ไม่สนงานออฟฟิศ เพาะกระบองเพชรขาย แค่ชอบสู่อาชีพ ทำกำไรสัปดาห์ละ7 พัน

เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ หันมาสนใจและประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากขึ้น ทั้งยังชอบต้นไม้ โหยหาอาชีพอิสระที่ตอบโจทย์วิถีการดำเนินชีวิตอิสระ และต้องการเวลาใช้ชีวิตมากขึ้น หลายรายเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวจากสิ่งที่ชอบกันตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมัธยมหรือมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ

คุณปัญญา อาชาวงศ์ หรือ คุณเต้ย เจ้าของร้าน “กระบองpet-ร้าน3ต.” วัย 29 ปี เกษตรกรรุ่นใหม่อีกราย ที่มีความคิดไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร และสร้างกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเองจากสิ่งที่ชอบ

กิจการจากความชอบ

ทำเกษตร สร้างอาชีพ

คุณเต้ย เจ้าของร้าน “กระบองpet-ร้าน3ต.” สละเวลาจากการขายของ ในเย็นวันอังคาร ที่ตลาดนัดจตุจักร เล่าให้ฟังว่า “เรียนจบคณะเทคโนฯ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ตั้งใจไว้ตั้งแต่ก่อนจะเรียนจบแล้วว่า ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร เพราะไม่ชอบงานออฟฟิศเท่าไหร่  และอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังจากเรียนจบได้มาทำธุรกิจอาหารเสริมเป็นธุรกิจแรกที่เริ่มต้นทำ ระหว่างที่ทำธุรกิจขายอาหารเสริมอยู่นั้น ก็มีความสนใจในการเลี้ยงกระบองเพชรด้วย

เริ่มซื้อมาเลี้ยง ด้วยความรู้สึกว่ากระบองเพชรมีความเหมาะสมอะไรหลายๆ อย่าง กับสภาพอากาศของเมืองไทย เป็นไม้ที่มีความทนทานสูง จากความชอบส่วนตัว จนกระทั่งศึกษาจนเกิดความหลงใหลในไม้ประเภทนี้ ทดลองเลี้ยงไปเรื่อยๆ และมองเห็นโอกาสตลาดกระบองเพชรของเมืองไทย ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงศึกษารายละเอียดเพิ่ม จนถึงขั้นไล่ตามเก็บพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เพื่อมาทดลองผสมเกสร ใช้เวลาลองผิดลองถูกเกือบ 2 ปี ก่อนที่จะเริ่มนำมาขาย”

โดยคุณเต้ย เล่าต่ออีกว่า มีความเป็นเกษตรกรตั้งแต่เด็ก เนื่องจากที่บ้านเลี้ยงบอนไซมาก่อน ทำให้เขามองเห็นว่า มูลค่าของต้นไม้เพิ่มขึ้นทุกวัน ยิ่งเลี้ยงหลายปีมากเท่าไหร่ ราคายิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งมีความรู้สึกว่า ต้นไม้เป็นสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจอะไรเลย คนซื้อเพราะอยากได้ ซื้อเพราะชอบ เกิดจากความพึงพอใจ เลยทำให้ต้นไม้ยังขายได้เรื่อยๆ

ร่วมหุ้น 3 ต. เปิดร้าน

รุกทั้งออนไลน์ ออฟไลน์

เมื่อมองเห็นโอกาสว่าตลาดกระบองเพชรในเมืองไทย ได้รับความนิยมและบูมขึ้นทุกขณะ คุณเต้ยจึงได้ชวนเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบกระบองเพชรอยู่ก่อนแล้วมาร่วมหุ้น เปิดร้านขายกระบองเพชรด้วยกัน โดยใช้ชื่อ “กระบองpet-ร้าน3ต.” โดยให้ความหมายไว้ว่า ทั้ง 3 คนเลี้ยงกระบองเพชรให้เป็นเหมือนกับเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักของตน อีกทั้งชื่อเล่นของทั้ง 3 คน ก็ขึ้นต้น “ต” เหมือนกัน จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน

ทั้งนี้ คุณเต้ย เกษตรกรรุ่นใหม่รายนี้ ยังบอกอีกด้วยว่า เปิดร้านขายกระบองเพชรที่ตลาดนัดจตุจักร เฉพาะเย็นวันอังคารเท่านั้น เน้นการขายแบบเป็นต้น มากกว่าการขายเป็นเมล็ด เนื่องจากจำนวนมูลค่าของ ของการขายเป็นต้น มากกว่าการขายเป็นเมล็ด

สำหรับการกำหนดราคาขายกระบองเพชร ทราบจากคุณเต้ยว่า “การกำหนดราคาขายกระบองเพชร เป็นการกำหนดราคากันขึ้นมาเองของคนขายแต่ละร้าน ราคาอาจไม่แน่นอน บางคนอาจมองว่าแพง บางคนอาจมองว่าถูก ที่เป็นเช่นนี้เพราะขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนซื้อ กับคนขาย สายพันธุ์ของกระบองเพชร และลักษณะของกระบองเพชรแต่ละต้นที่สามารถเพาะได้เป็นสำคัญด้วย

แต่ก็มีลักษณะร่วมกันที่คนซื้อและคนเพาะเลี้ยงส่วนใหญ่นิยม และจะมีราคาขายแพงขึ้นไปกว่ากระบองเพชรต้นอื่นด้วย นั่นคือ กระบองเพชรที่มีความด่าง กระจายตัวทั่วต้นได้สวย รูปทรงดี ที่ขายได้ราคาดี เนื่องจากต้นกระบองเพชรลักษณะนี้มีโอกาสน้อยและเป็นเรื่องยากที่จะเพาะเลี้ยง หรือผสมให้มีลักษณะดังกล่าว”

ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่เข้าถึงและเข้าใจเทคโนโลยีและโลกโซเชียลได้ง่าย จึงเปิดโอกาสในการซื้อ-ขาย เพิ่มมากขึ้น โดยคุณเต้ย บอกว่า “การขายแบบออนไลน์ ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าทางออนไลน์ที่อายุน้อยที่สุดที่เข้ามาซื้อขายกระบองเพชรในเพจ เป็นเพียงเด็กประถมเท่านั้น ซึ่งเห็นได้ง่ายๆ เลยว่า ลูกค้าบนออนไลน์หรือโซเชียลเป็นกลุ่มลูกค้าที่กว้างมาก เป็นใครก็ได้ ส่วนในด้านของลูกค้าออฟไลน์ หรือลูกค้าที่ซื้อ-ขายกันที่หน้าร้าน กลุ่มลูกค้าหลัก ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและวัยทำงาน มาเดินเลือกซื้อไปปลูกกันตามคอนโดฯ หรือห้องพัก”

กระบองเพชรยอดนิยม

แนะเทคนิคเลี้ยงขาย ทำเงิน

สายพันธุ์ของกระบองเพชร มีหลากหลายสายพันธุ์มาก คุณเต้ย กล่าว ทั้งได้แยกแยะกลุ่มที่ขายซึ่งเป็นข้อมูลจากการสังเกตของร้าน “กระบองpet-ร้าน3ต.” แยกคร่าวๆ ตามกลุ่มกระบองเพชรที่ฮิตกันมากในการซื้อ-ขาย โดยสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. แอสโตร ลักษณะเด่นคือ จะไม่มีหนาม ต้องการแสงและน้ำมาก

2. แผงคอม้า ลักษณะคือ มีหนามเยอะ จัดเป็นไม้หนาม ชอบแสง

3. แมมมิลลาเรีย เป็นกระบองเพชรที่ชอบแดด ต้องการน้ำน้อย จุดเด่นคือ ขนจะสวยและนิ่ม

4. อาร์ลีโอ ลักษณะเด่นของไม้นี้คือ มีใบ ชอบแสงปานกลาง 4-5 วันรดน้ำที ก็สามารถดำรงอยู่ได้

5. ไม้อื่นๆ

สำหรับการดูแลเลี้ยงกระบองเพชร คุณเต้ย แนะนำว่า “ถ้าต้องการเลี้ยงแบบจริงจัง ควรมีโรงเรือนก็จะดี เพื่อกันฝนและกรองแสงบ้าง และควรเป็นพื้นที่ที่มีแสงเข้าถึงอย่างพอเพียง เพราะอย่างที่ทราบกันว่า กระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด และที่สำคัญ ควรต้องศึกษาพันธุ์ไม้นั้น ว่ามีลักษณะนิสัย ความชอบ ความต้องการของต้นไม้เป็นเช่นไร หลักๆ ก็น่าจะประมาณนี้

อีกอย่างคือ กระบองเพชร เป็นต้นไม้ที่ไม่ได้ต้องการการดูแลมาก เช่นว่า ต้องรดน้ำทุกวัน ซึ่งนั่นก็ไม่จำเป็น แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ต้องการการดูแล อย่างไรก็ต้องมีให้น้ำ ให้ปุ๋ย เหมือนกับต้นไม้ชนิดอื่น

ด้านราคา ที่ร้านเริ่มขายตั้งแต่ ราคาหลักสิบไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับลักษณะของต้นนั้นๆ กำไรเฉลี่ยประมาณสัปดาห์ละ 6,000-7,000 บาท และที่สำคัญอายุของกระบองเพชรยิ่งผ่านเวลา ยิ่งอายุหลายปี ยิ่งมีราคาเพิ่มขึ้น เพราะกระบองเพชรเป็นไม้ที่เติบโตช้า บางต้น 2 ปีผ่านไป ยังโตได้แค่ประมาณ 2 เซนติเมตรเท่านั้น”

สำหรับใครที่สนใจอยากเลี้ยงกระบองเพชร สามารถมาเดินดูได้ที่ร้าน กระบองpet-ร้าน3ต. ทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็น ไปจนถึง 5 ทุ่ม ที่ตลาดนัดจตุจักร หรือจะเข้ามาดูในเฟซบุ๊ก เพจชื่อ กระบองpet-ร้าน3ต. ก็ได้ หากใครมีข้อสงสัย ก็มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ คุณเต้ย บอกทิ้งท้ายว่า ยินดีตอบทุกอย่างที่รู้ในการเลี้ยงกระบองเพชร 

 

บทความก่อนหน้านี้งานเสริมหลังทำนา เกษตรกรสุรินทร์เพาะไก่ชนขึ้นชื่อ มูลค่าขายสูงจากพันถึงหมื่นบาท
บทความถัดไปคนพะเยาเผยเทคนิค เพาะเห็ดเยื่อไผ่ ให้ได้ผลดีต้องสูตรนี้