ยึดอาชีพรถเร่ขายกับข้าวมานาน 30 ปี อาชีพอิสระ เห็นเงียบๆ แต่รายได้ไม่ธรรมดา

จากกระแสข่าวสะเทือนวงการค้าปลีก เมื่อ “บิ๊กซี” ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ ออกรถขายของเคลื่อนที่ “รถเร่” รูปแบบเดียวกับรถขายกับข้าว “รถพุ่มพวง” แต่ล่าสุดทางบิ๊กซีออกมาชี้แจงแล้วว่า รถดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองวิ่ง นำร่องในบางพื้นที่เท่านั้น

ด้วยกระแสข่าวนี้เอง ทำให้เราย้อนมองถึงอาชีพค้าขายเคลื่อนที่ “รถพุ่มพวง” อย่างชัดเจนมากขึ้น เห็นรถพุ่มพวงวิ่งขายของตามหมู่บ้าน ตามย่าน ตามชนบทมาก็มาก แต่ไม่เคยหยิบยกมาเล่าเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่อาชีพนี้สามารถเป็นแนวทางสร้างอาชีพให้กับคนอีกจำนวนมากได้ดี

คุณบุญส่ง มะหะหมัด อายุ 57 ปี เจ้าของรถเร่ หรือรถพุ่มพวง เป็นชาวจังหวัดปทุมธานี เล่าว่า ยึดอาชีพนี้มา 30 ปี เห็นจะได้

แต่ก่อนลุงบุญส่ง เปิดร้านขายของชำหน้าบ้าน ขายพวกอาหารสด อาหารแห้ง วัตถุดิบปรุงอาหาร และของสารพัดอย่างอยู่แถวรังสิต กิจการรุ่งเรือง ขายดี เหตุเพราะตอนนั้น แถวรังสิตยังไม่ค่อยมีห้างใหญ่โต อีกอย่างร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ยังไม่เกิด ตลาดนัดก็น้อย ลูกค้าจึงนิยมซื้อของในร้านชำ

ลุงบุญส่ง เล่าต่อ พอมาช่วงหลัง บ้านเมืองเจริญขึ้น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ตลาดนัด เกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้กิจการร้านขายของชำขายไม่ดี

“ลูกค้าหายไปเยอะ คนแห่ไปตลาด ไปห้างกันหมด” ลุงว่าอย่างนั้น

เมื่อขายไม่ดีแล้วทำอย่างไร ลุงบอกว่า ไม่ดีก็ต้องหาลู่ทางกันใหม่ ตัดสินใจทิ้งร้านขายของชำที่บ้าน เปลี่ยนรูปแบบมาขายเคลื่อนที่ นำของทั้งหมดขึ้นรถเร่ขาย หลายคนเรียกรถพุ่มพวงอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ลุงให้ความรู้ว่า รถพุ่มพวงนั้นมีหลายแบบ ทั้งมอเตอร์ไซค์พุ่มพวง แบบนี้ดีหน่อยสามารถเข้าถึงซอยเล็กซอยน้อยได้คล่องตัว ต่อมาก็รถซาเล้งพุ่มพวง แบบนี้สะดวกเหมือนกันแต่น้อยกว่ามอเตอร์ไซค์ และสุดท้ายคือรถสี่ล้อพุ่มพวง รูปแบบนี้เห็นกันจนชินตา

ถามต่อถึงภารกิจประจำวัน ลุงบุญส่ง เล่าว่า ตื่นมาเตรียมของแต่เช้าประมาณตี 4 ตี 5 ไปซื้อของที่ตลาดไท จากนั้นวิ่งขายแถวลาดหลุมแก้ว ตามโรงงานต่างๆ และตามหมู่บ้าน ขายจนถึง 8 โมงเช้า ของชนิดไหนหมดแวะไปเติมของที่ตลาดไทอีกรอบ วนอยู่อย่างนี้ ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ วิ่งขายกันอีกรอบ ถึงบ้านทุ่ม 2 ทุ่มประมาณนี้

 สินค้าที่วิ่งขายมีหลายอย่าง ทั้งของสด เนื้อหมู เนื้อไก่ ปลา ปลาหมึก ลูกชิ้น ไส้กรอก ครบเครื่อง ส่วนของแห้ง มีสารพัด ภาพรวมแล้วเป็นวัตถุดิบปรุงอาหาร รวมไปถึงผัก ผลไม้ และอาหารแห้ง ถูกจัดใส่ถุงแยกชนิด ห้อยเป็นพวงทั้งด้านหน้า และด้านข้างรถ

“ของที่ซื้อมาใช่ว่าจะขายได้เลย ต้องนำมาจัด ตัดแต่ง ใส่ถุง ให้สวยงามอีกรอบ ทุกอย่างต้องมีการจัดเตรียม บางครั้งซื้อของมาโดนยัดไส้ก็มีแต่ไม่เป็นไร”

ออกเช้าขนาดนี้ ถามลุงบุญส่ง วิ่งวันละกี่โล ลุงแกบอก โอ๊ยย… ใครจะไปนับ วันนึงวิ่งหลายที่

ถามถึงความแตกต่าง ในช่วงแรกที่ขาย กับช่วงหลัง เพราะการแข่งขันที่มีมากขึ้น ลุงบุญส่ง บอกว่า เมื่อก่อนขายดี อย่างช่วงน้ำท่วมยิ่งขายดีเข้าไปใหญ่ คนออกไปไหนไม่ได้ รถพุ่มพวงจึงเป็นทางเลือกชั้นดี แต่สมัยนี้ คนทำอาชีพนี้มากขึ้น บางคนขายดีชักชวนญาติพี่น้องออกรถป้ายแดงวิ่งขายก็มี คู่แข่งจึงมากขึ้นตามระเบียบ

ส่วนอุปสรรค ลุงบุญส่ง ว่า ไม่มีอะไร อยู่ที่ตัวเราทั้งนั้น ถ้าตั้งใจทำมาหากินก็ไม่มีปัญหา เหนื่อยเดี๋ยวก็หาย

รายได้ตกวันละ 4-5 พัน บางวันได้น้อย รายได้ไม่แน่นอน อยู่ที่กำลังซื้อของลูกค้า อย่างวันเงินเดือนออกแทนที่จะขายดี ลุงบุญส่ง บอกว่า ขายไม่ดีอย่างที่คิด เพราะคนเงินเดือนออก ก็ไปซื้อของตามห้าง ตามตลาดกันหมด

ถามทิ้งท้าย ลุงบุญส่งอยากเปลี่ยนอาชีพ พักอยู่บ้านสบายๆ ไหม ลุงบอกว่า อยู่บ้านน่าเบื่อ ไม่มีอะไรทำ เปลี่ยนอาชีพวัยขนาดนี้ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว

“ขายกับข้าว ขายของชำ คนต้องกินต้องใช้ทุกวัน บ้านนี้ไม่ซื้อบ้านนั้นต้องซื้ออยู่ดี วิ่งไปวิ่งมาก็ขายได้เอง ไม่เหมือนเสื้อผ้า ลูกค้าซื้อไป 1 ตัวใช้นาน 4-5 เดือนกว่าจะซื้อใหม่”

บทความก่อนหน้านี้ตามมาดูวิธีการทำ “ไส้กรอกไข่เค็ม” รสเด็ดจัดจ้านที่จังหวัดระนอง
บทความถัดไปไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป! ญี่ปุ่นพัฒนาหุ่นยนต์แปลงร่างสำเร็จแล้ว จากหุ่นยนต์เป็นรถ-2คนขึ้นขับได้