“เฟรมแว่นตา” จากแผ่นสเกตบอร์ด ชิ้นเดียวในโลก by เจ้าพ่อเพลงแร็ป“โจอี้ บอย”

เป็นเจ้าของวลีเด็ด “เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง” “จะรออะไร” ถูกใช้กันอย่างสนุกสนาน แถมยังเป็นเจ้าพ่อเพลงแร็ปของเมืองไทย สำหรับ “โจอี้ บอย” หรือ คุณอภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต ที่แจ้งเกิดมาจากการเล่นมิวสิกวิดีโอเพลง ตามด้วยบทบาทศิลปิน ออกอัลบั้มตั้งแต่ปี 2538 จวบจนปัจจุบันก็ยังมีผลงานเพลงต่อเนื่อง เล่นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์พิธีกร เป็นคณะกรรมการตัดสินรายการเพลง งานโฆษณา เรียกว่าทุกผลงานในวงการบันเทิง “โจอี้ บอย” เอาอยู่ และล้วนแล้วประสบความสำเร็จทั้งสิ้น

นอกจากงานในวงการบันเทิงจะโดดเด่นเป็นที่จับตามองแล้ว ด้านการแต่งตัว เจ้าของฉายาเฮีย ยังมีสไตล์การแต่งตัวเป็นของตัวเอง และมีเอกลักษณ์ชอบใส่แว่นจากความชื่นชอบนั้นจึงกลายเป็นที่มาของธุรกิจแว่นตากันแดด DECKFunglasses (เด็ค ฟันกลาสเซส)จุดเด่นอยู่ที่เฟรมแว่นหรือขาแว่น ผลิตจากไม้ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำแผ่นสเกตบอร์ดมาซ้อนกันทั้งหมด 7 ชั้น คุณสมบัติแข็งแรง มีน้ำหนักเบา ลายสวย สีสันสดใสส่วนเลนส์เป็นเลนส์ CR39 ช่วยถนอมสายตาและป้องกัน UV คุณภาพแว่นถูกกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรปอีกด้วย

แว่นไม้แนวสตรีต
แหวกแนว ชิ้นเดียวในโลก

สำหรับจุดเริ่มต้นของธุรกิจแว่นตากันแดด เริ่มจากเพื่อนสนิท 3 คนคือ คุณโจอี้บอย,คุณพลัม-ชณัฐ ภัคเวโรจน์ และคุณต่อ-ภัทร ณรงค์ชัยกุลเป็นเพื่อนเล่นสเกตบอร์ดกันมาตั้งแต่สมัยเรียนประถมและเป็นที่ทราบกันดีว่าตัวคุณโจอี้บอยนั้นหลงรักและชื่นชอบกีฬาสเกตบอร์ดมาก ปัจจุบันเขาก็ยังคงติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้อยู่เสมอ

ด้วยความที่นักร้องหนุ่มชอบกีฬากลางแจ้ง และชอบสวมแว่นตากันแดด เขาเลยมีความคิดว่า ถ้าจะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็คงจะเป็นแว่นกันแดด ยิ่งสามารถเอาแผ่นสเกตบอร์ดมาทำขาแว่นได้ด้วย คงจะเฟี้ยวฟ้าวประกอบกับเป็นความโชคดีที่หุ้นส่วน 3คน มีความถนัดแตกต่างกัน ทุกอย่างเลยลงตัวก่อเกิดแบรนด์ “เด็ค ฟันกลาสเซส” ขึ้นมาราวเดือนพฤศจิกายน 2558

การเปิดตัวธุรกิจของ งานนี้ไม่ต้องควักงบไปจ้างพรีเซ็นเตอร์โจอี้ บอย รับหน้าที่เป็นตัวแทนสินค้า ส่วนอีก 2 หุ้นส่วนรับผิดชอบหน้าที่แตกต่างกัน

4103-160625092958

“คุณโจอี้บอย ดูรูปแบบโปรดักต์ดีไซน์ และเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ ส่วนพลัมดูแลในส่วนของเทคโนโลยีด้านการผลิตตั้งแต่นำเข้าไม้ เลือกเลนส์ ด้านคุณต่อ รายนั้นคร่ำหวอดอยู่ในวงการค้าปลีกในประเทศมานานเนื่องจากทำธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแฟชั่น เลยรับผิดชอบจุดจำหน่ายสินค้า”คุณพลัม ระบุ

สำหรับความพิเศษของแว่นตาดังกล่าว เฟรมแว่นผลิตจากไม้แคนาเดียนเมเปิล (Canadian Maple)เป็นไม้ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำแผ่นสเกตบอร์ดคุณสมบัติแข็งแรง น้ำหนักเบามาก ไม้แต่ละแผ่นลายไม่เหมือนกัน ส่วนเลนส์ เป็นเลนส์“CR39MulticoatedREVO”เป็นเลนส์พลาสติกคุณภาพสูงที่ดีที่สุดคุณสมบัติโปร่งใส บางเบา และทนต่อการแตกหักมากกว่าเลนส์กระจก ช่วยถนอมสายตา ตัดแสงได้ดี ป้องกันรังสี UVA/UVB ได้อย่างดีเยี่ยมมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป

“ขั้นตอนและกระบวนการผลิตตัวเฟรมแว่นหรือขาแว่น วิธีการคือ นำแผ่นไม้แคนาเดียน เมเปิลมาซ้อนกันทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นสีไม้จะต่างกัน จากนั้นใช้เครื่องตัดขอบเกิดเป็นเฟรมแว่น ใช้สายพานกระดาษทรายขัดมุมเพื่อให้ได้รูปทรงแว่นแบบต่างๆ ส่วนเลนส์ก็ใช้มือประกอบ”

4103-160625093147เลนส์แฟชั่น เลนส์สายตา
ลูกค้าไทย/เทศ อุดหนุน

เรียกว่าแว่นทุกชิ้น เป็นงานแฮนด์เมด กว่าจะเอาไม้สเกตบอร์ดมาซ้อนกัน กว่าจะเกลาให้ออกมาเป็นทรงแต่ละทรงใช้เวลานานมาก ต่อให้เป็นรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน ก็แตกต่างกันอยู่ดี นับเป็นเสน่ห์ของแว่นไม้ แต่มีข้อห้ามห้ามแช่น้ำ แต่โดนฝนได้ เพราะผ่านการเคลือบมาแล้วอย่างดี

ทำไมต้องเลนส์ CR39MulticoatedREVO คุณพลัม ระบุว่า เพราะเมืองไทยแดดแรงตลอด 365 วันหากสายตาถูกแสงแดดระยะเวลานานก่อให้เกิดปัญหาได้ในอนาคต ฉะนั้นแว่นตากันแดดถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และถ้าเลนส์ไม่ดีเมื่อใส่ไปนานๆ จะปวดตาได้ ฉะนั้นเลนส์ที่เลือกใช้มีคุณภาพสูง เทียบยุโรปและอเมริกา นับเป็นเจ้าแรกในเอเชียก็ว่าได้

สินค้าปัจจุบัน (ปี 2559)คุณพลัม บอกว่า มีทั้งหมด 15 รุ่น เป็นแว่นตาไม้กันแดดเลนส์สีสันสดใส และแว่นสายตาส่วนราคาย่อมเยาเริ่มต้นที่ 3,750 บาท แต่ละรุ่นที่ออกมา เน้นให้สวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง มียอดขาย 6,000 ชิ้นแล้ว

ด้านการตอบรับ คุณพลัม เผยว่า ลูกค้าทั้งคนไทย และต่างชาติให้การตอบรับดีมาก ช่วงแรกลักษณะลูกค้าปากต่อปาก ใช้โซเชียลมีเดียเป็นสื่อบ้าง จัดงานอีเว้นต์ ตอนนี้ 50 เปอร์เซ็นต์ที่ซื้อจะเป็นชาวต่างชาติ อีก 50 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าทั่วไป มีทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ 18-60 ปี

4103-160625093047

สำหรับโอกาสการขายแว่นตาในเมืองไทย คุณพลัม เผยว่า มีอีกเยอะ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน แดดแรง แต่แว่นตาก็ควรจะมีเอกลักษณ์ มีสไตล์เฉพาะ เพราะคนสมัยนี้มักจะมองหาความแตกต่างบางคนหาแว่นที่เหมาะกับเสื้อผ้า เข้ากับสีเสื้อ เข้ากับกิจกรรมในแต่ละวัน

ถามถึงความเป็นดารา นักร้อง หรือคนมีชื่อเสียงเป็นแรงหนุนธุรกิจได้หรือไม่ หุ้นส่วน เผยว่า ลูกค้าที่มาซื้อแว่น 50 เปอร์เซ็นต์เป็นต่างชาติไม่รู้จักโจอี้ บอย ด้วยซ้ำ มาซื้อเพราะคุณภาพล้วนๆ ราคาย่อมเยา ส่วนแฟนคลับเองก็คอยสนับสนุนช่วยอุดหนุนแต่เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญที่สุดคือ สินค้าต้องดีจริง จึงจะประสบความสำเร็จได้

ใครกำลังมองหาแว่นตาเก๋ๆ เพิ่มความชิกให้กับตัวเอง เชื่อว่า “เด็ค ฟันกลาสเซส บาย โจอี้บอย” เอาอยู่เพราะนอกจากใส่สู้ร้อน แถมจัดเต็มแฟชั่นอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้“ไต้ฝุ่น KPN” ต่อยอดเงินเก็บ กับโฮมสเตย์ “บ้านมรรยาทอ่อน”
บทความถัดไปฎีกาชาวบ้าน : รถยนต์ชนรถไฟ-รถไฟชนรถยนต์…ใครประมาท?