ออร์แกนิคส์ บัดดี้ แบรนด์รักษ์โลกสุดมินิมอล ยอดปังไม่หวั่นวิกฤต 3 ปี 100 สาขา!

ออร์แกนิคส์ บัดดี้ แบรนด์รักษ์โลกสุดมินิมอล ยอดปังไม่หวั่นวิกฤต 3 ปี ขยาย 100 สาขา!

ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ถือว่าเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ยิ่งยุคที่ผู้คนเน้นเรื่องความสะอาดและความอ่อนโยน ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ยิ่งมีอัตราการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณตั้ม-ธนทัต สุกาญจนพงษ์ วัย 29 ปี co-founder และกรรมการผู้จัดการ ออร์แกนิคส์ บัดดี้ หนึ่งในผู้เล่นในตลาดออร์แกนิกเจ้าดัง

คุณตั้ม เล่าที่มาที่ไปของแบรนด์ให้ฟังว่า โดยส่วนตัว เริ่มสนใจผลิตภัณฑ์มาจากการที่คนที่บ้านมีปัญหาผิวแพ้ง่าย เมื่อไปหาหมอผิวหนัง ก็ได้คำแนะนำให้ปรับการใช้พวกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ให้มีความเป็นธรรมชาติหรืออ่อนโยนต่อผิวมากขึ้น คุณตั้มก็ได้เจออยู่ 2 ประเภท คือ สมุนไพรกับออร์แกนิก ซึ่งเขามีความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมากกว่า

แต่เนื่องจากผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่วางขายในตลาด มีราคาสูง การที่จะซื้อใช้ให้ครอบคลุมการทำความสะอาดทุกๆ เดือน ก็ดูจะแบกรับค่าใช้จ่ายตรงนั้นไม่ไหว เมื่อลดสเปกลงมาก็มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพไม่ตรงกับความต้องการ จึงเกิดเป็นคำถามติดอยู่ในใจว่า ทำไมต้องจ่ายให้กับของที่ราคาไม่คุ้มกับประสิทธิภาพ

คุณตั้ม-ธนทัต สุกาญจนพงษ์ co-founder และกรรมการผู้จัดการ ออร์แกนิคส์ บัดดี้

ประกอบกับตนเองได้ไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียจึงได้เห็นว่า ที่ประเทศออสเตรเลียนั้นมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับออร์แกนิกวางขายอยู่หลากหลาย ราคาไม่แพงมาก ทั้งยังเป็นสินค้าที่มีประสิทธิภาพ คุณสมบัติการชะล้างเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคมี คุณตั้มจึงมีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้และพบว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในไทย ยังพอมีช่องทางให้เข้าไปเป็นผู้เล่นได้ จึงได้ชักชวนเพื่อนสนิทสมัยมัธยม ที่เรียนมาทางด้านสถาปัตย์ มาทำธุรกิจด้วยกัน

“ผมกับเพื่อนเรามีจุดมุ่งหมายตรงกันว่า เราสนใจเรื่องออร์แกนิกเหมือนกัน และอยากทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้ผู้คนเข้าถึงได้ ในราคาที่ไม่แพง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด ดีต่อธรรมชาติ ดีต่อเรา และทุกๆ คน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน ก็เริ่มลงมือทำกับปี 61 ใช้เวลาพัฒนาทำ R&D ไปเรื่อยๆ จนออกมาเป็นแบรนด์ คอมมอน กราวด์ พร้อมออกขายในกลางปี 62″

โดยผลิตภัณฑ์ของ คอมมอน กราวด์ ได้ร่วมมือกับห้องแล็บที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลียในการพัฒนาสูตรที่เหมาะกับคนไทยและมาจากธรรมชาติอย่างพิถีพิถันจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งออสเตรเลียนั้น ถือเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำของโลกด้านการพัฒนาสูตรออร์แกนิก ด้วยตลาดที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จและมีความพร้อมสูง

“เรามุ่งเน้นการฟื้นฟูความงามตามธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมที่มีคุณภาพจากพืช ผลิตภัณฑ์ของเราทั้งหมดจึงเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย และไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตราย ตอบโจทย์ในการดูแลความงามตามสมดุลธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารเคมีไว้บนร่างกาย นี่จึงเป็นจุดเด่นของแบรนด์ คอมมอน กราวด์ ของเรา” คุณตั้ม กล่าว

นอกจากสูตรเฉพาะที่พัฒนาจากออสเตรเลียแล้ว ทางแบรนด์ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของแบรนด์มีการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก PET รีไซเคิล 100% ทำให้มีต้นทุนที่สูง แต่เมื่อมองในมุมทางเลือกของผู้บริโภคที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน คุณตั้ม บอกว่า เขายอมแบกภาระต้นทุนตรงนี้เอาไว้เองดีกว่า

“เรารู้ว่า คนที่ใช้ชีวิตในเมือง ก็ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะไปอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกช่วงเวลาของชีวิตขนาดนั้น ฉะนั้นเขาจะรู้สึกว่า อย่างน้อยๆ ถ้าได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มันช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง ก็น่าจะดี เพราะปัจจุบัน คนก็รณรงค์เรื่องลดโลกร้อน ดูแลสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เราเลยอยากสนับสนุนให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยโลกนี้ไว้” คุณตั้ม กล่าว

ปัจจุบัน คอมมอน กราวด์ ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค จึงทำให้คุณตั้มและหุ้นส่วน มีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย ออกมาเป็น โซแกนิคส์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในครัวเรือนเพิ่ม

“พอผลตอบรับดี ลูกค้าก็จะมีมาถามๆ ว่า ไม่มีตัวนั้น ตัวนี้เหรอ มันเลยให้เรากลับมานั่งปรึกษากันว่า ควรขยายไลน์สินค้าเพิ่มให้ครอบคลุมการใช้ชีวิตไปเลยน่าจะดี ก็เลยเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในครัวเรือน แต่เนื่องด้วยเราไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ จะออกสินค้าภายในเครื่องหมายการค้าเดียว ก็ดูจะเสี่ยงไป เลยออกแบรนด์เพิ่มเป็น โซแกนิคส์ ที่แยกไปเลยว่าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครัวเรือนนะ อันนี้ก็เป็นหลักการทางการตลาดนิดหนึ่ง” คุณตั้ม ว่าอย่างนั้น

ณ ตอนนี้ เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วที่ ออร์แกนิคส์ บัดดี้ ได้ก่อตั้งขึ้น คุณตั้มได้ส่งผลิตภัณฑ์เข้าไปวางขายในโมเดิร์นเทรดชั้นนำ กว่า 100 สาขาทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโลตัส, วิลล่า มาร์เก็ต, ท็อปส์ มาร์เก็ต, อีฟแอนด์บอย, เลมอนฟาร์ม รวมทั้ง เซ็นทรัล ฟู้ดส์ ฮอลล์ เป็นต้น รวมถึงมีการส่งออกไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ไต้หวัน ลาว อินโดนีเซีย และในอีกหลายประเทศ

“โควิดระลอกแรก ได้รับผลกระทบครับ ในส่วนของส่งออกก็สะดุดไปประมาณ 20-30% แต่พอรอบหลังๆ ต่างประเทศเขาเริ่มเปิดประเทศ ก็เลยเริ่มกลับมาเป็นปกติ ส่วนในประเทศกระทบด้านออฟไลน์ เพราะเราก็วางขายในห้างเยอะ คนก็ไม่ค่อยออกมาจับจ่ายกันเหมือนเมื่อก่อน และเราเข้าไปทำการตลาดไม่ทัน เลยเสียโอกาสไปบ้าง”

“พอจากที่ผ่านๆ มาเราเริ่มเห็นแล้วว่า พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป คนหันมาทำความสะอาดกันมากขึ้น ก็มาทำออนไลน์มากขึ้น นอกจากช่องทางของเราเองก็ยังขายผ่าน KTC U SHOP สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิต KTC ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อย เพื่อให้ลูกค้ารู้จักสินค้าเรามากขึ้น ในเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ยอดขายเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจเลยยังคงเติบโตมาได้ หักลบกันแล้ว ยอดออนไลน์ก็เข้ามาทดแทนส่วนออฟไลน์ได้อยู่” เจ้าของหนุ่ม บอกแบบนั้น

สนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ เว็บไซต์ www.organicsbuddy.com

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้คั้นน้ำส้มขาย แบบไหน ต้องมีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่กองอาหาร อย.แจง
บทความถัดไปวิธีทำ ผลไม้แช่อิ่ม ด้วยส่วนผสม 3 อย่าง สูตรนี้เก็บได้นาน 6 เดือน