SMEs ต้องรู้! ฐานข้อมูลลูกค้า กลยุทธ์สำคัญสร้างแบรนด์ให้ปังในปีหน้า

SMEs ต้องรู้! ฐานข้อมูลลูกค้า กลยุทธ์สำคัญสร้างแบรนด์ให้ปังในปีหน้า

การทำธุรกิจยุคปัจจุบันหนึ่งในสิ่งที่ทรงพลังและจำเป็นอย่างยิ่ง คือ Data หรือฐานข้อมูล ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ที่เหล่าบรรดาธุรกิจหน้าใหม่ หากต้องการสร้างให้ธุรกิจเติบโตต้องนำสิ่งนี้มาใช้ควบคู่ไปด้วย เพราะถือเป็นวิธีการที่ช่วยให้เข้าใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และยังช่วยด้านการตลาดให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย 

ชูศิลป์ เมธีไชยพงศ์ หรือ โอม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด
คุณชูศิลป์ เมธีไชยพงศ์ หรือ โอม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด

เมื่อการตลาดขับเคลื่อนด้วยข้อมูล แนวทางการทำธุรกิจก็ต้องปรับตามไปด้วย ชูศิลป์ เมธีไชยพงศ์ หรือ โอม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด จึงมาร่วมถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ ‘Data-Driven Marketing ทำการตลาดโดยใช้ข้อมูล’ ในงาน SMEs Hero Fest จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์-เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2565 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ช่วยให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดยุคใหม่ให้ความสำคัญและนำข้อมูลมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

‘Data Driven Marketing’ กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล 

คุณชูศิลป์ เปิดเวทีเสวนาด้วยการเล่าย้อนถึงการเติบโตของบิทคับ แต่เดิมเป็นบริษัทเล็กๆ มีผู้ร่วมก่อตั้งไม่กี่คน แต่ปัจจุบันมีพนักงานกว่าพันคน ถือว่าบิทคับก็เคยเป็นเอสเอ็มอีมาก่อน จึงเข้าใจถึงบรรดานักธุรกิจหน้าใหม่ที่อยากเติบโต จึงอยากมาแชร์วิธีทำการตลาดให้เติบโตทำอย่างไร และสามารถทำการตลาดโดยใช้ข้อมูลเป็นอย่างไร

“ผมขอยกตัวอย่างร้านสะดวกซื้อชื่อดังร้านหนึ่ง ผมเริ่มสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคตลอดทั้งวันว่าเขาไปซื้อสินค้าอะไรบ้าง เพื่อให้ทราบว่าควรจะขายอะไรดีถึงจะตอบโจทย์ลูกค้า ผลปรากฏว่า ช่วงเช้าคนซื้อกล้วยหอมเยอะมาก เพราะร้านสะดวกซื้อสาขานั้นมีพนักงานออฟฟิศเข้าไปใช้บริการเยอะมาก ซึ่งต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ทำให้เลือกกินอะไรที่ทานได้ง่ายและอิ่มท้อง

“แต่พอช่วงกลางวันกลายเป็นน้ำเต้าหู้ขายดีมาก ซึ่งหากเราต้องการให้กล้วยหอมขายดีในตอนกลางวัน เราต้องขายสินค้าแบบซื้อ 1 แถม 1 หรือขายแบบเป็นเซต จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”

จากตัวอย่างที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่าการจัดเก็บข้อมูลแบบ Data-Driven Marketing ถือเป็นการนำข้อมูลและการตัดสินใจการซื้อของแต่ละคนมาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับลูกค้าปัจจุบันและอนาคต จนนำไปสู่การออกแบบและวางแผนการตลาดที่เหมาะสมกับลูกค้านั้นๆ

เก็บข้อมูลผู้บริโภค ต่อยอดสร้างแบรนด์ให้น่าดึงดูด

“มนุษย์ทุกคนมีสมองแบ่งออกเป็น 2 ซีก ซีกซ้าย จะเป็นการคิดคำนวณ การตัดสินด้วยเหตุและผล ส่วนซีกขวา เป็นการคิดสร้างสรรค์ต่างๆ นานา หากเรานำสมองทั้ง 2 ซีกมารวมกัน เราจะสามารถสร้างแคมเปญ หรือเกิดไอเดียสุดบรรเจิดระดับประเทศได้เลย”   

แต่การจะเกิดไอเดียที่มีความสร้างสรรค์ จำเป็นต้องมีข้อมูลเบื้องต้นเสียก่อน แล้วนำไปต่อยอดว่าจะทำอย่างไรดี ให้สามารถออกแบบแคมเปญ หรือสร้างโปรโมชั่นตอบแทนลูกค้าได้ แสดงให้เห็นว่าการรวบรวมข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยให้สามารถวางแผนการตลาดได้ง่ายยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงประเด็น

 

ซึ่งการทำ Data-Driven Marketing ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งสามารถจัดกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าที่ต้องการได้ถูกต้อง สามารถพยากรณ์โอกาสทางธุรกิจอย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงด้านการเงิน ไม่ต้องไปโปรโมตให้เสียเงินจำนวนมาก รวมถึงสามารถเพิ่มกำไร เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

เมื่อการตลาดแบบใช้ข้อมูล เป็นสิ่งจำเป็นในยุคปัจจุบัน จึงต้องมีเคล็ดลับที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างธุรกิจเติบโตไปได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลลูกค้า ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ อาทิ คนที่มาซื้อของในร้าน หรือโทรหาคอลเซ็นเตอร์สอบถามข้อมูล รวมถึงเก็บข้อมูลแบบออนไลน์ โดยการค้นหาข้อมูลผ่านกูเกิ้ล หรือสำรวจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ

“เราไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลเป็นจำนวนมาก หากสมมติวันนี้คุณมีลูกค้าเข้าร้าน 20 คน ก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่คุณสามารถจัดเก็บได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเรื่องเพศ มากับกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน มีการใช้จ่ายกี่บาทต่อการซื้อ 1 ครั้ง เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อการจัดเก็บข้อมูลทั้งสิ้น”     

ขณะเดียวกัน หากเก็บข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว ก็นำมาวิเคราะห์ข้อมูลให้ชัดเจน รวบรวมสิ่งที่ได้ไปประมวลผลและวิเคราะห์ออกมา ให้สอดคล้องและตอบโจทย์การทำงานของธุรกิจ จนในที่สุดก็ได้ข้อมูลเชิงลึกและสามารถนำไปต่อยอด ทั้งการออกโปรโมชั่นตอบแทนลูกค้า หรือออกแคมเปญต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าต่อไป

‘Google Analytics’ เครื่องมือวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า ยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน 

ไม่ว่าผู้ประกอบการแต่ละคนทำธุรกิจออนไลน์ประเภทไหน จะมีขนาดองค์กรเล็กหรือใหญ่ ล้วนแต่มีการแข่งขันในโลกดิจิทัล เพื่อให้แบรนด์เติบโตและเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น ซึ่งการนำเครื่องมือมาวัดผลทางการตลาด จะช่วยให้ธุรกิจออนไลน์สามารถสร้างโอกาสให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลมีเดีย และยกระดับธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปในอนาคต

จึงอยากให้ทุกคนรู้จัก Google Analytics เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่ และนำไปต่อยอดพัฒนาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ โดยเป็นการประมวลผลและรวบรวมข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ ทั้งข้อมูลทั่วไป เพศ อายุ อาชีพ สถานที่อยู่อาศัย รวมถึงศึกษาพฤติกรรมลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชม เพื่อนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และให้ลูกค้าอยู่หน้าเว็บได้นาน จนเกิดเป็นการซื้อขายธุรกิจต่อไป

“Google Analytics จะมีสิ่งที่เรียกว่า คุกกี้ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ คือ เมื่อเราทานคุกกี้ก็จะมีเศษผงตกหล่นออกมา และคุกกี้ในที่นี้ก็เปรียบเสมือน Digital Footprint ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ เราจะสามารถรู้ได้ว่าผู้เข้าชมเว็บของเรา เข้ามาทำอะไรในหน้าเว็บบ้าง ซึ่งไม่ว่าคุณจะช้อปปิ้งสินค้าอะไร คุกกี้อันนี้ก็จะตามคุณไปทุกที่ เก็บข้อมูลของคุณทุกอย่าง”

เมื่อได้ข้อมูลต่างๆ มาแล้ว ก็จะนำไปวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า จนนำไปสู่การพัฒนาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเป็นใคร ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเลือกช่องทางการโปรโมตสินค้า และยังสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์ในการทำแผนการตลาดให้ดียิ่งขึ้นในอนาคตอีกด้วย  

‘SMEs Hero Fest’ ถือเป็นมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี สำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจและอยากเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้นำทางธุรกิจจากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อสามารถนำความรู้ที่ได้ไปสร้างสรรค์เป็นแบรนด์ของตนเองให้เติบโตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการต่อยอดการสร้างอาชีพทางเลือกให้คนยุคใหม่ได้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป