“ศรีฟ้ากาแฟสด” ร้านหน้าบ้าน อดีตนักดนตรี เปิดขายแค่ครึ่งวัน แต่มีรายรับหลักพัน

“ศรีฟ้ากาแฟสด” ร้านหน้าบ้าน อดีตนักดนตรี เปิดขายแค่ครึ่งวัน แต่มีรายรับหลักพัน

หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า “สภากาแฟ” จากสมัยก่อนที่ร้านกาแฟเป็นแหล่งรวมตัวของคนในชุมชน เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกัน ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านกาแฟ เฉกเช่นร้าน ศรีฟ้ากาแฟสด ที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมคาเฟ่เช่นนี้ หนึ่งในร้านกาแฟที่หาได้ยากยิ่งในกรุงเทพฯ ที่เกิดจากการต่อยอดบ้านเป็นร้านกาแฟด้วยใจรัก สร้างรายได้ถึงหลักพันต่อวันและเปิดมากว่า 20 ปีแล้ว

คุณธนิต กิจจำนงค์พันธุ์ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านนี้ เกริ่นให้ฟังว่า เคยเป็นนักดนตรีและพนักงานขายในห้างสรรพสินค้ามาก่อน ทักษะที่ได้จากการเล่นดนตรีและการบริการลูกค้าตอนทำงาน ทำให้เขานำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลร้านกาแฟ

เจ้าของร้าน เล่าว่า สมัยก่อนเคยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งในหมู่บ้านอมรพันธ์ 9 แต่พี่น้องทุกคนวางแผนจะซื้อบ้านให้คุณแม่อยู่ จึงหาบ้านในละแวกเดียวกัน ทุกวันนี้บ้านหัวมุมหลังที่ซื้อใหม่ได้กลายเป็นร้าน ศรีฟ้ากาแฟสด จากการใช้ของที่มีมาตกแต่งร้านด้วยตัวของเขาเอง

เมื่อนึกย้อนกลับไป คุณธนิต ก็พูดขึ้น “ถ้าไม่มีบ้านหลังนี้ก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไง อาจจะเป็นนักดนตรีตกงาน ต้องขอบคุณแม่และพี่น้องที่สนับสนุน” ครอบครัวจึงเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่สำคัญของเขา

คุณธนิตใช้บ้านของตัวเองเปิดร้านกาแฟ โดยมีจุดเริ่มต้นจากความชอบกินกาแฟและพี่น้องบอกให้ลองทำ เขาเล่าว่า “แรกๆ ญาติพี่น้องลงทุนให้ เพราะเห็นเราอยู่ดูแลแม่ พี่ชายและพี่สาวที่มีโรคประจำตัว พวกพี่น้องเลยให้นู่นให้นี่มา ซื้อเครื่องทำกาแฟให้ พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ แล้วเรามีใจรักกาแฟด้วยและเคยทำงานบริการมาแล้ว เราจึงได้เปิดร้าน”

เริ่มแรกที่เปิดร้านเกิดปัญหาอยู่บ้างเล็กน้อย ด้วยความที่คุณธนิตไม่เคยเรียนทำกาแฟมาก่อน จึงศึกษาทดลองผิดถูกเอง ทำให้ช่วงแรกไม่ค่อยมีคนและชงกาแฟยังไม่ค่อยถูกใจลูกค้า แต่เพราะเขาชอบกินกาแฟอยู่แล้วเลยพอจะช่วยให้การปรับสูตรดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ

เดิมที ศรีฟ้ากาแฟสด เคยขายเหล้าและเบียร์ด้วย อีกทั้งยังเปิดร้านจนถึง 5 ทุ่ม แต่ปัจจุบันไม่ขายแล้ว และเปิดร้านตั้งแต่ 07.00-12.30 น. เพียงแค่ครึ่งวันเช้าเท่านั้น “เมื่อก่อนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ขายหลายอย่าง ทั้งขนมจีนปักษ์ใต้ ขนมจีบ หมูสะเต๊ะ ขายอยู่เป็นปีเลย แต่ทำไปทำมาก็ไม่ได้ขายต่อ เพราะน้องสาวเป็นคนทำ แล้วเขาต้องทำงานด้วย หลังๆ ก็เลยหาอะไรที่ทำง่ายๆ มาขายอย่างไข่กระทะ ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย” เจ้าของร้าน ว่าอย่างนั้น

หลังจากปิดร้าน คุณธนิตใช้เวลาพักผ่อน ไปเที่ยวบ้าง เล่นดนตรีบ้าง เป็นกิจวัตรประจำวัน และเล่าอีกว่า “บางคนถามว่าปิดแล้วไปไหน พอกินเหรอ ทำแค่นี้ ตอนเปิดใหม่ๆ บางคนก็พูดว่าจะไปรอดเหรอ แต่ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าไปรอดหรือไม่รอดเหมือนกัน คิดเอาเอง จริงๆ การทำการค้ามันอยู่ที่พื้นฐานด้วยนะ ถ้าพื้นฐานดี รู้จักใช้เงิน รู้จักประหยัด มันก็อยู่ได้” รอดหรือไม่รอด แต่ปัจจุบัน ศรีฟ้ากาแฟสด ก็เปิดมาได้กว่า 20 ปีแล้ว

อันที่จริงแถวนี้มีร้านกาแฟอยู่หลายที่ ซึ่งเมื่อก่อนไม่มีเลย ศรีฟ้ากาแฟสด จึงแทบจะเปิดเป็นร้านแรกในย่านอมรพันธ์ อีกทั้งยังเปิดมานานจนชาวบ้านแถวนั้นพูดแซวคุณธนิตว่า พวกที่มาเปิดแถวๆ นี้จะเจ๊งกันหมด เพราะบางร้านก็เปิดจนเปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนอะไรไปเยอะ แต่ที่นี่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

จุดเด่นของ ศรีฟ้ากาแฟสด คือ ราคาถูก ใช้วัตถุดิบคุณภาพ ซึ่งเป็นกาแฟจากภาคใต้ อีกทั้งเจ้าของร้านชงสดๆ เองด้วยความใส่ใจและเป็นกันเอง นอกจากนี้ ยังมีดนตรีให้ฟัง โดยลูกค้าสามารถขอให้คุณธนิตเล่นกีตาร์และร้องเพลงให้ฟังได้ หรือยังสามารถนำอาหารอื่นๆ มาทานได้ที่ร้าน อีกอย่างคือถึงแม้ว่าจะสั่งกาแฟแค่แก้วเดียว แต่ทางร้านก็มีบริการน้ำชาให้ดื่มฟรี

“เดี๋ยวนี้ลูกค้าจะรู้ว่า มาที่นี่เอาของกินมาทานได้ บางคนเอาข้าวมานั่งกิน มีมาขอช้อนด้วยแต่ก็ให้นะ เพราะร้านเราไม่มีข้าวขาย ส่วนใหญ่มานั่งชิลหรือพูดคุยกัน กินเสร็จแล้วก็ไป พออิ่มก็ขอน้ำชา แต่ถึงไม่ขอก็ยกไปให้ กิน กาแฟ 1 แก้วจะมีน้ำชาให้ 1 ถ้วย” เจ้าของร้าน เล่าอย่างอารมณ์ดี

“ลูกค้าหลายคนพอกินไปนานๆ ก็เหมือนกับเป็นญาติกัน ไปเที่ยวหรือไปไหนด้วยกันได้ ลูกค้าติดใจและอยากมา ถึงจะอยู่ไกลหรือไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ก็มีเข้ามา ชวนกันมาบ้าง บางคนถึงกับปั่นจักรยานมาจากลาดปลาเค้าเองเลย” คุณธนิต เล่าให้ฟัง พร้อมบอกว่ามีทั้งคนที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยเข้ามามากหน้าหลายตา

 

ในช่วงหลังที่เศรษฐกิจไม่ดีจากโควิด-19 ทางร้านได้ปรับราคาขึ้น จากเดิมเริ่มต้นเพียง 25 บาท กลายเป็น 30 บาท ตั้งแต่เปิดร้านมา 20 ปีเพิ่งเคยขึ้นราคาเป็นครั้งแรก เแต่ลูกค้าก็ยังมากินเช่นเดิม “ลูกค้าเรากินกันเป็นสิบกว่าปี กินกันยาว” เจ้าของร้านกล่าวและบอกว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านคือ คนมีอายุและคนที่เกษียณแล้ว

“ยิ่งกิน ยิ่งติด ไม่ได้ใส่กัญชานะ แต่ใส่ใจ” คุณธนิต ว่าอย่างนั้น และเสริมว่า “เราพยายามสังเกตว่าลูกค้าชอบอะไร แต่ส่วนมากจะจำได้ว่าคนไหนกินอะไร บางคนไม่ต้องถาม เดินเข้ามาถึงก็ชงรอได้เลย” นี่จึงเป็นความใส่ใจเล็กๆ ของเจ้าของร้านที่ทำให้ลูกค้าติดใจ

ศรีฟ้ากาแฟสด สร้างรายได้ให้กับคุณธนิต เฉลี่ยต่อวันรวมแล้วเป็นหลักพัน แม้จะขายเพียงแค่ครึ่งวันแต่ก็มีรายได้ทุกวัน ทั้งยังมีเวลาไปหาความสุขและพักผ่อนหย่อนใจได้ พอมีเวลาว่างเขาก็สามารถไปเล่นดนตรีตามที่ชอบได้อีกด้วยเช่นกัน

ในภายภาคหน้าร้าน ศรีฟ้ากาแฟสด อาจมีเมนูที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีแผนการจะทุบด้านข้างของร้านทำเป็นร้านเสริมสวยให้กับภรรยาที่เป็นช่างทำผมร้านชลาชล ซึ่งจะทำให้ที่นี่มีบริการทั้งด้านอาหารและด้านความงาม นับว่าเป็นจุดศูนย์กลางแห่งหนึ่งของชุมชนเลยก็ว่าได้

สุดท้ายนี้ คุณธนิตได้ฝากถึงคนที่เริ่มทำธุรกิจร้านกาแฟว่า “สำคัญคือต้องขยัน ต้องสู้ อย่าทำแป๊บๆ แล้วเลิก ต้องมีความจริงใจกับลูกค้า ถึงจะอยู่ได้ และต้องมีความอดทน ถ้าไม่อดทน ทำอะไรแล้วเลิก ก็จบ เจ๊ง”

หากใครอยากสัมผัสร้านกาแฟที่มีบรรยากาศเสมือนนั่งทานที่บ้านญาติ สามารถไปเชยชิมความอร่อยของกาแฟสด เครื่องดื่มต่างๆ ขนมปังปิ้ง ไข่ลวก และไข่กระทะที่เป็นเมนูพิเศษเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ได้ที่ร้าน ศรีฟ้ากาแฟสด เลขที่ 1 หมู่บ้านอมรพันธ์ 9 เสนานิคม 1 ซอย 40 กรุงเทพฯ