เกษตรกรยิ้มออก ปลูกต้นหอมริมโขงโตเร็ว แค่ 2 เดือนเก็บผลผลิตขายไร่ละแสน ชดเชยข้าวราคาตก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง มีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยที่ประมาณ 14 -15 องศาเซลเซียส ถึงแม้จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ประสบปัญหาภัยหนาว เนื่องจากมีลมกระโชกแรง แต่ปีนี้กับเป็นผลดีต่อเกษตรกรที่ยึดอาชีพเกษตรพอเพียง ปลูกพืชผักสวนครัว ตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเฉพาะปีนี้ถือเป็นโอกาสทองของเกษตรกรริมแม่น้ำโขง เนื่องจากสภาพอากาศเป็นใจ ทำให้ส่งผลดีต่อผลผลิตทางการเกษตรพืชผักสวนครัว โตเร็ว ใช้ระยะเวลาสั้น ในการเก็บผลผลิต อีกทั้งมีราคาแพง เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่สามารถปลูกได้ แต่สำหรับพื้นที่ติดแม่น้ำโขง ได้เปรียบเรื่องแหล่งน้ำ สามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ยิ่งในช่วงนี้ พืชผักสวนครัว ประเภท กะหล่ำปี สลัด คะน้า รวมถึงต้นหอมจะมีราคาแพง

เช่นเดียวกันกับชาวบ้านเกษตรกรริมฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่ ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม และ พื้นที่ ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ในช่วงหน้าแล้งทุกปีจะมีการทำเกษตรพอเพียงปลูกผักสวนครัว ไม่ต่ำกว่า 500 ไร่ ตามแนวแม่น้ำโขง ซึ่งในช่วงนี้กำลังเร่งเก็บผลผลิตต้นหอม มีพ่อค้า แม่ค้า มาจองคิวซื้อ ไปส่งขายทั่วประเทศ ในราคาตกกิโลกรัมละประมาณ 60 -70 บาท สามารถทำเงินได้ไร่ละประมาณ 80,000 – 100,000 บาท แล้วแต่ผลผลิต ทำให้เกษตรกรต่างเร่งเก็บผลผลิตส่งขาย สร้างรายได้เงินหมุนเวียนสะพัด ไม่แพ้พืชผัก ประเภท คะน้า สลัด กะหล่ำปลี ซึ่งในปีนี้อากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโต ทำให้ใช้เวลาปลูกน้อย ประมาณแค่ 2 เดือน จากปกติต้องใช้เวลาประมาณเกือบ 3 เดือน สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ลดต้นทุน ในการดูแล

ด้าน นายสมหวาน ลาวงษ์ นายก อบต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม กล่าวว่า ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี ที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น จะเป็นโอกาสทองของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม ยาวไปถึงเขต ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จะปรับพื้นที่ริมแม่น้ำโขงทำการเกษตรปลูกพืชผักสวนสวนครัวตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งไปขายตามท้องตลาด โยเฉพาะปีนี้ถือว่าพืชผักมีราคาแพง ขายได้ราคาดีกว่าทุกปี โดยเฉพาะต้นหอม ถือว่าราคาสูงตกกิโลกรัมละประมาณ 60 -70 บาท ซึ่งเกษตรกรจะใช้เวลาปลูกประมาณ 2 -3 เดือน เท่านั้นเก็บผลผลิตขายได้ แต่ปีนี้อากาศเป็นใจหนาวต่อเนื่อง ใช้เวลาปลูกประมาณ 2 เดือน เก็บผลผลิตขายได้ ส่วนการปลูกต้นหอมจะมีขายเป็น 2 รูปแบบ จะขายเป็นต้นสด ราคาประมาณ 60 -70 บาท ส่วนอีกประเภทคือ ขายหอมหัว คือจะใช้เวลานานกว่า ประมาณ 3 -4 เดือน แต่เป็นพันธุ์เดียวกัน แตกต่างที่ระยะเวลาเก็บผลผลิต ขายราคาประมาณ กิโลกรัมละ 70 -80 บาท ซึ่งในพื้นที่ 1 ไร่ เกษตรกรจะสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 1 ตัน คิดเป็นเงินประมาณ 80,000 – 100,00 บาท ถือว่าราคาดีมาก ทำให้ชาวบ้านเกษตรกรริมโขงยิ้มออก ชดเชยราคาข้าวตกต่ำ คาดว่าปีนี้จะมีเงินหมุนเวียนสะพัดจากเกษตรริมโขงปลูกผักหน้าหนาว ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า ในพื้นที่เงินสะพัด

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์