ธุรกิจใหม่ในไทย “อัฐิสัตว์เลี้ยง-มนุษย์” ดีไซน์สวยเป็นจิวเวลรี่ ใส่ได้ไม่กลัวหลอน!

สมัยนี้เราอาจจะเริ่มคุ้นชินกับธุรกิจฌาปนกิจศพสัตว์เลี้ยงที่กำลังเฟื่องฟู หลายบริษัทเเข่งขันเสนอโปรโมชั่นให้บริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ดูเเลตั้งเเต่เเรกเกิดไปจนถึงวันสิ้นลมหายใจ

ด้วยความรักความผูกพัน…พวกเขาเป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เจ้าของอยากให้การดูเเลเอาใจใส่ ไม่น่าเเปลกที่จะมีธุรกิจไอเดียเจ๋งต่างๆ มารองรับเเละเจาะตลาดคนรักสัตว์มากมาย

“Pet Master” ผู้บุกเบิกบริการธุรกิจฌาปนกิจศพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ประสบความสำเร็จทำเงินล้าน เดินหน้าเปิดสาขาต่อเนื่อง ผุดคิดธุรกิจต่อยอดนวัตกรรมใหม่ ประเดิมลุยเป็นเจ้าเเรกในไทยด้วยการนำ “อัฐิสัตว์เลี้ยง”มาดีไซน์เป็นจิวเวลรี่ ราคาย่อมเยาว์ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้

โดยความพิเศษของธุรกิจใหม่นี้ที่ตื่นตาอีกอย่าง คือไม่ได้มีเพียงอัฐิของสัตว์เลี้ยงเท่านั้น เเต่ Pet Master คิดไกล เตรียมวิจัยพัฒนานำ “อัฐิมนุษย์” มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับสุดสวยงามอีกด้วย

ประชาชาติฯออนไลน์ พูดคุยกับนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟเเรง “พลอยทราย ภัสสรศิริ” ผู้ก่อตั้งเเบรนด์ Pet Master  วัย 30 ปี จากความคุ้นเคยในธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับเตาเผาศพไร้มลพิษ ด้วยการเป็นคนรักสัตว์เเละมีเลี้ยงเองหลายตัว เมื่อถึงคราวที่เธอต้องสูญเสียน้องหมาอันเป็นที่รักไป จึงได้จัดงานศพให้สัตว์เลี้ยงของตัวเอง โดยการใช้เตาเผาในบริษัทของพ่อ

เหตุการณ์นี้กลายเป็นสิ่งจุดประกายความคิดธุรกิจให้เธอว่า…คนอื่นก็คงอยากให้มีการจัดงานศพให้สัตว์เลี้ยงเหมือนกันช่องทางตลาดน่าจะได้รับความนิยมจึงน่าจะจัดหาบริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงให้ผู้คนที่รักสัตว์บ้างโดยจะเป็นแบบครบวงจรในที่เดียวไม่ต้องติดต่อหลายที่หลายงานให้ยุ่งยาก

หลังจากประสบความสำเร็จในธุรกิจฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงเเล้ว พลอยทรายตัดสินใจขยายไลน์ธุรกิจ เปิดบริการนำเอาอัฐิของสัตว์เลี้ยงมาทำเป็นพลอยแก้วที่นำไปเจียระไนได้ โดยเคยเห็นเเนวธุรกิจดังกล่าวมาจากต่างประเทศ

“ธุรกิจใหม่นี้เริ่มทำวิจัยมา 2 ปีกว่าและได้รับเงินทุนในการช่วยเหลือโครงการไอเเทปจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ จึงเริ่มลงทุนทำเตาเเละมีสูตรในการทำปฎิกิริยาทางเคมี เช่นจะทำให้พลอยนี้เเข็งได้อย่างไร เอากระดูกมาหลอมอย่างไรให้จับตัวกัน และตอนนี้ทำวิจัยมาระยะที่2 จึงค้นพบว่าพลอยบางชนิดสามารถเปลี่ยนสีได้ตามที่ลูกค้าต้องการ โดยจะมีตั้งแต่โทนสีเหลือง สีฟ้า สีเขียว ประมาณ 30 เฉดสี ตอนนี้พัฒนาให้ลูกค้าเลือกได้ประมาณ 7-8 สี”

พลอยทราย อธิบายอีกว่า การเลือกนำ “พลอย ” มาพัฒนานั้นเนื่องจากมีความสวยงามเเละราคาถูกด้วยคุณสมบัติความเเข็งของพลอยจะอยู่ที่ระดับ 5-6 ส่วนเพชรจะอยู่ที่ระดับ 8-9 เรียกได้ว่าราคาต่างกันลิบลับ  อีกทั้งพลอยยังสามารถเก็บรักษาไว้ได้ตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่ต้องกลัวถูกขโมย เช่น ด้านล่างของหิ้งพระหรือพกพาใส่เป็นเครื่องประดับร่างกายได้สะดวก ซึ่งทาง Pet Master จะมีรูปแบบให้ลูกค้าเลือกได้หลากหลาย ในอนาคตอาจจะมีเเท่นเก็บอัฐิรูปแบบใหม่ออกมาจัดจำหน่ายด้วย

นอกจากอัฐิของสัตว์เลี้ยงเเล้ว พลอยทรายเตรียมโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ในปีหน้า ด้วยการขยายกลุ่มตลาดมายังอัฐิของมนุษย์ที่จะต้องใช้การวิจัยในเเลปที่ซับซ้อนมากขึ้นเเละกระบวนการขั้นตอนผลิตเเยกออกจากกันอย่างชัดเจน

“เกิดจากปัญหาเล็กๆที่พลอยเจอมากับตัวเอง คือเวลาเราเจออัฐิบรรพบุรุษ เช่นของปู่ทวด เราจะไม่เคยมาก่อน พอเห็นเเล้วก็รู้สึกว่า เฮ้ย…น่ากลัวจัง จึงกลับมาคิดได้ว่าเราจะมีวิธีเก็บอย่างไรให้ไม่น่ากลัว ให้รุ่นลูกหลานของเราไม่กลัว เเต่ก็ยังต้องให้เป็นที่เคารพเเละบูชาได้เหมือนเดิม เเต่ไม่หลอนเพราะสวยงาม

สมมุติว่าเป็นกระดูกของคุณเเม่ เราถือว่าท่านเป็นพระในบ้าน ก็อาจจะใส่ไว้เป็นเครื่องรางให้อุ่นใจ เป็นเรื่องกำลังใจเฉพาะบุคคล เพราะถ้าห้อยกระดูกไว้ที่คอเพื่อนน่าจะกล้ว เรารู้ว่ากระดูกเเม่เรานะ เเต่คนอื่นเขาไม่รู้ไง ก็คงจะกลัวกัน เเต่ถ้าห้อยพลอยก็สวยงาม ใส่ไปไหนก็ได้…คิดว่าคนไทยน่าจะชอบบริการนี้”

เปลี่ยนจากความอาลัยมาเป็นโหมดโรเเมนติกก็ได้…พลอยทราย เปิดเผยว่าด้วยเทคโนโยลีดังกล่าวนอกจากนำอัฐิมาทำเป็นพลอยเเล้ว ก็สามารถนำเส้นผมเเละฟันมาทำเป็นพลอยได้เช่นกัน นอกเหนือจากที่เจาะกลุ่มตลาดคนที่เสียชีวิตเเล้ว เทรนด์ใหม่มาเเรงนี้กำลังได้รับความสนใจจากคนที่ยังมีชีวิตอยู่เเละคู่รัก

“ถ้าอยากเเต่งงานเเต่ไม่อยากใช้เเหวนเพชร ก็สามารถใช้เส้นผมของเเฟน หรือนำผมของทั้งสองคนมาหลอมรวมกัน เป็นเเหวนเเทนใจได้ ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าทยอยสั่งทำบ้างมาเเล้ว โดยบริษัทของเราเรากำลังหาพาร์ทเนอร์เพื่อขยายการวิจัยนี้ให้ครบวงจรมากขึ้น”

สำหรับเเผนการตลาด เจ้าของ Pet Master ตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงง่ายเเละเป็นที่รู้จักได้รวดเร็ว พร้อมวางเเผนจะติดต่อทำธุรกิจทั่วโลก

“จริงๆที่ต่างประเทศมีบริการทำจากเพชรเเล้ว เเต่ราคาสูง พลอยจึงอยากให้คนทั่วไปจับต้องได้ เราเลยหาเทคโนโลยีไม่เเพงมาก สั่งออนไลน์ได้ทุกช่องทาง ถ้าต่างประเทศ เราจะส่งทางเครื่องบินเพราะชิ้นเล็ก ส่งได้สบาย โดยเราจะเลือกเจาะกลุ่มประเทศที่ไม่ค่อยมีพื้นที่ฝังศพเพียงพอ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์เเละไต้หวัน เเละที่มีติดต่อมาก่อนเเล้วคืออินโดนีเซีย เเละฟิลิปปินส์  ให้ลูกค้าส่งอัฐิมาให้เราที่เมืองไทย พอเสร็จเเล้วก็จะส่งผลงานกลับไปให้ลูกค้า ค่าขนส่งอาจจะเเพงเพราะทางเครื่องบิน เเต่เราพยายามกดค่าเซอร์วิสให้ได้ไม่เกินหลักหมื่น ไม่เเตะเเสนเเน่นอน คนทั่วไปทำได้เเน่นอน”

สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ เรื่องราคาก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากในการตัดสินใจ พลอยทรายเล็งเห็นว่ายังไม่มีบริการนี้ในระดับที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ เพราะราคาเเพง หลักเเสนขึ้นไป ประชาชนอยากทำก็คงลำบาก จึงคิดว่าอะไรที่ทำได้สวยเหมือนกัน คงทนเหมือนกันเเต่ราคาถูก  โดยจะเริ่มเปิดบริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

“สำหรับเรื่องราคา ขณะนี้ยังตอบชัดเจนไม่ได้ เพราะสารเคมีบางตัวเเพงมาก นิดเดียวก็เป็นเเสนเเล้ว บางตัวก็สามารถทำได้เลย ช่วงนี้เลยต้องประเมินราคาก่อน โดยเราจะดูปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น ถ้ามีญาติพี่น้องหลายคนก็สามารถเเชร์กันได้ ทำเก็บไว้สักเม็ดสองเม็ดเป็นที่ระลึกของครอบครัวเเละญาติได้”

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้“ชุมพร” ทำเก๋ ยกศาลพระภูมิให้เป็นบ้านปลา
บทความถัดไปอื้อหือ! ลูกเศรษฐีจีนโชว์ความรวย ซื้อไอโฟน 7 ให้น้องหมาทีเดียว 8 เครื่อง