“อภัยภูเบศร” แนะกินใช้อย่างถูกวิธี “สมุนไพร : ทางออกประเทศไทย คลี่คลายมลพิษ”

“อภัยภูเบศร” แนะกินใช้อย่างถูกวิธี “สมุนไพร : ทางออกประเทศไทย คลี่คลายมลพิษ”  

จากงานเสวนาวิชาการ หัวข้อ  “สมุนไพร :  ทางออกประเทศไทย คลี่คลายมลพิษ” โดยมีวิทยากรผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ  ภญ.ดร.อัญชลี จูฑะพุทธิ ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน กรมการแพทย์ไทยและการแพทย์ทางเลือก และ ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ หัวหน้าฝ่ายข้อมูลศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ดำเนินรายการโดย ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

รศ.นพ.สุทัศน์ กล่าวตอนหนึ่ง ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 มีมานานแล้วเพียง แต่มาส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ทำให้มีการพูดถึงอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม แม้ในขณะนี้ปริมาณฝุ่นจะลดลง แต่ไม่อาจวางใจได้ ตราบใดที่ยังไม่สามารถควบคุมปริมาณการใช้เครื่องยนต์ ทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ยานพาหนะ ตลอดจนถึงจำนวนผู้สูบบุหรี่ 10.9 ล้านคน ทั้งนี้มีผลวิจัยที่น่าตกใจของประเทศอิตาลี ที่ระบุว่า มีการสตาร์ทรถเครื่องยนต์ดีเซลทิ้งไว้ 30 นาที ปริมาณฝุ่นพิษที่มาจากท่อไอเสีย เขม่ารถยนต์ น้อยกว่าปริมาณควันที่มาจากการจุดบุหรี่ต่อเนื่องกัน 3 มวน

และปัจจุบันคนไทยสูบบุหรี่เฉลี่ยวันละ 10 มวน ต่อคนต่อวัน นั่นแสดงว่า มีจำนวนผู้สูบบุหรี่ต่อวันถึง 100 ล้านมวน ปริมาณมลพิษจึงกระจายไปทั่ว และหากส่งผลต่อเด็ก สตรี คนชา ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน มะเร็ง หัวใจ อัมพฤกษ์ หากได้รับมลพิษเป็นจำนวนมากอาจจะส่งผลเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ อาจถึงขั้นแท้งบุตร หรือเกิดมาในลักษณะผิดปกติ

“เคยมีการศึกษาประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หากวันใดมีการเดินเครื่อง แม้จะมีการแจ้งประชาชนล่วงหน้าเพื่อใส่หน้ากากป้องกันก็ตาม แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ มีผู้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยโรคภูมิแพ้ หืด หวัด ปอดบวม ปอดติดเชื้อ สูงกว่าช่วงที่ไม่เดินเครื่อง ถึง 3 เท่า” นพ.สุทัศน์ กล่าว

และว่า รู้สึกยินดีที่รัฐบาลประกาศให้ปัญหาฝุ่นพิษ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าแม้จะแก้ไขอย่างเต็มกำลังก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี เลวร้ายที่สุดอาจยาวนานถึง 20 ปี สำหรับมาตรการระยะสั้นที่อยากฝากไว้เป็นสูตร 4 ข้อคือ 1. รู้ไว คือ ตรวจเช็คปริมาณฝุ่นพิษจากแอพลิเคชันที่มีหลากหลายโดยตลอด เพื่อเตรียมรับมือหากค่าฝุ่นเกิน 100  2. ไม่เผา คือ ไม่เผาไร่ หญ้า ขยะ ตลอดจนถึงสูบบุหรี่ในที่ชุมชน ซึ่งจะก่อให้เกิดมลภาวะต่อส่วนรวม   3. เอาหน้า หมายถึงใส่หน้ากากป้องกันมลพิษ ในวันที่มีปริมาณสูงเกินปกติ และ 4. รักษาสุขภาพ ออกกำลังกายในบ้านแทนกลางแจ้ง รับประทานอาหารถูกสุขลักษณะและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

ด้าน ภญ.อาสาฬา กล่าวว่า ในส่วนของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ขอแนะนำสมุนไพรเพื่อช่วยดูแลปอด ในตัวแรกคือ หญ้าดอกขาว เป็นยาล้างปอด ที่ใช้ต่อเนื่องกันมายาวนาน มีงานวิจัยระบุว่าสามารถลดการแพร่กระจายของมะเร็งปอด สอดคล้องกับหมอยาพื้นบ้านที่ใช้ล้างมลพิษที่ค้างในปอด สามารถชงดื่มครั้งละไม่เกิน 2 กรัม 3 เวลา ตัวที่สองที่แนะนำคือ ขมิ้นชัน ช่วยเพิ่มสมรรถภาพให้กับปอด และระบบทางเดินหายใจ โดยรับประทานครั้งละ 3 เม็ด 3 เวลา และควรรับประทานต่อเนื่องไม่เกิน 3 เดือน และให้หยุดพัก 1 เดือน ก่อนที่จะมาใช้ใหม่อีกครั้ง ตัวที่ 3.รางจืด ที่ใช้ล้างสารพิษ ไม่ควรรับประทานต่อเนื่องเกิน 5 วันในหนึ่งเดือน  ตัวสุดท้าย คือ มะขามป้อมสามารถรับประทานทั้งรักษาอาการไอและเพื่อดูแลสุขภาพ มะขามป้อมจะเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง

ส่วน ดร. อัญชลี แนะนำเพิ่มเติม ในส่วนของกรมการแพทย์แผนไทยฯ มีทุนสนับสนุนการวิจัยสมุนไพรอีกเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้ผู้สนใจสามารถเขียนโครงการเข้ามาขอได้ เราพร้อมให้การสนับสนุน เพื่อให้สมุนไพรไทย มีงานวิจัยรองรับ สามารถอ้างอิงได้ในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลสมุนไพรต้านมลพิษเพิ่มเติม สามารถร่วมเรียนรู้ได้ที่ งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 16 ในวันที่ 6 – 10 มี.ค. นี้   ที่ อิมแพคเมืองทองธานี ฮอลล์ 10-12  หรือ สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร 037-211-289 ในวันเวลาราชการ หรือ Facebook/สมุนไพรอภัยภูเบศร

 

บทความก่อนหน้านี้“สวงอยู่ที่วังหลัง” คาเฟ่สุดชิก เพื่อคนรักสุขภาพ ทุกเมนูปลอดไขมันทรานส์ร้อยเปอร์เซ็นต์
บทความถัดไปบังสุดช้ำ หนุ่มเมาทำเดือดร้อน100ชีวิต 80ล้านส่อสูญ-โทรหาตัดสาย หวังคนยื่นมือช่วย(คลิป)