“สินค้าขายดีบนโลกออนไลน์ เราวัดจากอะไร? ค้นหาคำตอบง่ายๆ ด้วย KWFinder…”

“สินค้าขายดีบนโลกออนไลน์ เราวัดจากอะไร? ค้นหาคำตอบง่ายๆ ด้วย KWFinder…”

สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน เอ่ยถึง SEO (Search Engine Optimization) เชื่อว่าคุณผู้อ่านคงรู้จักดี และคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันยืดยาว เพราะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้หน้าเพจของคุณติดอันดับต้นๆ สำหรับการค้นหาผ่าน Search Engine อย่าง Google

ถามว่าจำเป็นไหมที่เราต้องเข้าใจเรื่องเหล่านี้ ขอบอกเลยว่าจำเป็นและสำคัญมาก เพราะหากคุณเป็นนักการตลาดออนไลน์ สินค้าที่ขายหากไม่ติดอันดับการค้นหาในหน้าแรกโอกาสที่ลูกค้าจะรู้จักหรือซื้อก็คงน้อยลง แล้วทำอย่างไรถึงจะมีโอกาส คำตอบก็คือ เลือกใช้คีย์เวิร์ดให้เป็น ก่อนหน้านี้ผมเคยแนะนำ Keyword Planner ซึ่งอยู่ภายใต้ชุดเครื่องมือ Google Adwords ที่ช่วยวิเคราะห์หาแนวโน้มทางการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายโดยใช้กลุ่มคำที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเป็นตัวค้นหากันไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเครื่องมือซึ่งมีประสิทธิภาพไม่ต่างอะไรจาก Keyword Planner นั่นก็คือ KWFinder ผมมักจะติดปากเรียกว่า “ผู้ช่วยวิจัยตลาดออนไลน์” แต่ต้องบอกก่อนว่า ตัวนี้ไม่ฟรีนะครับ มีค่าใช้จ่ายนิดหน่อย

วิธีลงทะเบียนใช้งาน KWFinder

  1. เปิดเบราเซอร์ขึ้น แล้วพิมพ์ชื่อเว็บ https://kwfinder.com/
  2. คลิกปุ่ม Register Now ที่อยู่ด้านขวาบนของหน้าเว็บ
  3. หน้าลงทะเบียนจะปรากฏขึ้นมา ให้กรอกข้อมูลตามที่ปรากฏ แล้วคลิกปุ่ม Continue to KWFinder

เริ่มต้นการใช้งาน KWFinder

  1. พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการค้นหาลงในช่อง Enter the keyword
  2. ปรับแต่งภาษาเป็น “Thai” และประเทศเป็น “Thailand” เพื่อกำหนดขอบเขตของการค้นหาให้ชัดเจนขึ้น
  3. คลิกปุ่ม Find keywords เพื่อยืนยันการค้นหา

อ่านเป็นเห็นกำไร

จากตัวอย่างที่แสดงการค้นหาเกี่ยวกับ “แชมพูสมุนไพร” หลังจากที่เราป้อนคีย์เวิร์ดไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ปรากฏจะเป็นตารางด้านซ้ายซึ่งบอกถึงปริมาณการค้นหารายเดือนโดยเฉลี่ยค่าตัวเลข 9,900 ครั้งที่คอลัมน์ Search ในรอบระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงเสนอคีย์เวิร์ดที่มีการค้นหาสูงสุดในขณะนั้นซึ่งจะเห็นว่า “ยาปลูกผม” ถูกค้นหามาเป็นอันดับต้นๆ รองลงมาจะเป็น “ผมร่วง” ถามว่าคำเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไรต่อสินค้าที่เราผลิต คิดง่ายๆ หากเรานำคีย์เวิร์ดที่ถูกค้นหาบ่อยๆ นำมาใส่ไว้ในสินค้าของเรา โอกาสที่สินค้าของเราจะถูกค้นหาก็จะมีมากขึ้นจริงไหมครับ?

บทสรุป “KWFinder ผู้ช่วยวิจัยตลาดออนไลน์”

อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่าเครื่องมือตัวนี้ไม่ฟรี แต่สามารถทดลองใช้ได้จำนวน 5 ครั้งหลังจากที่ลงทะเบียนไปแล้ว แต่ถ้าหากเราสนใจก็ค่อยทำการสั่งซื้อภายหลัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจที่ช่วยให้สินค้าของเรามีโอกาสค้นหาได้ง่ายขึ้น และยังมีโอกาสติดหน้าแรกบน Search Engine อีกด้วย ข้อดีของเครื่องมือตัวนี้หากเทียบกับ Keyword Planner ค่าตัวเลขที่แสดงความถี่จะไม่บอกเป็นช่วง อย่างเช่น 1K-10K ครั้ง แต่จะลงลึกบอกถึงตัวเลขจริงที่พบเจออย่างในตัวอย่างจะบอกว่าเจอถึง 9,900 ครั้งในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ การใช้ประโยชน์คอลัมน์ Trend ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น โดยดูจากแท่งกราฟเล็กๆ ที่แสดงอยู่หากสินค้าใดได้รับความนิยมแท่งกราฟจะไม่ขึ้นลงโดดไปมาหรือวูบวาบจนเกินไป ฝึกหัดใช้เพียงแค่ 2 คอลัมน์นี้เราก็สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ของสินค้าที่จะนำมาขายบนโลกออนไลน์ได้แล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ

แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

บทความก่อนหน้านี้เปิดเทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2019 สำรวจโลกแบบไหนโดนใจคนยุคนี้
บทความถัดไปสายเอเชีย รถแน่นทุกช่องทาง ติดหนึบยาวกว่า 3 กิโล ขึ้นเหนือแนะใช้เส้น 340