“เทวมันตร์ทรา” มนตราริมน้ำแควของ “น้องพลับ”

โรงแรมที่สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจจะผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับฝรั่งเข้าด้วยกัน จนก่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนเราอยู่ในบรรยากาศที่ย้อนไปสู่ในยุคอดีตเมื่อราวๆ 100 กว่าปีก่อนนั้น


            

แม้จะเห็น ดร.อุษณีย์ เหล่าธรรมทัศน์ ผู้เป็นแม่เอาจริงเอาจังกับการสร้างโรงแรมมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งจะว่าไปก็เป็นช่วงราวๆเมื่อคราวเขายังเป็น “น้องพลับ” ที่ออกมาบ่น “ใครๆ ก็ไม่รักผม” แต่กระนั้น จุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าสักวันเขาต้องผันตัวเองมาเป็นผู้บริหาร เทวมันตร์ทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

“เห็นคุณแม่ทำมาตั้งแต่เล็กๆ ล่ะครับ” พลับที่ปัจจุบันเป็นหนุ่มหล่อวัย 22 ปี ย้อนอดีตเล่าไปถึงตอนครอบครัวเริ่มต้นทำธุรกิจนี้ ตอนที่เขาอายุได้ราวๆ 9-10 ขวบ

เห็นคุณแม่ค่อยๆ พลิกฟื้นที่ดินผืนใหญ่ราว 30 ไร่ ที่สวยด้วย นอกจากจะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่แล้ว ด้านหนึ่งยังติดแม่น้ำแคว เพื่อก่อสร้างเป็นโรงแรมสไตล์โคโลเนียล ที่สวยหรูอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

โรงแรมที่ใช้เวลานานหลายปีก่อนจะเสร็จสวยสมบูรณ์ จนสามารถเปิดให้บริการเต็มตัวได้เมื่อราวๆ 5-6 ปีก่อน

และก็เพราะไม่คิดไม่ฝันนั่นล่ะ เมื่อตอนเรียนจบไฮสคูลจากสหรัฐอเมริกา เขาจึงเลือกเรียนต่อด้านเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยโคลอมเบีย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยไอวีลีก ที่เข้าเรียนยาก และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก

1681-150709014725

“พลับไม่เคยเรียนการโรงแรมมาก่อน ตอนเรียนก็ไม่เคยไปช่วยงานที่บ้าน เพราะก่อนหน้านี้ผมยังไม่พร้อม ยังเด็กอยู่ที่จะไปช่วยเต็มตัว ยังอยู่มหาวิทยาลัย ดังนั้น เรียนก็คือเรียน”เขาเล่า

“แต่พอกลับมาหลังเรียนจบ เห็นว่าโรงแรมยังขาดหลายอย่าง ก็อยากมาช่วย”

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเข้าไปทำงาน ในช่วงเดือนธันวาคมปี 2557 ที่ผ่านมา หลังจากเพิ่งเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเพียงไม่กี่วัน

“ผมเองเคยทำงานเกี่ยวกับคอนซัลติ้งมาก่อน งานที่ค่อนข้างมีคำนวณเยอะ ซึ่งก็สนุกนะฮะ แต่มาทำงานนี้ก็สนุกไปอีกอย่าง” เขาว่าพลางหัวเราะ

บอกอีกว่าก่อนหน้านั้นเทวมันตร์ทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา อยู่ในความดูแลของ พลัม ผู้เป็นพี่สาว ซึ่งในระยะหลังติดหลายภารกิจ เขาจึงอาสาเข้ามาช่วยอีกแรง

“จริงๆโรงแรมก็ดีอยู่แล้วนะฮะ เพียงแต่อย่างที่บอก มันหายไปบางอย่าง อย่างเช่น โรงแรมไม่เคยมีสื่อมาก่อน ช่วงนี้เลยกลับมาโปรโมตเต็มที่”

1681-150709013933

เขายังบอกด้วยว่าโรงแรมที่สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจจะผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับฝรั่งเข้าด้วยกัน จนก่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนเราอยู่ในบรรยากาศที่ย้อนไปสู่ในยุคอดีตเมื่อราวๆ 100 กว่าปีก่อนนั้น มีห้องพักทั้งหมด 104 ห้อง ที่กระจายอยู่บนตัวตึกที่สร้างเป็นรูปตัวยู ที่มีจำนวนชั้นไม่สูงมาก

“เป็นงานที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชวังบางปะอิน, พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และบ้านพิบูลธรรม อันสวยงาม”

“บรรยากาศเลยเหมือนวังโบราณ” พลับว่า     

และเพราะอาคารสร้างเป็นรูปตัวยู ที่ว่างระหว่างตรงกลางนั้นจึงถูกนำมาใช้เป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สระที่แตกต่างจากสระอื่นๆ ด้วยเลือกทำเป็นสระเกลือ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบให้ผิวแห้ง ผมแห้ง รวมถึงไม่แสบตาขณะว่าย ไม่เหมือนสระว่ายน้ำคลอรีนทั่วๆไป

ทั่วบริเวณยังอุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ จากความตั้งใจตั้งแต่ต้นที่จะเก็บสภาพธรรมชาติไว้

“แล้วเรามีบริเวณที่ติดแม่น้ำ เป็นแม่น้ำที่สะอาด บรรยากาศเลยดี โดยเฉพาะหน้าหนาวที่จะสบาย”

สำหรับหน้าร้อน ที่จังหวัดกาญจนบุรีนี่ไม่ต้องพูดถึง ที่โรงแรมจึงจะมีการฉีดหมอกเย็นที่ช่วยบรรเทาไอร้อนได้เยอะ

ขณะเดียวกัน เรื่องอาหาร อันเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เขาก็ยืนยันว่าของโรงแรมเขาอร่อย

“แต่ที่ผ่านมารู้สึกว่าโรงแรมยังไม่มีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง”

“พวกซิกเนเจอร์ดิช”

ดังนั้น ทั้งเชฟมือหนึ่ง ซึ่งมีประสบการณ์จากโรงแรมหรูในกรุง และจากเขา ผู้ชื่นชอบการทานอาหาร จึงพยายามสร้างสรรค์อาหารจานใหม่ๆ ซึ่งเดี๋ยวๆก็มีมาเพิ่ม

เพราะจากเมนูอาหารประเภทผัดไทยที่ใส่เส้นมะละกอแทนเส้นก๋วยเตี๋ยว ตอนนี้เมนูไฮที ก็เริ่มมีรายการขนมที่ผสมแบบไทยๆเข้าไปกับแบบฝรั่งอย่าง ขนมมาการองรสชาไทย มาการองรสใบเตย หรือเยลลี่ตะไคร้ใส่ว่านหางจระเข้ ฯลฯ

“ได้รับคำแนะนำมาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งว่าโรงแรมควรจะเป็นแบบฟิวชั่นคือคนที่มาจะต้องได้อะไรที่ไม่เหมือนกับกรุงเทพฯ อาหารฝรั่งก็ต้องไม่ใช่อาหารฝรั่งธรรมดา”

“เราเลยพยายามจะหาอะไรที่แปลกกว่าชาวบ้านมาให้แขก”

1681-150709014349

ล่าสุด “โรงเลี้ยงหิ่งห้อย” อีก “ซิกเนเจอร์” ที่ไม่เหมือนใครก็กำลังถูกสร้างขึ้น หลังจากพิจารณาแล้วว่าสถานที่เหมาะ เพราะมีทั้งต้นลำพู อีกทั้งหิ่งห้อยนั้นจะกินน้ำค้างกับหอยตัวเล็กๆ

“จะกินอะไรเล็กๆตามริมน้ำ และจะไม่บินหนีไปจากแหล่งอาหารเกิน 5 เมตร เพราะฉะนั้น มันก็จะอยู่ตรงนี้ล่ะ” คนที่ศึกษาตั้งแต่สารพัดพันธุ์หิ่งห้อย ไปจนถึงวงจรชีวิตของสัตว์ตัวเล็กๆชนิดนี้บอก

“นี่เป็นโปรเจ็กต์ลองเทอม แต่คิดว่าน่าจะดึงดูดใจนักท่องเที่ยว”

“ซึ่งปกติเรามักเจอแต่ตัวเมียมีแสง แต่จริงๆมีสายพันธุ์ที่ทั้งตัวผู้ ตัวเมียมีแสง และแสงหิ่งห้อยมีหลายสี ไม่ใช่แค่เหลือง ส้ม แดง ก็มี”ที่คิดๆทั้งหมดนี้ แม้จะไม่มีหลักวิชาการโรงแรมเป็นพื้นฐาน แต่พลับก็ว่า “มันด้วยฟิลลิ่งมากกว่า”

เจ้าตัวยังบอกด้วยรอยยิ้มอีกว่า “เป็นอารมณ์ที่เราสมมติตัวเองเป็นแขก ถ้าเข้าไปอยู่แล้วไม่มีอะไรทำ ไม่มีอะไรดึงดูด เราคงเบื่อ”

“ ถึงจะมีสระว่ายน้ำ มีสปา มีห้องออกกำลังกาย มีอะไรหมดทุกอย่าง แต่ไม่มีอะไรเพิ่มเติมเวลาเอาไปเปรียบเทียบกับโรงแรมอื่นๆที่ระดับใกล้เคียงกัน การไม่มีเอกลักษณ์ไม่น่าจะดี”

พลับที่บอกว่าแม้ตอนนี้จะเหมือนกับเขาเข้าไปดูหมดทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการในโรงแรม

“ไม่อยากเรียกตัวเองว่าเหมือนกับเป็นจีเอ็ม (ผู้จัดการทั่วไป) หรืออะไรในนั้น เพราะผมไม่มีประสบการณ์ ผมเข้าไปเหมือนกับเรียนรู้ไปด้วย แต่เรียนรู้หน้างานแล้วเอาไปใช้ทันที”

กับพนักงานโรงแรมที่แม้จะอาวุโสกว่าทั้งวัยวุฒิและประสบการณ์ พลับก็ว่าไม่มีปัญหา

1681-150709014338

“ด้วยธรรมชาติของคนที่โรงแรมผม เป็นคนที่ค่อนข้างน่ารักกันหมดทุกคน จะฟีดแบ็กกับผมค่อนข้างตรงไปตรงมา บางครั้งที่เขาเห็นว่าผมทำไม่ดี เขาก็จะบอก บางที่เขาอาจจะเกรงใจ แต่ที่นี่ ผมบอกทุกคน ว่าผมเข้าไปเรียนรู้ เหมือนเป็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่หลังจากเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็อยากมาเรียนรู้ต่อที่นี่ เพราะฉะนั้น ผมก็มีสถานภาพที่จะเหมือนกับจ่ายงานให้ได้ แต่ว่ายังเป็นเด็กนักเรียนที่เรียนรู้เพิ่มเติมจากผู้ใหญ่ที่นั่น”

การที่พนักงานกล้า“ฟีดแบ็ก” ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆนั้น พลับบอกพร้อมเสียงหัวเราะว่า อาจเพราะ “ผมค่อนข้างเฟรนด์ลี่”และ “ค่อนข้างไนซ์”

“เวลามีสตาฟฟ์เบิร์ธเดย์ วันเกิดของสตาฟฟ์ที่จะจัดเป็นกลุ่ม เช่นเดือนนี้มีวันเกิดของใครบ้าง ผมก็จะไปทุกครั้ง ไปร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้เขา ผมคิดว่าผมควรจะทำ จะได้เหมือนกับเราทำงานเป็นทีม หรือสิ้นเดือนจะมีกินเลี้ยงของหัวหน้าแผนกทุกคน ผมก็จะไปแจม เพราะผมไปลุยงานในนั้นแล้ว ผมไม่อยากให้เขามีอะไรไม่บอกผม”

“มีอะไรก็ต้องบอกกันครับ”

ในฐานะผู้บริหารที่อายุน้อย แถมเพิ่งเข้าทำงานได้ไม่กี่เดือน พลับ บอกว่า เวลาเห็นพนักงานทำอะไรไม่ถูกต้อง เขาก็ต้องระมัดระวังในการตักเตือน

“ผมจะเรียกมาคุยหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะผมไม่ถนัดในการทำให้คนขายหน้า เพราะบางครั้งความอายต่อหน้าคนนี่ จะทำให้เขาปรับปรุงได้ หรือไม่ก็อยู่ไม่ได้ มีแค่ 2 อย่างนี้”

ที่เทวมันตร์ทรานั้น พลับ บอกว่า แขกที่มาพักเป็นคนไทยราว 60 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือแขกต่างชาติ ซึ่งจากการสอบถาม ส่วนใหญ่ที่มาจะรู้สึกประทับใจ1681-150709014432

“หลายคนบอกไม่นึกว่าโรงแรมที่กาญจน์จะมีอย่างนี้ด้วย” เขาบอกพร้อมรอยยิ้ม

“ตอนนี้ก็พยายามทำให้ดีที่สุดค่อยๆทำไป”

เพื่อให้เทวมันตร์ทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นสถานที่พักผ่อนที่อยู่ในใจของทุกๆ คน

บทความก่อนหน้านี้บะหมี่เกี๊ยว ซุป’ตาร์ “โหน่ง ชะชะช่า”
บทความถัดไปสุดทึ่ง ! หนุ่มไทยใจดี ตระเวนตัดขนหมาจรจัด อุทิศกุศลให้คนรักเก่า