โรงงานส่งออกเสื้อกีฬาแบรนด์ดังระดับโลก เผยความลับยอดผลิตไม่เคยตก

โรงงานส่งออกเสื้อกีฬาแบรนด์ดังระดับโลก เผยความลับยอดผลิตไม่เคยตก

ไนซ์ แอพพาเรล ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่สุดของไทย  ผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้กับลูกค้ารายใหญ่ซึ่งมีแบรนด์ดังระดับโลก  4 แบรนด์ ได้แก่ adidas, Nike, Under Armour, และ Mizuno  และผลิตให้อีก 1 แบรนด์ซึ่งทำตลาดร้านขายปลีก ได้แก่  Foot Locker

รู้จักบริษัทในเครือไนซ์ แอพพาเรล

ไนซ์กรุ๊ป ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2526  ปัจจุบันได้ขยายทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม  8 บริษัท  ได้แก่  1) บริษัท ไนซ์ แอพพาเรล  จำกัด (จ.นทบุรี)  2) บริษัท ไนซ์ แอพพาเรล จำกัด (เมืองพล จ.ขอนแก่น) 3) บริษัท เอ็นเอ แอพพาเรล จำกัด (จ.นครราชสีมา)   4) บริษัท เอ็นเค แอพพาเรล  จำกัด (จ.ขอนแก่น)  5)  บริษัท เอ็นซี แอพพาเรล  จำกัด (ชุมแพ จ.ขอนแก่น)  6) บริษัท  เอ็นบี  แอพพาเรล จำกัด (จ.หนองบัวลำพู)  7) บริษัท เอ็นอี แอพพาเรล จำกัด (เมืองชิงเต่า ประชาชนจีน)   8) บริษัท เค เค เอ็น แอพพาเรล จำกัด (เกาะกง  ประเทศกัมพูชา)  ทั้งนี้ยอดพนักงานของไนซ์กรุ๊ปล่าสุดมีทั้งหมดประมาณ  20,000 คน  (ในไทยประมาณ 16,100 คน ในจีนประมาณ 1,400 คน  และกัมพูชา 2,500 คน)

 

เหตุผลขยายฐานการผลิตสู่กัมพูชา

จากปัญหาค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทยสูงถึง 300 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยใช้นโยบายย้ายฐานการผลิตไปยัง ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน  เพื่ออาศัยความได้เปรียบจากต้นทุนค่าแรงงานที่ต่ำกว่า และสิทธิประโยชน์ด้านภาษีหรือ GSP สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและสหรัฐ  การย้ายฐานการผลิตไปตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน  ถือว่าเป็นทางเลือกในการรักษาฐานลูกค้าเอาไว้อีกทางหนึ่ง

คุณอดิศักดิ์  อังศรีประเสริฐ  ผู้บริหารระดับ COO (Chief Operating Officer) ของกลุ่มบริษัท ไนซ์ แอพพาเรล จำกัด หรือ “ไนซ์กรุ๊ป”  ให้เหตุผลว่า  เลือกขยายฐานการผลิตไปตั้งโรงงานที่ที่นิคมอุตสาหกรรมเกาะกง ประเทศกัมพูชา  เมื่อปี 2555  เพราะเห็นว่ามีข้อดีหลายอย่าง  เช่น รัฐบาลกัมพูชาให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่  คนงานพูดภาษาไทยและฟังภาษาไทยรู้เรื่อง วัฒนาธรรมประเพณีใกล้เคียงกันมาก และยังมีค่าจ้างที่ต่ำกว่าเมืองไทย   นอกจากนี้ยังได้สิทธิประโยชน์ทางการค้าอีกมากมาย เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีนำเครื่องเข้าจักรและอุปกรณ์ ที่สำคัญคือการเดินทางระหว่างกัมพูชากับเมืองไทย  ผ่านจังหวัดตราด ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น  นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้เลือกขยายฐานการผลิตมากัมพูชา

ตามแผนการผลิตที่เกาะกงจะมีจักรเย็บผ้าประมาณ 1,500 จักร คนงานและพนักงานประมาณ 2,500 คน เพื่อให้ผลิตเสื้อผ้าได้ประมาณ 8 ล้านตัว/ปี ใช้เม็ดเงินลงทุน 200-300 ล้านบาท   โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ของกัมพูชา ซึ่งมีส่วนคล้ายของประเทศไทย ในเรื่องปัจจัยพื้นฐานการลงทุนไม่มีความแตกต่างกันมากมายนัก  นอกจากนี้ ไนซ์กรุ๊ป ยังได้นำระบบการผลิตที่ถือว่าเป็นจุดแข็งของบริษัทที่ได้พัฒนาต่อเนื่องมายาวนานจนเป็นที่ยอมรับของคู่ค้ารายสำคัญ   ซึ่งบริษัทได้นำระบบการผลิตนั้นมาใช้ในโรงงานที่กัมพูชาอย่างเต็มระบบ

ความแตกต่างอาจจะมีบ้างก็เรื่องคุณภาพของแรงงานและจำนวนแรงงาน  ที่เกาะกง มีแรงงานน้อยกว่าไทย โดยเฉพาะคุณภาพของพนักงาน  ช่วงแรกต้องฝึกฝนฝีมือกันอย่างหนัก  แต่ขณะนี้ฝีมือมีคุณภาพทัดเทียมแรงงานของไทยแล้ว ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับของคู่ค้า  แต่ที่แตกต่างจากไทยและถือเป็นข้อได้เปรียบก็คือ ค่าจ้างที่เกาะกงจะต่ำกว่าไทยมาก

คุณอดิศักดิ์  COO ของไนซ์กรุ๊ป อธิบายถึงแนวทางในการบริหารโรงงานในประเทศกัมพูชาว่า  เมื่อ 3 ปีก่อนได้ส่งคีย์แมนหลักเข้ามาคุมเกือบทุกแผนก  ที่ต้องเน้นหนักมากที่สุดคือระบบการผลิต  เพราะถือเป็นหัวใจหลักของการวางระบบโรงงานทั้งหมด   เริ่มแรกมีการวางโครงสร้างการบริหารจัดการเหมือนที่เมืองไทย  พร้อมกับนำระบบไอทีมาใช้เพื่อการสื่อสารไปยังโรงงานต่าง ๆ อย่างทั่วถึง  ช่วงนั้นต้องเดินทางบ่อย  เพื่อติดตามงานและให้คำปรึกษาทีมงาน เฉลี่ยเดือนละครั้ง

ยอดผลิตไม่ตกเพราะอิงลูกค้าระดับโลก

คุณอดิศักดิ์ กล่าวเสริมว่า ผลิตภัณฑ์จากบริษัท  เค เค เอ็น แอพพาเรล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา  จะเป็นรูปแบบเดียวกับที่ผลิตในเมืองไทย คือ เน้นเสื้อกีฬาเป็นหลัก  เป็นการผลิตให้กับเจ้าของแบรนด์แนมดังๆทั้ง 4 แบรนด์ดังที่ได้กล่าวมา แล้ว  โรงงานที่กัมพูชาใช้เทคโนโลยีการผลิตตลอดจนรูปแบบการบริหารงานแบบเดียวกับเมืองไทย  สามารถผลิตได้คุณภาพจนเป็นที่ยอมรับของคู่ค้า

ปัจจุบัน กำลังการผลิตของบริษัท เค เค เอ็น แอพพาเรล ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า      ไนซ์กรุ๊ปจึงวางแผนขยายการผลิตแห่งใหม่เพิ่ม  ขณะนี้ได้ทำการสำรวจพื้นที่ในประเทศเวียดนาม  ซึ่งเป็นประเทศเป้าหมายอีกแห่งที่ไนซ์กรุ๊ปจะเข้าไปลงทุนเพิ่มขึ้น

แม้อุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทยจะอยู่ในช่วงขาลง  มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดกิจการไป  หรือย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนค่าแรงที่ต่ำกว่า  แต่สำหรับไนซ์ แอพพาเรล หรือ ไนซ์กรุ๊ปกลับสวนกระแส  โดยมียอดผลิตเพิ่มจนต้องขยายโรงงานไปหลายประเทศ  และยังได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า  จนทำให้ยอดออร์เดอร์หลั่งไหลเข้ามามากมาย  เมื่อสอบถามถึงเหตุผลที่ทำให้ไนซ์กรุ๊ปเติบโตอย่างสวนกระแสได้เช่นนี้เป็นเพราะเหตุใด

คุณอดิศักดิ์  อังศรีประเสริฐ  กล่าวอย่างภาคภูมิใจพร้อมเผยความลับเรื่องนี้ว่า  เป็นเพราะไนซ์กรุ๊ปได้ร่วมงานกับบริษัทคู่ค้ารายสำคัญของโลก  และเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไนซ์กรุ๊ปเติบโตอย่างมั่นคงสวนกระแสเป็นเพราะ คู่ค้าสำคัญของไนซ์กรุ๊ปมีความมั่นคงทางการตลาดในระดับโลกนั่นเอง

แนะ SMEs เรื่องลงทุนใน AEC

ต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะการทำผิดกฎหมายของประเทศนั้นๆ เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเด็ดขาด  หลักการลงทุนอีกอย่างคือ ต้องมีคนที่เรามั่นใจได้ไว้ใจได้ในพื้นที่ประเทศนั้น    การลงทุนในต่างแดนสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ  ต้องส่งทีมเข้าไปสำรวจพื้นที่จนกระทั่งมั่นใจจึงค่อยตัดสินใจ   เงินลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญแต่ไม่ใช่ปัจจัยแรกที่ใช้ในการตัดสินใจลงทุน

การไปทำธุรกิจในต่างประเทศ  สิ่งที่เป็นเรื่องที่ยากสำหรับ SMEs โดยเฉพาะเรื่องภาษาที่จะต้องสื่อสารกันในหลากหลายระดับ  ความเข้าใจในภาษาและการสื่อสาร  นับเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย อยากแนะนำ SMEs อยู่เรื่องหนึ่งก็คือ ควรมีที่ปรึกษาที่ดี และต้องเป็นที่ปรึกษาในพื้นที่นั้น ๆ จะทำให้ง่ายกว่าการที่เราจะมาดำเนินการเองเสียทั้งหมด

 

บทความก่อนหน้านี้ชมตลาดค้างู ขายเป็นๆเลื้อยโชว์ให้เห็น ชอบตัวไหนแล่สดๆ จับจองตามอัธยาศัย (คลิป)
บทความถัดไป“9 ตามรอย ดอยคำ” เรียนรู้ศาสตร์พระราชา