ราว 21 ปี เขามีโอกาสได้รับความไว้วางใจให้นั่ง “เก้าอี้ซีอีโอ” เป็นครั้งแรก

“ตอนนั้นมีบริษัทของคนจีน มาลงทุนทำท่าทราย แต่ขาดทุนเยอะมาก กำลังจะเจ๊งพร้อมม้วนเสื่อกลับบ้าน เพื่อนเลยชวนให้ไปคุยกับผู้จัดการใหญ่ของเขา คิดว่าเราน่าจะเข้าไปกู้สถานการณ์ได้ ซึ่งไม่ได้เข้าไปเทกโอเวอร์ แต่ไปเป็นซีอีโอให้ ปรากฏทำได้ปีกว่า เขากลับฟื้นขึ้นมามีกำไร 15 ล้านบาท จากนั้นไม่นานก็ดันบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์” คุณคมสันต์ เล่ายิ้มๆ

คมสันต์ แซ่ลี

ทำไมถึงพลิกวิกฤตธุรกิจจวนเจ๊ง ให้กลับฟื้นขึ้นมามีกำไรได้ถึงขนาดนั้น คุณคมสันต์ อธิบายให้ฟังเป็นวิทยาทานว่า ธุรกิจท่าทราย สิ่งสำคัญคือ กำลังการผลิต ถ้าเครื่องจักรเสียผลิตไม่ได้ เดือนหนึ่งก็จ่ายค่าแรงไปฟรีๆ และปัญหาที่พบ เครื่องจักรของเขาเก่าเกินไป รวมทั้งปัญหาการคอร์รัปชั่น คนงานเป็นญาติพี่น้องกันหมด พอมีรายได้เงินไม่เข้าบริษัท อีกทั้งยังไม่มีคนทำการตลาดให้ด้วย

“พอผมเข้าไปบริหาร เชิญคนเก่าออกหมดเลย เปลี่ยนคนทำงานชุดใหม่ 20 กว่าคน โละเครื่องจักรเก่าเอาออกหมด นำเครื่องจักรใหม่เข้า ลงทุนครั้งเดียว เมื่อมีรายได้อย่าเพิ่งแบ่งเงินปันผล แต่เอาเงินไปซื้อที่ดิน ที่มันมีทราย พอเป็นเจ้าเดียวที่มีทรายในตลาด ขึ้นราคาได้ 3 รอบ กำไรมีขึ้นมาทันที” คุณคมสันต์ ถ่ายทอดเทคนิคการทำธุรกิจในแบบของเขาเมื่อครั้งนั้น

หลังสำเร็จการศึกษา คุณคมสันต์ หันไปทำธุรกิจของตัวเองที่เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนสอนภาษาไทย ปรากฏเปิดได้ครึ่งปีต้องปิดตัว หรือพูดง่ายๆ ก็คือเจ๊ง สาเหตุเป็นเพราะมีความมั่นใจเกินไปแต่ไม่รู้ปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจนั้น คือคิดว่ายังไงต้องมีคนมาเรียน แต่ปรากฏว่าอาจารย์ที่เป็นลูกจ้างไปรับสอนนอกเวลา เลยไม่มีเด็กมาที่โรงเรียนเลย

พักกายใจอยู่ไม่นาน คุณคมสันต์เริ่มต้นทำธุรกิจใหม่อีกครั้ง คราวนี้หันไปจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำหน้าที่เป็น “โบรกเกอร์” หรือนายหน้าซื้อขายอสังหาฯ ทำอยู่ปีกว่า เขาสามารถทำกำไรให้ตัวเองได้กว่า 100 ล้านบาท

และนั่นเองที่เป็น “ต้นทุน” ในการพาตัวเองเข้าแวดวงธุรกิจขนส่ง ในนาม 4 T Express (โฟร์ ที เอ็กซ์เพรส) เป็นบริษัทโลจิสติกส์จัดส่งสินค้าจากต่างประเทศทั่วโลกกระจายไปยังเมืองต่างๆ ในประเทศจีน ดำเนินธุรกิจอยู่ราว 3 ปี มีกำไรเป็นเงินปันผลให้หุ้นส่วน ได้เดือนละ 20-30 ล้านบาท

จนในราวปี 2560 จึงเริ่มหันมาศึกษาโอกาสทางธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทย กระทั่งพบข้อมูลน่าสนใจ ไทยมีพื้นที่เล็กกว่าประเทศจีนแต่ค่าขนส่งแพงกว่าจีนหลายเท่า อีกทั้งคนไทยยังต้องไปเข้าแถวรอส่งสินค้า ทั้งที่การบริการที่จีนนั้นมีการไปรับสินค้าถึงหน้าบ้านให้เลย

แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจ “แฟลช เอ็กซ์เพรส” ในเมืองไทยนั้น เขาพบว่าตัวเองยังขาดเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนในการทำงาน หากจะใช้คนเป็นจำนวนมาก ค่าจ้างต้องสูงและเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ภรรยาของเขาซึ่งเป็นชาวจีน จึงประสานไปทาง “ไอบีเอ็ม” และ “อาลีบาบา” เพื่อให้เข้ามาช่วยพัฒนาระบบเทคโนโลยีและร่วมบริหาร

“ก่อนหน้านี้เคยพาตัวแทนจากอาลีบาบา ไปสำรวจสาขาของคู่แข่ง พบภาพลูกค้ายืนต่อแถวเพื่อรอส่งสินค้า เขาตกใจ และคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะที่จีน มีบริการรับสินค้าถึงหน้าบ้าน จึงคิดว่าโอกาสของเรามาแล้ว เลยตกลงทำธุรกิจร่วมกัน” คุณคมสันต์ บอกอย่างนั้น

“แฟลช เอ็กซ์เพรส” เปิดตัว อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ภายใต้โมเดลการทำธุรกิจขนส่งแตกต่างไปจากผู้ให้บริการรายอื่น คือ ไม่รับทั้ง “Out Source” (เอาต์ซอร์ซ) และไม่ใช้ระบบ “แฟรนไชส์” และดึงทีมไอทีที่มีศักยภาพด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาดูแลระบบ “หลังบ้าน” เองทั้งหมด ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 5,000 ล้านบาท

“แฟลช เอ็กซ์เพรส เป็นน้องใหม่ที่มีประสบการณ์ เป็นธุรกิจของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ มีบริการรับสินค้าถึงหน้าบ้าน เริ่มต้นที่ 19 บาท ซึ่งกล้าพูดว่าถูกที่สุดในประเทศไทย และที่กล้าทำขนาดนี้เพราะเชื่อมั่นสามารถควบคุมคุณภาพได้” คุณคมสันต์ บอกจริงจังส่งท้าย

บทความก่อนหน้านี้เมียเก่า “ก้อง ห้วยไร่” เปิดใจรับช้ำรัก หลังฝ่ายชายคบซ้อนเปิดตัวคบ เบล
บทความถัดไปมนุษย์ออฟฟิศ ค้านเก็บค่าผ่านทางอโศก-สุขุมวิท ชี้เพิ่มภาระแต่เงินเดือนเท่าเดิม