เบสท์-ปราชญ์ บัวภา ดารานักบู๊ ลงทุนครึ่งล้านเปิดค่ายมวย

เบสท์-ปราชญ์ บัวภา ดารานักบู๊ สร้างชื่อจากการแสดงละครเวที “มวยไทยไลฟ์” ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ต่อด้วยละคร เจ้าเวหา, ลิขิตรัก The Crown Princess และกำลังรับบท “บุญ” ในละครเรตติ้งสูง “บ่วงสไบ” ที่กำลังออกอากาศทางช่อง 7 ลงทุนครึ่งล้านเปิดค่ายมวย อยากปรับทัศนคติเอาเงินไปซื้อพวกบุหรี่เหล้า 1,000-2,000 บาท กับการออกกำลังกายครั้งละ 400-500 บาท ก็ไม่ได้แพงมาก

 

เบสท์-ปราชญ์ บัวภา ถือว่าเป็นหนึ่งคนบันเทิงที่น่าจับตาในเรื่องศิลปะการต่อสู้ ด้วยเชิงมวยสวยงาม ท่าทางแข็งแกร่ง รูปร่างแข็งแรงตามประสาครูพละ ทำให้เขาสร้างชื่อจากการแสดงละครเวที “มวยไทยไลฟ์” ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ต่อด้วยละคร เจ้าเวหา, ลิขิตรัก The Crown Princess และบ่วงสไบที่กำลังออกอากาศทางช่อง 7 รวมถึงยังเป็นนักกีฬาตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ชิงแชมป์โลกสมัครเล่น รายการ IMMAF-WMMAA Unified World Championships 2018” ที่บาห์เรน เมื่อปีที่ผ่านมา และนอกจากผลงานเบื้องหน้า เขายังมีธุรกิจ “พิชัยยุทธ มวยไทยยิม” ที่ดาราหลายคนแวะเวียนไปเป็นลูกศิษย์อีกด้วย

“จุดเริ่มต้นมาจากที่ผมเองเรียนจบคณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) และอาชีพมวยสามารถสร้างรายได้ให้กับผม ผมเริ่มจากการชกสร้างรายได้เป็นทุนการศึกษา ชกกีฬามหาวิทยาลัยเพื่อเอาทุนมาเรียน พอชกไปสักพักเราก็ผันตัวเองมาสอนบ้าง ต่อยบ้าง สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น แล้วพอทำงานวงการบันเทิงอย่างมวยไทยไลฟ์และเป็นนักแสดงมันก็ต้องมีจุดอิ่มตัวเลยเริ่มมองหาธุรกิจที่จะไว้รองรับในอนาคต ยิ่งมาเห็นรุ่นพี่ทำยิมมวยแล้วประสบความสำเร็จก็อยากที่จะมาลองเปิดบ้าง” หนุ่มวัย 27 ปี เล่าให้ฟังถึงที่มาของพิชัยยุทธ มวยไทยยิม

ยิมที่ได้ชื่อมาจากตำราพิชัยสงครามตามความชื่นชอบของเขา ซึ่งตั้งอยู่ชั้น 2 อาคารเบสท์มินตัน ซอยศรีนครินทร์ 46 ตรงข้ามพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ นั้น เจ้าตัวได้ลงทุนราว 400,000-500,000 บาท กับอุปกรณ์ต่างๆ อย่างฟูก นวม เวที กระสอบทราย ฯลฯ เพื่อเนรมิตเป็นพื้นที่ให้ใช้ในการออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย

สำหรับที่นี่เปิดตั้งแต่ 10.00-20.00 น. โดยจะมีการสอน 4 อย่าง ได้แก่ 1. มวยไทยทั่วไป 2. ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) จับ หัก ล็อก ทุ่ม เตะ ต่อย 3. เต้น 4. เวทเทรนนิ่ง ซึ่งใน 1 วันจะสอน 5 คลาส เน้นที่มวยเป็นหลัก ค่าเรียนอยู่ที่ 500 บาท ต่อคนต่อครั้ง หรือถ้าอยากเรียนคนเดียวเน้นเทคนิคพิเศษมากกว่าราคาจะเป็น 1,000 บาท ต่อครั้ง ใครสนใจก็สามารถโทรสอบถามได้ที่ (095) 696-4154 และ (062) 549-6962 ทางไลน์ @pichaiyuthmuaythai หรือดูรายละเอียดในเฟซบุ๊กแฟนเพจ “เรียนมวยไทย ศรีนครินทร์”

นอกจากนี้ ถ้าลูกค้าต้องการเรียนศิลปะการต่อสู้ประเภทอื่นๆ ก็สามารถจัดให้ได้ ไม่ว่าจะกระบี่กระบอง ฟันดาบ ฯลฯ เพราะเบสท์เป็นครูพละที่สามารถเล่นกีฬาได้หลากหลายประเภท สมัยเป็นฟรีแลนซ์จึงรับสอนตั้งแต่เวทเทรนนิ่ง ว่ายน้ำ บาสเกตบอล แบดมินตัน ฯลฯ แต่โดยมากจะเป็นการต่อยมวย

“ที่ยิมส่วนใหญ่ผมสอนเองครับแต่ว่าไม่ทุกคลาส บางทีก็จะมีครูมวยที่เป็นฟรีแลนซ์เข้ามาช่วย โดยเฉพาะช่วงเย็นจะมีคนเข้ามาเรียนจำนวนมาก คลาสหนึ่งมีประมาณเกือบ 20 คน ซึ่งพอมาเปิดของตัวเองจะต่างกับตอนเป็นฟรีแลนซ์ค่อนข้างมาก เพราะต้องเอาเวลามาทุ่มเทกับมัน ต้องลงรายละเอียดเองทุกอย่าง ตรวจสอบบัญชี ดูแลลูกค้าแล้วก็หาลูกค้าใหม่ ทำประชาสัมพันธ์ ทำการตลาด ไม่อยากเสียเงินจ้าง เคยจ้างพอมีมาแล้วไม่เกิดความกระตือรือร้น ไม่เกิดงานเลยไม่เอาดีกว่า” นักแสดงหนุ่มเล่า

ก่อนจะบอก “ถามว่าเหนื่อยไหม มันเหนื่อยแหละ แต่เราไว้ใจตัวเองได้มากกว่าไว้ใจคนอื่นเลยทำเองหมดเลย”

“อย่างผมเปิดเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ตอนนี้ก็ 1 ปีแล้ว ที่ผ่านมาบางเดือนก็ไม่ดี บางเดือนก็เสมอตัว บางเดือนก็ดี ไม่ถือว่าพีกมาก แต่ถือว่าอยู่ได้ กระแสตอบรับยังสามารถไปได้เรื่อยๆ ลูกค้าใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น ลูกค้าเดิมที่เราเคยไปสอนที่บ้านก็มาเรียนที่นี่ด้วย แต่ยังมีลูกค้าเดิมที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวให้ไปสอนที่บ้านเหมือนเดิม ผมว่ามันเหมือนกับการออมเงิน สะสมลูกค้าเพิ่มยอดไปเรื่อยๆ”

“ด้วยสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ทุกคนยังไม่ค่อยกล้าใช้เงินเท่าไหร่ เงินไม่ค่อยสะพัด ผมก็พยายามปรับความคิดของหลายๆ คนอยู่ว่าการเอาเงินไปซื้อพวกบุหรี่เหล้า 1,000-2,000 บาท กับการออกกำลังกายครั้งละ 400-500 บาท ก็ไม่ได้แพงมาก ถ้าเทียบกับการกินไปเยอะๆ แล้วอ้วนบวม”

โดยนั่นนับว่าได้ผลไม่น้อย เพราะตั้งแต่เปิดสอนมาปรากฏว่า “มวยไทย” ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะสาวๆ ส่วนใหญ่ใช้เป็นทางเลือกในการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก โดย 1 เดือน ลูกค้าบางคนสามารถลดได้ 3-4 กิโลกรัม เนื่องจากเป็นกีฬาที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี แถมพวกเธอยังทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดในเรื่องการรับประทานอาหารและการนอน ซึ่งนี่นับเป็นจุดแข็งของพิชัยยุทธ มวยไทยยิม เลยทีเดียว

อย่างเขาว่า “ของเรา คือ เอาบุคลากรจากสายครูพลศึกษาที่มีความรู้โดยตรงมาสอน แต่ของยิมอื่นเอานักมวยจริงๆ มา ซึ่งนักมวยจะคิดว่าต้องออกแข้งให้ถูก เตะต่อยให้ถูก ร่างกายแข็งแรงแค่นั้น แต่เขาไม่ได้มีความรู้ว่าสมรรถภาพเบื้องต้นคืออะไร สิ่งที่ร่างกายมนุษย์ต้องการมีอะไรบ้าง ความเร็ว ความแรง ความว่องไวคืออะไร ซึ่งมันคือสุขภาพพื้นฐานของเราควรมี แล้วการลดไขมันที่ถูกต้องควรทำไง เพราะนักมวยเขาก็ลดตามเจ้าของค่ายบอกให้ทำ งดข้าวงดน้ำแล้วมันก็ลงแต่มันไม่ได้ยั่งยืน สิ่งที่ยั่งยืน คือ การลดไขมัน มันก็ต้องลดอีกแบบหนึ่งไม่ใช่การรีดน้ำนักมวย”

“ถ้าเรียนกับที่นี่ ผมมาจากสายครูพลศึกษา เรื่องของการออกกำลังกาย การแนะนำวิธีดูแลตัวเองก็จะมาแบบคุณครูที่สอนนักเรียน เพื่อให้ได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็น่าจะถูกสุขลักษณะที่สุดแล้ว การดูแลตัวเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ต้องกินเวย์โปรตีน ไม่ต้องพึ่งเคมีอื่นๆ ทำให้หายห่วงเรื่องการออกกำลังกาย อาหาร จิตวิทยา แล้วก็จะไว้ใจเรื่องอาการบาดเจ็บ โดยเราจะแนะนำเรื่องการออกกำลังกาย การกิน การนอน เพราะทุกอย่างต้องสัมพันธ์กันครับ”

นอกจากจุดแข็งดังกล่าว การเป็นนักแสดงของเบสท์ทำให้พิชัยยุทธ มวยไทยยิม สามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะบุคคลทั่วไปที่อยากออกกำลังกาย ผู้ที่อยากฝึกมวยไทยไว้เป็นความสามารถพิเศษ หรือแม้แต่ดาราที่ต้องนำศิลปะการต่อสู้ไปใช้ในการแสดง

อย่างเขาว่า “เด็กๆ ที่ไปประกวดนายแบบเด็กก็มีมาเรียนเพื่อไปโชว์บนเวที แล้วก็จะมีพวกดารานักแสดง เช่น พี่เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, อ้วน-รังสิต ศิรนานนท์, วุฒิ-สุรินทร คารวุตม์, บอม เคพีเอ็น-อนุรักษ์ บุญเพิ่มพูล ฯลฯ บางคนมาฝึกเพื่อออกกำลังกาย บางคนฝึกเพื่อใช้ในการแสดง อย่างพี่เต๋อมาเรียนมวยเพื่อใช้ในการแสดง ผมก็ไปกำกับคิวให้ ซึ่งเวลาฝึกจะค่อนข้างต่างกัน”

“ถ้าเพื่อออกกำลังกายก็ให้ปลอดภัยแค่นั้นพอ แต่เพื่อการแสดงเวลาเหวี่ยงเวลาอะไรมันต้องใหญ่ขึ้น ชัดขึ้น ท่าต้องสวยขึ้น เราเป็นนักแสดงก็จะง่ายเพราะรู้มุมว่าต้องตั้งท่า ตั้งการ์ดยังไงสำหรับการแสดง การ์ดของมวยไทยที่ใช้บนเวทีก็จะอีกแบบหนึ่ง การ์ดของออกกำลังกายทำให้สวยก็พอแล้ว พอเป้าหมายต่าง จุดตั้งต้นก็จะต่างกัน”

“ก็เหมือนยิมของเราที่จะให้ไปฝึกแบบค่ายมวยเลยก็ไม่ใช่เพราะไม่เหมือนกัน ค่ายมวยจะสร้างนักมวยไปต่อย แต่เราจะสร้างคนให้สุขภาพดี เป้าหมายของผมเลยขอให้เราทำยิมแล้วได้ประสบการณ์ ได้เพื่อน เพราะกำไรของผมขอให้ลูกค้าสุขภาพดีขึ้น โปรแกรมที่ทำขึ้นมาได้ผล เราเป็นที่รู้จักเป็นที่ยอมรับมากขึ้น คนรู้ว่าเราทำมันก็เป็นกำไรทางฐานะสังคม อาจจะได้กำไรเป็นตัวเงินนิดหน่อยไม่เป็นไร”

“ผมไม่ได้มองที่ตัวเงินมาก เพราะที่ผมทำ คือ ผมชอบและรักมัน” ดารานักบู๊เอ่ยทิ้งท้ายถึงธุรกิจที่ให้ทั้งความสุขและสุขภาพที่แข็งแรง

บทความก่อนหน้านี้สถิติใหม่ไม่ต้องแปลกใจ จีนครองแชมป์อภิมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก
บทความถัดไปหน้าร้อนแล้ว! อย่าลืมพาตูบ & เหมียวไปทำวัคซีนนะ