!!ช็อกถูกเลิกจ้างไม่ทันตั้งตัว เคยท้อแต่ไม่ถอย หันไปขายขนมครก ขายดีวันละ 6-7 พัน มีเงินซื้อบ้าน-รถ

คุณอุบลรัตน์ หลักหาญ หรือ คุณหนิง อายุ 47 ปี หนึ่งในพนักงานที่เจอพิษฟองสบู่แตก โดนเลิกจ้างงานแบบกะทันหันเมื่อปี 2543 จนทำให้เธอต้องหาธุรกิจทำ โดยการเปิดร้านขายขนมครกเศรษฐี 9 หน้า

“หลังโดนเลิกจ้างงาน ช่วงแรกยังไม่รู้จะทำอะไร พอดีคุณยายที่สุราษฎร์ฯ ท่านมีสูตรทำขนมครก เป็นสูตรโรยน้ำตาลแบบคนใต้ทาน พี่ก็เลยไปเรียนกับแก”

เรียนจนความรู้แน่น คุณหนิงเปิดร้านขายทันที โดยเริ่มจากเข็นรถเข็นขาย

แต่ยังไม่ถูกปากลูกค้าเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่เคยกินขนมครกแบบโรยน้ำตาล จึงกลับมาปรับสูตรใหม่ ใส่กะทิแบบขนมครกทั่วไป เพิ่มหน้าขนมครก แรกเริ่มแค่ 2-3 อย่าง เช่น ข้าวโพด ฟักทอง แต่ถึงอย่างนั้น ผลตอบรับก็ยังไม่ดี

คุณหนิง เล่าต่อ กลับมาปรับสูตรกันอีกรอบ คราวนี้เพิ่มหน้าขนมครกมากถึง 9 หน้า เช่น ฟักทอง ข้าวโพด มันม่วง แปะก๊วย งา ต้นหอม ฝอยทอง เผือก ข้าวบาร์เลย์ และมีหน้าอื่นๆ อีกสลับกันไปวันละ 9 หน้า

รวมทั้งหมด 9 หน้า (ที่มาของชื่อขนมครกเศรษฐี 9 หน้า) ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนแป้ง นอกจากกรอบอร่อยแล้ว คนกินยังได้รับประโยชน์อีกด้วย

หลังปรับสูตรจนเป็นขนมครกเศรษฐี 9 หน้าฉบับสมบูรณ์ ยอดขายดีขึ้นทันตาเห็น จากเข็นรถขาย ก็ขยับมาขายในตลาดนัดออฟฟิศ ได้กลุ่มลูกค้าเพิ่ม เป็นที่รู้จัก จนมีรายการต่างๆ รวมถึงนักรีวิว แวะเวียนมาไม่ขาด โด่งดังเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

เริ่มออกบู๊ธตามงานอาหาร ขยายสาขาไปตามงานต่างๆ ปัจจุบันมีทีมขายกว่า 10 ทีม ออกขาย วันละ 3-4 งาน บางวันขายแบบฟูลทีมถึง 10 งาน

 นอกจากขายขนมครก ภายในร้านยังมีขนมอื่นเป็นทางเลือกให้ลูกค้าอีกหลายชนิด คือ บ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม (ผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่) ทับทิมกรอบ ซ่าหริ่ม ลูกตาล

“เลือกขายขนม 3 อย่างนี้ เพราะช่วงอากาศร้อน คนมักไม่กินของร้อน เลยลองเอาทับทิบกรอบมาขายเพิ่ม ผลตอบรับดีเหมือนกัน ส่วนบ้าบิ่น ก็เป็นขนมที่ทำง่าย เลยนำมาขายคู่”

เห็นขายหลายอย่างในร้านเดียว คุณหนิง บอกว่า ยอดขายขึ้นอยู่กับการออกงาน ออกมากได้มาก ออกน้อยได้น้อย คิดเป็นรายได้เฉลี่ยประมาณ 6-7 พันบาท ต่อวันต่อที่ และเคยขายได้มากสุดถึงวันละแสนบาท

นับจากวันที่ออกจากงานออฟฟิศ ปัจจุบัน ขนมครกเศรษฐี 9 หน้า เปิดร้านมาแล้วกว่า 10 ปี

แน่นอนต้องมีอุปสรรค คุณหนิง พูดเต็มเสียงว่า มีเยอะมาก ถึงขนาดหยุดขายไปพักหนึ่ง จนกลับมาสู้อีกครั้งเพราะผลตอบรับดีขึ้น เปิดขายมาจนถึงวันนี้

“จากเคยตกงาน แฟนขับแท็กซี่ ก็มีบ้าน มีรถ เป็นของตัวเอง ก็เพราะขายขนมครกนี่แหละ”

คุณหนิง เล่าต่อ ถึงแม้จะเคยเป็นลูกจ้างมาก่อน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหากต้องมาเป็นนายคน ดูแลลูกน้อง เพราะ งานออฟฟิศทำให้รู้จักการบริหารงาน บริหารคน ต้นทุน กำไร สามารถมาประยุกต์ใช้ได้ทันที

ในอนาคต คุณหนิง บอกว่า มีเพิ่มขนมอีกหลายชนิดแน่นอน อย่างตอนนี้กำลังปรับสูตร ถังแตก หรือถังทอง ให้เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านอยู่