“ดีเจพี่อ้อย” ศิราณีรับปรึกษาปัญหาหัวใจ เพิ่มบทบาทชีวิต เปิดร้านอาหารชื่อเก๋ “บนดาวอังคาร” คนธรรมดาไม่ต้องไปอร่อยไกลถึงนอกโลก

รับบทบาทเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้ใครมานักต่อนัก สำหรับ “อ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล” หรือ ดีเจอ้อย สาวเสียงหวานที่ใครหลายคนยกย่องให้เธอเป็นกูรูเรื่องความรัก เพราะสามารถทำให้หัวใจคนที่เคยสิ้นหวัง กลับมามีแรงต่อสู้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

มาวันนี้ศิราณีสาวขอเพิ่มบทบาทชีวิตเป็นนักธุรกิจเปิดร้านอาหาร ตั้งชื่อเก๋ “บนดาวอังคาร” จุดนัดพบของคนที่อยากกินอาหารอร่อย บรรยากาศดี ที่สำคัญมาปรึกษาปัญหาหัวใจได้ ในย่านซอยอารีย์

ธุรกิจแรกในชีวิต มั่นใจทีมงาน
ลุงทุนใช้สตางค์ไม่มาก เน้นใช้สติ

ดีเจอ้อย เปิดฉากเล่าว่า  ไม่เคยคิดจะเปิดร้านอาหาร แต่ทีมงานบังเอิญมาเจอร้านอาหารทำเลดี ซึ่งเจ้าของเดิมกำลังจะเลิกกิจการ เลยตัดสินใจขอเช่าต่อ แล้วเปลี่ยนจากอาหารอิตาเลียน เป็นเมนูฟิวชั่นรสจัด ตั้งชื่อใหม่ “บนดาวอังคาร” คอนเซ็ปต์ถ้าโลกวุ่นวายนัก ให้หลบไปพักที่ดาวอังคาร

ร้านเดิมเป็นอาหารอิตาเลียน ดีเจสาวและหุ้นส่วนเปลี่ยนเป็นเมนูฟิวชั่นรสจัดที่คนไทยคุ้นลิ้น เสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ตกแต่งอย่างอบอุ่น เป็นทาวน์โฮม 2 คูหา เปิดโล่งด้วยเพดานสูง ด้านหน้าเป็นกระจก ภายในร้านส่วนใหญ่ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ผสมผสานระหว่างสไตล์วินเทจ กับแนวโมเดิร์น ใช้แสงจากโคมไฟให้ความอบอุ่น  มี 2 ชั้น มีมุมส่วนตัว สามารถมานั่งคุยงาน หรือจะใช้ห้องส่วนตัวจัดประชุม จัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ก็ได้ บริการฟรีอินเตอร์เน็ต

“เราเห็นศักยภาพในซอยอารีย์ กทม. เพราะใกล้รถไฟฟ้า เป็นซอยที่สามารถทะลุออกถนนได้หลายแห่ง เลยตัดสินใจขอเช่าร้านต่อ แต่ว่าร้านเดิมสวยอยู่แล้ว ไม่ได้ตกแต่งอะไรเพิ่มมาก มีหุ้นส่วน 3 คน พนักงาน 12 คน ทั้งหมดชอบทานอาหารอร่อย เลยไม่ยากที่จะสรรหาเมนูรสชาติดีมานำเสนอลูกค้า”

ร้านอาหาร “บนดาวอังคาร” เปิดให้บริการราวปี 58 ดีเจอ้อย บอกว่า เป็นธุรกิจแรกในชีวิต สาเหตุหลักๆ ที่กล้าทำ เพราะมั่นใจในทีมงานมาก น้องๆ ทุกคนมาด้วยความตั้งใจ ไม่ได้คิดหวังรวย ไม่ได้หวังกำไรสูงสุด เพราะธุรกิจอะไรก็ตามที่ทำแล้วรวยง่าย ก็คงไม่ถึงมือเรา

ด้านเงินลงทุน เจ้าของร้านสาวเสียงดี ย้ำว่า ไม่ถึงล้านบาท ลงทุนใช้สตางค์ไม่มาก เน้นใช้สติ เพราะเป็นลูกจ้างมาทั้งชีวิต ไม่ได้มีเงินเก็บเยอะ แต่คิดไว้เลยว่าถ้าธุรกิจนี้พัง ก็พร้อมที่จะเจ็บตัว

อาหารฟิวชั่น 30 เมนู
บรรยากาศดี มาได้ทุกวัน

สำหรับเมนูที่เสิร์ฟในร้าน ดีเจอ้อย ระบุว่า มีราว 30 เมนู ส่วนใหญ่เป็นอาหารไทย แต่ละเมนูถูกประยุกต์ให้เข้ากับคนในละแวกนี้ เน้นทานง่าย มีความหลากหลาย รสชาติดี มีมังสวิรัติด้วย

“ร้านอาหารของเราทำตามใจคนทาน เหมือนเป็นดีเจที่เปิดเพลงตามใจคนฟัง ฉะนั้น เมนูก็ทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คิดโดยหุ้นส่วนที่ถนัดทำอาหาร อาทิ  ข้าวผัดต้มยำไก่ย่าง จานนี้นำข้าวไปผัดกับน้ำต้มยำจนเข้าเนื้อ มีท็อปปิ้งเป็นไก่ย่างชิ้นใหญ่ ย่างแบบแห้ง  ดาวอังคารสไปซี่ เป็นสปาเกตตี้เส้นเล็กเหนียวนุ่มรสจัดจ้าน ผัดคลุกเคล้าเห็ด  เย็นตาโฟดาวอังคาร เส้นใหญ่เย็นตาโฟผัดแห้ง มาพร้อมลูกชิ้นกุ้งทอด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มและเครื่องซีฟู้ด อีกเมนูที่อร่อย คือ ยำแซลมอนแซ่บน้ำพริกเผา มันเพลินๆ เป็นมันฝรั่งทอดคลุกผงปรุงรสปาปริก้า กินแล้วหยุดไม่ได้ ของหวานยอดฮิต วอฟเฟิล เมล่อน สเปเชียล”

นอกจากมานั่งชิลและทานอาหารอร่อยแล้ว เจ้าของร้าน ย้ำว่า สามารถมาฝากคำถามไว้ หรือวันไหนที่เจอดีเจอ้อยก็เข้ามาปรึกษาปัญหาหัวใจได้

“เราเข้าใกล้คนฟังมากขึ้น เพราะเข้าร้านบ่อย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มาแล้วมีความสุข ได้มาเจอลูกค้าที่น่ารักหลายวัย  บ่อยครั้งที่ลูกค้ามักจะบอกต่อ เช่น ตอนแรกมาทานกัน 2 คน ครั้งหน้าพาครอบครัวมา บางครั้งลูกศิษย์พาคุณครูมา เรามักจะเห็นความน่ารักๆ แบบนี้ทุกๆ วัน ฉะนั้น โต๊ะและที่นั่งที่ร้านจะถูกจัดวางเป็นกลุ่ม ไม่ค่อยมีโต๊ะนั่ง 2 คน”

บนดาวอังคารไม่เพียงเสิร์ฟอาหารอร่อย ยังถูกใช้เป็นสถานที่ที่ทำให้เกิดเรื่องราวดีๆ อาทิ ขอแต่งงาน เลี้ยงส่งพนักงาน จัดงานวันเกิด จัดงานแถลงข่าว  ถ่ายแบบ ถ่ายรายการ จัดปาร์ตี้ เรียกว่าอยากให้ร้านนี้เป็นอะไร เจ้าของร้านสามารถเนรมิตให้ได้

ร้านเล็กๆ แต่ละเอียดอ่อนทุกเรื่อง
มัดใจลูกค้าให้ได้ในครั้งแรก

ด้านคู่แข่งธุรกิจ ดีเจอ้อย ย้ำว่า ตอนจะเปิดร้านก็ทำการบ้าน ปรากฏว่า มองเห็นช่องว่างทางการตลาด ซึ่งร้านอาหารบนดาวอังคาร ไม่ใช่แค่ขายอาหาร เราขายบรรยากาศ น้องๆ สามารถมาติวหนังสือได้ พนักงานออฟฟิศที่เครียดๆ มานั่งพักได้ ที่สำคัญ ทุกเมนูทั้งคาวและหวานอร่อย การบริการที่ดี พนักงานทุกคนมีเซอร์วิสมายด์ บางคนจะถามลูกค้าว่ามาหาพี่อ้อยไหม ถ้าวันไหนพี่อ้อยมาก็จะบอกให้รอ นอกจากนั้นทางร้านมีบริการส่งอาหารนอกสถานที่ด้วย

 

“ลูกค้าส่วนมากที่มาในครั้งแรก อยากมาลอง เพราะชื่อแปลก แต่สุดท้ายคนกลุ่มนี้ก็จะกลับมาอีก ไม่ใช่เป็นเพราะเรา แต่เป็นเพราะทุกอย่างในร้าน พี่อ้อยทำหน้าที่เป็นพีอาร์ได้ กวักคนเข้ามาได้ในครั้งแรก แต่ครั้งต่อไป เป็นหน้าที่ของพนักงานแล้ว”

ดีเจอ้อย ย้ำว่า แม้อาหารจะเป็นปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิต คนกินอาหาร 3 มื้อ แต่ไม่ได้หมายความว่า คนจะกิน 3 ร้าน บางคนชอบร้านไหนก็กินร้านนั้น ฉะนั้น ต้องมัดใจลูกค้าให้ได้ในครั้งแรก

“ตั้งแต่เปิดร้านอาหารมา 2 ปี ผ่านหลายช่วงทั้ง ขาดทุน เท่าทุน และพอมีกำไร เรามองว่าช่วงไหนเรตติ้งไม่ดี ต้องรีบแก้ไข จะไม่โทษสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว พนักงานจะสังเกตตลอด เช่น ลูกค้าทานหมดจานไหม เสิร์ฟเร็วไหม กรณีลูกค้าสั่งดีลิเวอรี่จะบอกลูกค้าว่า เมนูไหนควรสั่ง หรือมาทานที่ร้านจะอร่อยกว่า เพราะส่งไปแล้ว รสชาติอาหารเปลี่ยน ไม่อร่อย เช่น ไอติม วอฟเฟิล มันเพลินๆ สำหรับยอดขายหน้าร้าน 60 เปอร์เซ็นต์ ไลน์แมน 40 เปอร์เซ็นต์”

ผ่านมาแล้ว 2 ปีในธุรกิจร้านอาหาร ปัญหาที่ดีเจอ้อยพบ เธอบอกว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องคน แต่โชคดีที่ร้านนี้ไม่มีระบบเจ้านาย ไม่มีลูกน้อง ทุกคนเป็นทีมดาวอังคารเดียวกัน ร้านเล็กๆ แต่ละเอียดอ่อนทุกเรื่อง ก็ผ่านปัญหาไปด้วยกัน

เรื่องของการขยายสาขา ดีเจอ้อย บอกว่า ขอให้ร้านนี้แข็งแรงก่อน ขอให้รู้จุดอ่อน จุดแข็ง อย่างน้อยใช้เวลา 5 ปีในการเรียนรู้ ในอนาคตไม่แน่อาจจะขยายสาขาไปตามแหล่งออฟฟิศ

บนดาวอังคาร  10/27-28 ซอยพหลโยธิน 5 หมู่บ้าน ราชครูเรสซิเดนท์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ