ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร! ลูกสาวเจ้าสัว ‘พอลล่า-ภรวรรณ’ ซีอีโอร้าน kanom ซิงเกิลมัมของ ‘จูเน่ BNK48’

เป็นหนึ่งร้านที่ติดปากคนไทยมานานกว่า 18 ปี สำหรับร้าน “kanom” หรือ “ขนม”โดยเฉพาะ “ทาร์ตไข่” อันเลื่องชื่อ

โดยตอนนี้ร้าน “kanom” ได้ผู้บริหารใหม่ป้ายแดง “พอลล่า-ภรวรรณ อภิธนาคุณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ขนมแฟคตอรี่ (1999) จำกัด เข้ามารีแบรนด์ร้านใหม่ให้ดูทันสมัยเข้ากับรุ่นใหม่มากขึ้น

จาก “คุณหนู” ลูกเจ้าสัวเจ้าของภัตตาคารชื่อดังสมัยก่อน “แกแล็คซี่ภัตตาคารและไนท์คลับ” ที่มีชื่อเสียงยาวนานถึง 43 ปี จบการศึกษาจากโรงเรียนราชินี ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกวิชาการเงินและปริญญาโทจาก University of Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา เอกวิชาการเงิน

เข้ามาช่วยงานธุรกิจครอบครัว โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์ด้านเกม ทำงานสายนี้อยู่ 20 ปี จนขึ้นแท่น “นายกสมาคมเกมและสื่อดิจิตอลบันเทิง”

ในยุคนั้นเรียกได้ว่า เธอเป็น “เจ้าแม่วงการเกม” ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก

พอลล่า-ภรวรรณ อภิธนาคุณ

แต่ด้วยเป็น “ลูกสาว” คนที่ 2 จากพี่น้อง 7 คน ในตระกูลใหญ่ “เจ้าสัวเลือดมังกร” เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งเธอบอกว่า “ไม่ได้อยู่ง่าย”

“เราทำงานในกงสี ชีวิตก็เหมือนลูกจ้างคนหนึ่ง ดูแลตัวเอง ไม่มีอภิสิทธิ์อะไรที่เหนือกว่าคนที่เป็นลูกจ้าง 1 คน แต่เราจะโดนบีบอัดเยอะกว่าคนอื่น ยิ่งเราเป็นลูกสาว เราไม่สามารถทำตัวเหมือนเป็นลูกชาย ได้เงินเดือนเหมือนคนปกติ แต่มีสถานะเป็นเหมือนลูกสาวเท่านั้นเอง ต้องกินต้องใช้ ต้องเลี้ยงลูก เหมือนคนปกติ แต่หินกว่าคนปกติตรงที่ว่า เลือดยังไงก็ข้นกว่าน้ำ ยังไงต้องรับผิดชอบเต็มตัว ต่อให้ไม่ได้อะไรก็ต้องทำ โดนอะไรก็หนักกว่าลูกจ้างปกติ”

ภายหลังจากช่วยบริหารธุรกิจครอบครัวเป็นเวลา 20 ปี จนบริษัทเข้าสู่ “มหาชน” เธอจึง “ขอชีวิตคืน” ด้วยการออกมาทำธุรกิจของตัวเอง โดยมีจรรยาบรรณว่าจะไม่ทำธุรกิจเดียวกับครอบครัว

“เราออกมาก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกับที่บ้าน แต่ขอออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง เป็นการออกมามือเปล่าที่ไม่ได้เอาอะไรออกมาเลย ก็เริ่มต้นจากมือเปล่าด้วยตัวเอง”

แม้จะออกมามือเปล่า แต่ด้วยความรู้ความสามารถที่มีอยู่ เธอก่อตั้งบริษัทรับตกแต่งภายในและบริหารงานในอีกหลายบทบาท อาทิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย ซีนีม่า เน็ตเวิร์ค จำกัด, ที่ปรึกษาด้านการเงินและธุรกิจต่างประเทศ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

“จริงๆ พอออกมาก็รู้สึกสบายขึ้น ไม่ได้ลำบาก แม้ว่าจะไม่ได้มีแบ๊กอัพ ต้องดูแลตัวเองทุกอย่าง แต่เหมือนเราถูกฝึกมาตั้งแต่สมัยอยู่กงสี ที่เหมือนลูกจ้างคนหนึ่ง ทำให้เคยชินที่จะกดดันตัวเองอยู่ตลอดเวลา เวลาทำงาน เราก็ตั้งเป้าเพื่อกดดันตัวเองให้ไปให้ถึง”

ล่าสุดกับซีอีโอร้าน “kanom” ที่เข้ามาบริหารงานตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 ปัจจุบันมี 14 สาขา มูลค่าธุรกิจ 450 ล้าน

ด้วยเป็นครั้งแรกที่จับธุรกิจร้านอาหาร จึงเป็นความท้าทายที่เป็นแรงผลักดันให้ภรวรรณอยากทำให้สำเร็จ

“ธุรกิจร้านอาหารเบเกอรี่เป็นธุรกิจที่ต้องใช้แพชชั่นในการทำ ซึ่งตัวเองก็เป็นคนชอบกินอยู่แล้ว และกินมาแล้วทั่วโลก ก็พอรู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่การทำธุรกิจ ต้องรู้เยอะกว่าแค่กินเป็น หรือเยอะกว่าแค่รู้จักคน มีอะไรเยอะกว่านั้นที่จะทำให้มันยั่งยืน เพราะเราไม่ได้มองแค่เป็นเจ้าของร้านเล็กๆ ก็ต้องหาความเติบโตและยั่งยืน

คำว่า “ซิมพลิฟาย” (Simplify) “ทำเรื่องยากให้ดูง่าย” จึงเป็นหลักในการบริหารของเธอ

“เราเข้ามาปรับการทำงานให้ซิมพลิฟาย ให้มีรูปแบบของมันที่ชัดเจนขึ้น อยากให้คนเข้าใจร้าน kanom มุมใหม่ ในแนวของคนรุ่นใหม่มีรสนิยมที่ชัดเจน มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นอะไรที่น่ารัก ทุกคนฟอลโล่ว์”

เป้าหมายของผู้บริหารคนนี้ คือ ปีนี้จะขยายร้านให้ครบ 15 สาขา ส่วนปีหน้าขยายให้เป็น 25 สาขาโดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มอย่างน้อยปีละ 10 สาขา โดยรายการอาหารครบเครื่องทั้งคาวและหวาน กว่า 80 เมนู ทั้งจานหลัก จานกินเล่น อาทิ โจ๊กฮ่องกง, หมี่ผัดผักกระเฉดกุ้ง, ปากหม้อญวน และเบเกอรี่ ทาร์ตสูตรต้นตำรับ, พายไส้ต่างๆ, ครัวซองต์ รวมถึงขนมปัง

ทุกวันนี้ ซีอีโอหญิงคนสวย วัย 47 ปี คนนี้ ยังมองว่าชีวิตไม่ได้เดินมาสู่จุดที่ประสบความสำเร็จ เพราะมองว่าความสำเร็จอยู่ภายใต้กฎ “ไตรลักษณ์” ที่ “ไม่มีสิ่งใดคงอยู่เสมอไป”

“ทุกวันนี้คิดแต่ว่าสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่ทำ”

ส่วนอนาคตก็วางแผนว่าจะดำเนินธุรกิจร้านขนมให้มั่นคงและยั่งยืน

โดยวลีหนึ่งที่เธอชอบมากคือ

“สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นดีเสมอ”

กับบทบาท ซิงเกิลมัม ‘สุดสตรอง’ ของ ‘จูเน่’ BNK48 รุ่น 2

เป็นซิงเกิลมัมสุดสตรองที่สามารถดูแลลูกสาวสามใบเถาให้เติบโตขึ้นอย่างงดงาม โดยลูกสาวคนแรก แก้ม-พิมพัจฉรา โกมลารชุน วัย 19 ปี กำลังศึกษาคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วนคนที่ 2 จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน อายุ 18 ปี กำลังศึกษาชั้นปี 1 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคนสุดท้อง แพรวา-แพรรุจิรา โกมลารชุน อายุ 14 ปี กำลังศึกษาชั้น ม.3 โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย

พอลล่าเผยว่า เธอไม่มีสูตรสำเร็จในการเลี้ยงลูก จะปล่อยให้ลูกมีอิสระในการใช้ชีวิตและค้นหาตัวเองในด้านต่างๆ โดยเธอจะเป็นแม่ที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง

“การเลี้ยงลูก เราอย่าไปคาดหวัง ลูกคืออาจารย์ใหญ่ ทดสอบจิต ทดสอบใจ ทดสอบความอดทน ทดสอบทุกอย่าง ก็จะเลี้ยงลูกโดยสอนให้เค้าแกร่ง เพราะเราไม่ได้อยู่กับเค้าตลอดไป”

ซึ่งลูกๆ ทุกคนล้วนมีความเป็นตัวของตัวเอง และตัดสินใจเลือกเดินในสิ่งที่ตัวเองฝันไว้ อย่างลูกสาวคนแรก “แก้ม-พิมพัจฉรา” ที่มีความฝันอยากเป็นหมอตั้งแต่เด็กๆ และสุดท้ายก็ได้เป็นอย่างที่ฝัน

กับจูเน่
จูเน่

ขณะที่ “จูเน่-เพลินพิชญา” ลูกสาวคนที่ 2 หนึ่งในสมาชิก BNK48 รุ่นที่ 2 ซึ่งมีความเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็กๆ

“จูเน่จะมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่เลียนแบบใคร การไปเป็น BNK48 เค้าก็ไปเป็นของเค้าเอง มาบอกแม่ให้รู้ก็ตอนที่ถูกคัดเลือกให้เหลือ 80 คน แล้วต้องไปรายงานตัวกับผู้ปกครอง”

ส่วนคนสุดท้อง “แพรวา-แพรรุจิรา” แม้ตอนนี้จะยังค้นหาตัวเองไม่เจอ แต่เธอก็มีหัวค้าขายที่เธอยังไม่รู้ตัว

กับลูกสาวทั้ง 3

อย่างไรก็ตาม แม้ลูกๆ จะเติบโตขึ้นอย่างงดงาม แต่เธอก็สอนลูกๆ ให้ “ถ่อมตัว” ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ

“คนเราจะมีอีโก้โดยไม่รู้ตัว ดิฉันชอบวลีหนึ่งของพระอาจารย์ท่านหนึ่งว่า อย่าคิดว่าตัวสำคัญ เพราะที่สำคัญไม่มีตัว เป็นวลีที่ลึกซึ้งมาก เหมือนใครจะทำอะไรเรา ก็ทำไปเถอะ ฉันไม่มีตัวตน คิดได้แบบนี้แล้ว ก็สบายใจ”

“เวลาสอนลูกก็จะสอนว่า ให้คิดว่าเราเป็นมดตัวหนึ่ง และเราทำงานเหมือนช้างตัวนึง ต้องอยู่ให้เป็น อยู่ให้ได้” คุณแม่สุดสตรองกล่าวทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้“หมี่พันลับแล” เมนูพื้นเมืองของคนอุตรดิตถ์ ทำกินไม่ยาก ขายลูกค้าต่างถิ่นได้
บทความถัดไปดวงประจำวันศุกร์ที่ 19 ต.ค. ราศีใดได้เงินทอง ราศีใดคนโสดจะพบคู่ครอง