เปิดประวัติ โฮมแมท ร้านเฟอร์นิเจอร์ห้องแถว สู่อาณาจักรเครื่องนอนระดับไฮเอนด์

เปิดประวัติ โฮมแมท ร้านเฟอร์นิเจอร์ห้องแถว สู่อาณาจักรเครื่องนอนระดับไฮเอนด์
เปิดประวัติ โฮมแมท ร้านเฟอร์นิเจอร์ห้องแถว สู่อาณาจักรเครื่องนอนระดับไฮเอนด์

เปิดประวัติ ที่นอนโฮมแมท ร้านเฟอร์นิเจอร์ห้องแถว สู่อาณาจักรที่นอนและเครื่องนอนระดับไฮเอนด์

การพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สิ่งที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ คือ การนอนหลับ แต่การนอนหลับแต่ละครั้ง ควรใส่ใจในการเลือกที่นอน ที่มีทั้งคุณภาพและประสิทธิภาพในการใช้งาน และต้องเป็นที่นอนที่ดี เหมาะสมกับตัวของเรา

เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณไพโรจน์ สิริวรวิทย์ ทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 แห่ง บริษัท รุ่งแสงไทย อินเตอร์แมทเทรส จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายที่นอนสัญชาติไทยเบอร์ต้นๆ ของวงการที่นอน ที่หลายๆ คนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ภายใต้แบรนด์ Homematt (โฮมแมท)

คุณไพโรจน์ สิริวรวิทย์ ทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 แห่ง บริษัท รุ่งแสงไทย อินเตอร์แมทเทรส จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายที่นอนโฮมแมท

“ก่อนที่จะมาเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่นอน เริ่มแรกในธุรกิจของเราเป็นธุรกิจครอบครัว เริ่มมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ก็คือคุณพ่อกับคุณแม่ทำร้านขายเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป เป็นธุรกิจซื้อมาขายไป ซื้อตู้ ซื้อที่นอนมาขาย สมัยก่อนก็มีแต่ที่นอนนุ่นอะไรแบบนี้ แต่คุณพ่อผมเป็นคนที่มองอะไรได้ไกล ท่านก็มองว่า ถ้าวันหนึ่งเกิดขายไม่ดี ทั้งสองคนคงเดินธุรกิจอะไรต่างๆ ด้วยความยากลำบาก เลยมองว่า น่าจะหาโอกาสในการเพิ่มช่องทางทำธุรกิจอย่างอื่น ก็เริ่มเรียนรู้ในส่วนของงานผลิต เพราะน่าจะตอบโจทย์และสามารถผลิตสินค้าที่เรานำมาขายในร้านของเราเองได้ เลยเริ่มจากการทำตู้ ทาสี แล้วเอามาขายในช็อปของเราเอง แล้วก็เริ่มเรียนรู้เรื่องของที่นอน และเริ่มทำที่นอนนุ่น ทำกันเป็นครัวเรือน ที่ตึกแถวนี่แหละ แล้วเอามาขายข้างล่าง ชื่อร้าน รุ่งแสงไทย เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นห้องแถวย่านอุดมสุข แล้วก็ย้ายร้านมาที่ปากซอยสุขุมวิท 101/1″ คุณโรจน์ เล่าย้อนอดีตให้ฟัง

เมื่อเห็นว่ากิจการเริ่มไปได้ คุณพ่อของคุณโรจน์จึงเริ่มคิดว่า ธุรกิจน่าจะขยับขยาย ทำให้เป็นกิจจะลักษณะมากขึ้น รวบรวมเงินหาซื้อที่ดินเพื่อสร้างเป็นโรงงานผลิตที่นอนนุ่น ต่อมาเมื่อเทรนด์ของที่นอนเริ่มเปลี่ยน ก็เริ่มเข้ามาสู่ยุคของที่นอนใยมะพร้าว

“สมัยก่อนเรามีการทำเครื่องปั่นนุ่น ปั่นนุ่นเอง พอเทรนด์ของที่นอนใยมะพร้าวมันมา ที่นอนนุ่นก็เริ่มหายจากวงการไป ด้วยความที่ป่าป๊ากับเพื่อนๆ มีเชิงช่างในการทำเครื่องจักรผลิตใยมะพร้าว ซึ่งก็เป็นสินค้าอีกอย่างที่เราทำขึ้นมาเติมเต็มในส่วนของสินค้าที่ได้รับความนิยมน้อยลง แต่ว่าทุกอย่างมันก็มีจุดเปลี่ยน ซึ่งในส่วนตัวของผมเอง จุดเปลี่ยนคือตอนผมเรียนปริญญาตรี ปี 1 เพราะผมก็ไม่ได้คิดว่าจะมาทำธุรกิจอะไร คิดแต่ว่าเราอยากช่วยงานคุณพ่อ มาทำที่นอน สานต่อจากคุณพ่อคุณแม่ที่สร้างมา ก็คิดว่าเรียนจบแล้วค่อยมาทำ ก็คิดแค่นั้น แต่ทีนี้มันก็เกิดปัญหาในส่วนของธุรกิจในโรงงาน เป็นปัญหาภายใน ผมรู้สึกได้ว่าตอนนั้นพอรับรู้ปัญหา ช้าเร็วผมก็ต้องมาช่วย เลยทำเรื่องย้ายไปเรียนภาคค่ำ แล้วก็บอกป่าป๊าว่า ผมจะเข้ามาช่วยงาน ป่าป๊าก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมก็เริ่มจากตรงนั้น” คุณโรจน์ เท้าความให้ฟัง

ซึ่งจริงๆ คำว่าเรียนรู้งานในตอนนั้น คุณโรจน์ เล่าว่า เป็นการหยิบจับหยิบดูเสียมากกว่า อะไรช่วยเหลือได้ก็ทำไป ได้สัมผัสคลุกคลีลงภาคสนามจริงๆ ก็ทำให้เขาได้เห็นอะไรมากขึ้น จนถึงจุดหนึ่งที่คุณโรจน์นั้นคิดว่า อยากจะออกไปดูตลาดจริงๆ บ้าง

“เพราะวันนี้เราเห็นภาพภายใน พอจะเรียนรู้อะไรได้บ้างแล้ว พอถึงจุดตรงนั้นก็คิดว่า อยากจะออกข้างนอก ออกตลาดเพื่อไปเห็นโลกข้างนอก ไปลองของจริงว่า ลูกค้าเราคือใคร แล้วก็สินค้าเราในตลาดเป็นยังไง ตอนนั้นเราเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เลยเอาสิ่งที่กำลังเรียนมาลองใช้งานจริง ซึ่งแต่ก่อนเราก็ไม่ได้มีแบรนด์อะไร เพราะเราทำตลาดล่าง ก็ทำอยู่หลายยี่ห้อ จนถึงจุดหนึ่งที่เราออกตลาดก็ทำให้เราเห็นแล้วว่า สินค้าเราอยู่ตลาดล่าง มันต้องปรับเปลี่ยน ต้องมีการสร้างแบรนด์ของเรา”

คิดได้ดังนั้น คุณโรจน์จึงเริ่มคิดชื่อ ลองผิดลองถูกจนได้ชื่อแบรนด์ โฮมแมท (Homematt) หลังจากมีแบรนด์ คุณโรจน์จึงอยากยกระดับของสินค้าให้ขึ้นมาอยู่ในตลาดกลาง และคิดว่าสามารถนำสินค้าเข้าไปในตลาดตรงนั้นอย่างไรบ้าง เขาเผยต่อว่า ตอนนั้นยอมรับว่าเหนื่อย เพราะการเริ่มอะไรใหม่ มันใหม่หมด ต้องไปทำความเข้าใจกับดีลเลอร์ เมื่อออกสินค้ามาใหม่ตัวหนึ่ง ก็ต้องไปคุย เพราะคนอาจจะยังติดภาพว่าเขาขายสินค้าตัวถูกมาก่อน

“ตอนนั้นก็ให้เซลส์หรือฝ่ายขายนำสินค้าใหม่ออกขาย ก็อาจจะไม่ได้รับความร่วมมือนัก เข้าใจว่าอาจจะมองว่า กลัวขายไม่ได้ ผมก็ต้องพยายามทำความเข้าใจกับคนภายในว่า ตรงนี้เราไม่ได้เอามาทดแทน เราเอามาเสริม แล้วค่อยๆ ดูว่า มันพอจะไปทิศทางไหนได้ เพราะถ้าเราไม่ลอง เราก็ไม่รู้ พอลองถึงจุดหนึ่งก็คิดว่าเราต้องออกตลาดควบคู่ไปกับเซลส์ เพราะฉะนั้นผมก็เริ่มออกตลาด นอกจากในกลุ่มของลูกค้าที่ผมดู ผมก็ออกตลาดไปกับเซลส์ด้วย เรียกว่าไปขอโอกาสในการทำแบรนด์ โชคดีที่ดีลเลอร์ส่วนใหญ่ก็เอ็นดู แล้วก็ให้โอกาส แค่นี้ผมว่าก็มากพอแล้วที่เขาให้โอกาสและก็ทำให้เรามีกำลังใจ” คุณโรจน์ ว่าอย่างนั้น

นับจากวันที่เข้ามาช่วยงานคุณพ่อ จวบจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 30 ปี ที่ชายหนุ่มคร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจที่นอน เมื่อถึงจุดหนึ่ง ที่น้องชายของคุณโรจน์ (คุณไพรัช สิริวรวิทย์) เริ่มเรียนจบจากจีน ก็เริ่มมีการติดต่อค้าขายกับทางจีน โดยเริ่มมีการซื้อวัตถุดิบอะไรต่างๆ ก็จะได้คุณไพรัชผู้เป็นน้องชาย คอยช่วยจัดการให้

“ตอนนั้นเราเป็นผู้ประกอบการนำเข้าผ้าเบอร์ต้นๆ เหมือนกัน เพราะด้วยโวลุ่มที่เราสั่ง ก็เริ่มจากเล็กๆ เอาวัตถุดิบเข้ามาขายซัพพลายให้กับโรงงานที่นอนอื่นๆ ในเมืองไทย ยุคแรกๆ ก็ถือว่าเราเอาเข้ามาเยอะพอสมควร ส่วนหนึ่งเราก็เอามาใช้เอง แล้วก็ขายวัตถุดิบด้วย ช่วงนั้นน้องชายก็เริ่มมาช่วยงาน ต่อยอดในการพัฒนาสินค้าที่นอนโฮมแมท ในเรื่องคุณภาพและรูปแบบให้ดียิ่งขึ้น เป็นการเสริมความแข็งแรงมากขึ้น ในการทำแบรนด์โฮมแมท จน ณ วันนี้เองก็ต้องบอกว่า โฮมแมท เองก็โชคดีที่เราได้มาอยู่ในตลาดกลางได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

คุณโรจน์ เผยต่อว่า ตลาดหลักของธุรกิจที่นอนโฮมแมท คือดีลเลอร์ ที่มีการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศ อีกส่วนหนึ่งคืองานโปรเจ็กต์ อย่าง คอนโดฯ โรงแรม รีสอร์ต โรงพยาบาล อพาร์ตเม้นต์ และอีกกลุ่มคือ ตลาด OEM ที่ปัจจุบันทางบริษัททำมาได้ 5-6 ปี และเติบโตเป็นอย่างมาก

“ป๊าบอกมาตลอดว่า ถ้าวันนี้เราอยู่เฉยๆ ก็เท่ากับว่าเราก็ถอยหลัง เพราะคนอื่นเขารุกหน้าตลอด เราต้องพัฒนาขึ้น ซึ่งทางครอบครัวเราเลยคิดกันว่า อยากพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นไปอีก เพื่อต่อยอดและทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น อาจจะเป็นอีกกลุ่มที่มีความต้องการเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น จนเป็นที่มาของการเริ่มมาออกอีกแบรนด์หนึ่ง ก็คือ Lincon (ลินคอล์น) ซึ่งเป็นความตั้งใจว่าเราจะทำเป็นตลาดบนแล้ว ที่เราจะขายเรื่องของนวัตกรรมการนอน หรือการสั่งทำที่นอนเฉพาะบุคคล ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนกำลังเริ่มตั้งไข่อยู่ ตั้งใจเอาประสบการณ์ทั้งหมดมาทำ ก็คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ผู้บริโภคและเป็นทางเลือกที่ดีให้ผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง”

“ที่นอนที่เราผลิต เราสามารถผลิตได้ทุกสเปก เรามีผลิตภัณฑ์ที่นอนอยู่ทุกเซ็กเมนต์เลย และเราก็เดินหน้าในการพัฒนาที่นอนให้ดียิ่งขึ้น เลยคิดว่า เราจะต้องเน้นเรื่องคุณภาพดีกว่า เพราะที่นอนมันไม่ได้ดูกันแค่ผ้าหุ้มภายนอก บอกว่าเย็บสวยนะ แล้วที่นอนจะซื้อเพราะผ้าสวยหรอ มันไม่ใช่ ผ้าสวยคุณคลุมผ้าปูไปก็มองไม่เห็นแล้ว มันต้องดูในเรื่องโครงสร้างภายใน ซึ่งมันมีรายละเอียด มันไม่ได้ใช้งานวันนี้แล้วมาบอกว่ามันโอเค มันก็ต้องใช้ทีเป็นสิบปี เพราะฉะนั้นเราก็มองความยั่งยืนของธุรกิจ ถ้า ณ วันนั้นเราไม่เน้นรื่องคุณภาพ เราอาจจะอยู่ไม่ถึง 40 กว่าปีจนถึงวันนี้ ฉะนั้นเราจึงไม่ได้คิดว่าจะอยู่ถึงแค่ 40 ปีแน่นอน เราจะต้องผ่านธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป เพราฉะนั้นก็ต้องเอาความยั่งยืนเป็นหลักในการทำธุรกิจ ก็คือต้องเน้นเรื่องคุณภาพและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า” คุณโรจน์ สรุปในตอนท้าย

สนใจสินค้า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Homematt Mattress และ เพจ Lincon Mattress

 

 

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้“มาดามแป้ง” ลุยภารกิจอาสากล้าใหม่เมืองไทยฯ ช่วยวิกฤตโควิด-19 ของประเทศ
บทความถัดไปสวยท้าแดด เผยผิวเรียบเนียนกระจ่างใส ด้วย ไอบลองก์ ออร่าบีบี บอดี้โลชั่น