จากพ่อค้ารถพุ่มพวง มาปลูกดาวเรือง 2 เดือนตัดดอก ฟันกำไรไร่ละ 1 แสนบาท(คลิป)

ดาวเรือง เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกกันมาก เนื่องจากปลูกง่าย เมล็ดงอกเร็ว ต้นโตเร็ว แข็งแรง ไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน ที่สำคัญให้ดอกเร็ว ดอกดก ซึ่งปัจจุบันมีหลายสายพันธุ์และหลายสี โดยแต่ละพันธุ์จะมีรูปทรงของดอกที่สวยงาม สีสันสดใส

คุณศุภิณโญ ใจมั่น เจ้าของสวน เล่าให้ฟังว่า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาบริเวณที่มีน้ำ เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกดาวเรืองเป็นพืชเสริม บางครัวเรือนปลูกเป็นพืชหลักสร้างรายได้ เนื่องจากอดีตที่ผ่านมาดาวเรืองมีราคาขายดอกละ 1 บาท ทำให้มีเกษตรกรหันมาให้ความสนใจมากขึ้น และตลาดก็ยังไปได้ดี
“สำหรับการขยายพันธุ์ สามารถทำได้โดยการเพาะเมล็ดและการปักชำ แต่วิธีที่นิยมทำ คือ การเพาะเมล็ด เนื่องจากได้จำนวนต้นที่มากกว่า และเมล็ดที่ผมใช้จะเป็นพันธุ์เทวี ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ดอกดก สีสด และให้ผลผลิตนาน”
การเพาะเมล็ด คุณศุภิณโญ บอกว่า จะใช้ถาดเพาะขนาด 200 หลุม โรยแกลบดำ หรือดินปลูก จากนั้นจะหยอดเมล็ดลงไปหลุมละ 1 เมล็ด กลบดินและรดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นกล้าอายุได้ประมาณ 15-18 วันหลังจากวันเพาะ ก็จะนำมาลงในแปลงปลูก โดยแต่ละต้นจะทิ้งระยะห่าง 40 เซนติเมตร 1 แปลงจะปลูกได้ 3 แถว ส่วนความยาวขึ้นอยู่กับช่วงน้ำ ที่วางระบบไว้
“ปลูกช่วงแรก จะต้องดูศัตรู พวกจิ้งหรีดที่มาทำรายกัดต้น และแมลงจะมาวางไข่ที่ดอก ให้น้ำวันละ 2 รอบ เช้า-เย็น และหลังจากปลูกไปแล้ว 15 วันจะใส่ปุ๋ยบำรุงต้นและดอก ”
สำหรับ พื้นที่ 1 ไร่ จะใช้เมล็ดพันธุ์ 4,000 เมล็ด ราคาเมล็ดพันธุ์อยู่ที่ เมล็ดละ 80 สตางค์ – 1 บาท หากรวบการติดตั้งระบบน้ำ และค่าจ้างในการเตรียมดิน จะใช้เงินลงทุนประมาณ 15,000 – 20,000 บาท
“ตั้งแต่เพาะเมล็ดไปถึงตัดดอกจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โดยต้นดาวเรือง 1 รุ่น จะตัดดอกจำหน่ายได้ 20 ครั้ง โดยแต่ละวัน พื้นที่ 1 ไร่ ตัดดอกจำหน่ายได้ 100,000-200,000 ดอก”
เกรดเอ ขนาดจัมโบ้ใหญ่พิเศษ ราคาขายส่งอยู่ที่ 1.60 บาท เกรดบี ขนาดใหญ่ ราคา 1.20 บาท และเกรดซี ราคาดอกละ 80 สตางค์ ซึ่งในช่วงที่ตลาดมีความต้องการมาก ราคาเกรดเอจะสูงถึง ดอกละ 1.80 บาท
สำหรับเกษตรกรท่านใดที่สนใจ คุณศุภิณโญ แนะนำว่าควรเริ่มปลูกประมาณ 5 ไร่ อย่างน้อย เนื่องจากจะได้หาตลาดได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะตัดสินใจปลูกให้ศึกษารายละเอียดก่อนจะลงทุน
บทความก่อนหน้านี้“ถุงเก็บนมแม่” นวัตกรรมจากโปรแกรมเมอร์สาว ธุรกิจสร้างเงินล้าน
บทความถัดไปการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราว ในวันที่ 23 – 26 มีนาคม 2560