อย่าเพิ่งท้อ! Jobthai เผย 9 ข้อคิดควรทำ เมื่อยังหางานไม่ได้

อย่าเพิ่งท้อ! Jobthai เผย 9 ข้อคิดควรทำ เมื่อยังหางานไม่ได้

เว็บไซต์ Jobthai ได้แนะนำข้อคิด 9 ข้อ สำหรับใครที่กำลังรู้สึกกดดันหรือเคว้งคว้าง จากการที่ยังหางานไม่ได้ และไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรดีระหว่างรอการตอบกลับจากการสมัครงาน

1. หาข้อดีของการถูกปฏิเสธ

อย่าเพิ่งท้อหากถูกปฏิเสธงานมาแล้วหลายครั้ง ให้คิดเสียว่า การส่งเรซูเม่ หรือไปสัมภาษณ์หลายที่ ทำให้ได้ประสบการณ์และได้ฝึกฝนการสัมภาษณ์ไปในตัว เพื่อเอามาพัฒนาในครั้งต่อไป

2. วางแผนการใช้จ่าย

หากไม่มีรายได้ระหว่างว่างงาน จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดให้มากที่สุด และใช้ช่วงที่ว่างงานนี้ เป็นโอกาสในการฝึกวินัยในการใช้เงิน เมื่อเวลาได้งานและมีเงินเดือนเข้ามา จะได้วางแผนการใช้เงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. สร้างคอนเน็กชั่น

การอยู่บ้านเฉยๆ อาจเป็นการปิดกั้นโอกาสในการได้งาน ลองออกไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ตาม Event ต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานที่สนใจ หรือนัดเจอเพื่อนเก่าจากกลุ่มที่หลากหลายดูบ้าง เพื่อนๆ หรือคนที่เพิ่งรู้จักกันโดยบังเอิญอาจจะเป็นคนที่ทำให้ได้งานก็ได้


4. เรียนเพื่อต่อยอด

การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือสาขาวิชาที่สนใจ หรือจะเป็นการลงเรียนคอร์สสั้นๆ ในช่วงที่ว่างงาน เป็นทางเลือกที่ไม่เลว เพราะถือเป็นการใช้เวลาว่าง เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมในการต่อยอดงานในอนาคต และการได้ประกาศนียบัตรหรือได้ปริญญาอีกใบอาจทำให้บริษัทสนใจคุณมากขึ้นด้วย

5. พัฒนาทักษะที่ขาด

ทุกครั้งที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน ให้กลับมาทบทวนตัวเองว่าเรายังขาดทักษะในด้านใดบ้าง แล้วพัฒนาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะทักษะการสื่อสาร เพราะถึงคุณจะเก่งหรือมีประสบการณ์มากแค่ไหน แต่ถ้าสื่อสารออกมาไม่ได้ก็คงไม่มีใครรับคุณเข้าทำงาน ฉะนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะลองฝึกการสื่อสารบ่อยๆ ดู

6. ไม่เลือกงานมากเกินไป

อย่าจำกัดวงในการหาตำแหน่งงานที่แคบเกินไปหรือมีข้อเเม้ในการทำงานมากเกินไป เช่น แทนที่จะหาแต่งานใกล้บ้านเท่านั้น ก็ลองมองหางานที่ไกลบ้านหน่อยแต่ยังเดินทางสะดวก หรือลองดูตำแหน่งงานที่อาจจะไม่ตรงกับที่อยากทำโดยตรง แต่ประเมินคร่าวๆ แล้วว่าคิดว่าทำได้ อาจทำให้มีโอกาสได้งานมากขึ้น

Young startup businessmen teamwork brainstorming meeting to discuss the new project investment.

7. ตั้งเงินเดือนให้เหมาะกับประสบการณ์

บางทีคุณสมบัติของคุณอาจเข้าตาผู้สัมภาษณ์แล้วแต่ติดที่เงินเดือนสูงเกินจะรับไหว จึงทำให้เป็นสาเหตุที่ยังไม่ได้งานเสียที ฉะนั้น ลองหาความพอดีระหว่างเงินเดือนกับความสามารถและประสบการณ์ดีกว่า 

8. ทำงาน Part-time หรือเป็นอาสาสมัคร

ถ้ายังไม่ได้งานประจำ การทำงานพาร์ตไทม์ฆ่าเวลา ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ หรือถ้าใครถนัดการเขียน ก็ลองเขียนบล็อก เพจ หรือนิยายดู สนใจในเรื่องไหนก็เขียนเรื่องนั้น เพราะสมัยนี้งานเขียนบนอินเทอร์เน็ตก็สามารถสร้างรายได้ให้เราได้ไม่น้อยเลย แต่ถ้าใครมองหาประสบการณ์มากกว่าค่าจ้าง แนะนำให้สมัครเป็นอาสาสมัครในโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในเรซูเม่ หรือถ้าเกิดโชคดีเราอาจจะได้รับการพิจารณาให้เป็นพนักงานประจำของเขาก็ได้เหมือนกัน

9. เริ่มทำธุรกิจ

ถ้ามีความฝันว่าอยากจะเป็นนายตัวเอง ใช้เวลาว่างนี้เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองเลย อาจเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองมีความรู้ความชำนาญเป็นทุนเดิม ศึกษาหาความรู้ แล้วลงมือ เมื่อพร้อมก็ค่อยๆ เริ่มลงมือ ไม่แน่ว่าเราอาจจะเป็นเจ้านายตัวเองได้ดีกว่าการเป็นพนักงานออฟฟิศก็ได้

บทความก่อนหน้านี้กทม.ผุด www.ไทยร่วมใจ.com เปิดจองลงทะเบียนฉีดวัคซีน ดีเดย์ 27 พ.ค.นี้
บทความถัดไปพรุ่งนี้เที่ยง! เซเว่นฯ เปิดให้จองลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด เฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ