Hungry Hub บริการจองร้านอาหาร ชูจุดแข็ง ดีลพิเศษ ลูกค้าคุมงบ ร้านอาหารได้ยอด

Hungry Hub บริการจองร้านอาหาร ชูจุดแข็ง ดีลพิเศษ ลูกค้าคุมงบ ร้านอาหารได้ยอด
Hungry Hub บริการจองร้านอาหาร ชูจุดแข็ง ดีลพิเศษ ลูกค้าคุมงบ ร้านอาหารได้ยอด

Hungry Hub ผู้ให้บริการจองร้านอาหาร ชูจุดแข็ง ดีลพิเศษ ลูกค้าคุมงบ ร้านอาหารได้ยอด

เคยไหม ที่อยากไปทานร้านอาหารดีๆ สักครั้งในวันพิเศษ แต่ดันทานไม่อิ่ม หรือประสบปัญหาเรื่องงบประมาณไม่พอ นอกจากลูกค้าจะไม่ได้ทานของที่อยากทานแล้ว ด้านร้านอาหารเอง ก็สูญเสียโอกาสในการทำยอด

จากการเล็งเห็นปัญหาดังกล่าว Hungry Hub (ฮังกรี้ ฮับ) คือผู้ให้บริการที่จะมาตอบโจทย์ข้อจำกัดของทั้งฝั่งผู้ค้าและผู้ซื้อ ซึ่งมี คุณสิทธิ์-สุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ CEO & ผู้ร่วมก่อตั้ง Hungry Hub เป็นหัวเรือหลักๆ ในการบริหารงาน

คุณสิทธิ์ เล่าที่มาที่ไปของบริการดังกล่าวให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ฮังกรี้ ฮับ เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 7 ปี โดยเริ่มจากการเป็นระบบจองโต๊ะร้านอาหารออนไลน์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา

“ตอนแรกๆ ผมอยากเริ่มทำสตาร์ตอัพสักอย่าง แล้วที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมอยู่แล้ว เลยพยายามเริ่มจากการทำระบบจองโรงแรมก่อน แต่พอมาศึกษาไปสักพัก ก็พบว่าในตลาดนี้คู่แข่งเยอะและแข่งขันกันสูงมาก เว็บใหญ่ๆ เขาก็ลงทุนโฆษณากันสูง เป็นพันๆ ล้านเหรียญ ผมเลยมองว่า นอกจากคู่แข่งเยอะแล้ว เราก็ไม่ได้มีเงินทุนมากขนาดนั้น เลยหันกลับมามองรอบตัวใหม่ ก็เห็นว่าร้านอาหารในประเทศไทย ยังไม่ค่อยมีระบบการจองที่มันคล้ายๆ ระบบของโรงแรม หรือแพลตฟอร์มอะไรที่มาช่วยพวกร้านอาหารเท่าไหร่ เลยคิดว่า ถ้าเราเอาโมเดลระบบการจองร้านอาหารที่มีอยู่ในต่างประเทศอยู่แล้ว มาเซตระบบให้เข้ากับบ้านเรา มันน่าจะไปได้นะ” คุณสิทธิ์ เล่า

เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงลงมือทำ แต่ทำได้เพียง 2-3 ปี ก็ล้มเหลวไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวัง ชายหนุ่มให้เหตุผลว่า เพราะในประเทศไทย ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีระบบจองร้านอาหารเหมือนเมืองนอก

“ในเมืองไทย เมื่อโทรไปสอบถามที่ร้านอาหาร ส่วนมากที่ร้านก็จะบอกว่าให้ไปที่ร้านหรือสามารถคอนเฟิร์มการจองได้เลย แต่ถ้าเป็นที่ต่างประเทศ บางร้านต้องโทรไปเป็น 10 สายเพื่อให้ได้รู้ว่า ร้านที่เราอยากไปทานนั้นจะมีให้เราจริงๆ ที่ต่างประเทศจึงมีระบบเพื่อรองรับช่องว่างตรงนี้ แต่ในเมืองไทย เราไม่ได้ศึกษาตลาดให้ดีพอว่ามันไม่ได้มีตลาดความต้องการนี้ เราคิดแค่ว่าต่างประเทศทำได้ เราก็ต้องทำได้สิ อันนี้ก็เลยกลายเป็นบทเรียนของเราอย่างหนึ่ง” ผู้บริหารหนุ่ม เล่า

เมื่อธุรกิจไม่ประสบผลสำเร็จ คุณสิทธิ์จึงมานั่งทบทวนถึงทิศทางของธุรกิจว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ จนวันหนึ่งเขาพาทีมงานในความดูแลกว่า 30 คน ไปเลี้ยงดินเนอร์ แต่งบที่จ่ายแต่ละครั้งบานปลายและคุมไม่อยู่ จึงได้คิดหาวิธีที่จะแก้ปัญหานี้ และเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ โปรโมชั่นร้านอาหาร ราคาเน็ต อิ่มคุ้ม คุมงบได้ โดยเปลี่ยนร้าน a la carte ให้ทานได้แบบ all you can eat หรือ บุฟเฟ่ต์ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า

“พอทำตัวแรกเรารู้แล้วว่า ร้านอาหารต้องการลูกค้ามากขึ้น แล้วส่วนตัวผมพาทีมงานไปกินข้าวข้างนอกทุกเดือน แล้วทุกครั้งที่พาไปผมเป็นคนจ่าย เขาเป็นคนกิน พอบิลมาทีเกินงบที่ตั้งไว้ และปัญหาก็คือว่า เวลาเราไปกินเลี้ยงกลุ่มใหญ่ ทุกคนไม่ได้นั่งพูดคุยกัน แต่เขาจะไปโฟกัสแต่กับอาหาร มันไม่มีตรงกลาง เลยเป็นโจทย์ที่ผมเห็นว่า มันเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ซึ่งไม่ใช่แค่กลุ่มใหญ่เท่านั้น มันมีทั้งกลุ่มเพื่อน กลุ่มครอบครัว หรือแม้กระทั่งพาคนรักไปเดตในโรงแรมห้าดาวหรือรูฟท็อป แต่ว่าอยากรู้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ ซึ่งมันคือปัจจัยสำคัญนะ แต่คนไทยเราไม่ค่อยกล้าพูดกันเรื่องราคา แล้วร้านอาหารถ้าดูเมนูจากข้างนอกเราก็จะไม่รู้เลยว่า สรุปแล้วราคามันเท่าไหร่ เพราะมันจะมีบวกนั่นบวกนี่อีก กินจานเดียวก็ไม่อิ่ม”

“เลยเป็นจุดที่ทำให้เราพัฒนาแพลตฟอร์มมาเป็นเวอร์ชั่นที่ 2 นั่นคือ เปลี่ยนร้านอะลาคาร์ท มาเป็นบุฟเฟ่ต์อะลาคาร์ทออกมา ตอนนี้ก็มีร้านบุฟเฟ่ต์มาร่วมงานกับเราก็ได้ แล้วก็มีลูกค้าที่จองผ่านฮังกรี้ ฮับ ก็จะได้เมนูพิเศษ ที่ลูกค้าวอล์กอินโดยตรงไม่ได้ หรือ เราไปร่วมงานกับพวกร้านที่ได้มิชลิน หรือร้านไฮเอนด์ ที่ไม่สามารถทำพวกบุฟเฟ่ต์ได้ แต่ทำเป็นเซตเมนูที่ทำอะไรก็ได้ 3 อย่าง ไม่ใช่แค่เมนูแอพพิไทเซอร์อะไรแบบนี้ เป็น all you can eat ที่คุณสามารถทานอาหารได้ไม่อั้น สั่งอาหารจากเมนูตามปกติ ไม่ต้องไปเดินตักแบบบุฟเฟ่ต์ทั่วไป สร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่คุ้มและไม่เหมือนใคร โดยทั้งหมดนี้ เรามอบให้กับลูกค้าที่จองโต๊ะผ่านระบบ Hungry Hub เท่านั้น” คุณสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังคำนึงในฝั่งของร้านอาหาร เน้นการสร้างยอดขายให้ร้านแบบไม่ลดราคา เพื่อให้ร้านอาหารมีรายได้อย่างยั่งยืนและไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ร้านอาหารอีกด้วย

“รายได้ของฮังกรี้ ฮับ คือค่าคอมมิชชั่น ทุกครั้งที่จองผ่านเรา เราก็จะได้เป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของร้านอาหารที่เข้าร่วมงานกับเรา ซึ่งเราคิด GP แค่ 10% เท่านั้น เพราะเราเน้นว่า ดีลทุกดีลที่เราทำกับร้านต้องสร้างความยั่งยืนให้ร้านก่อน เพราะถ้าร้านอยู่ไม่ได้ ระยะยาวเราก็ไปต่อไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้ร้านที่เข้าร่วมกับฮังกรี้ ฮับ มีประมาณ 400 กว่าร้าน ทั้งในโรงแรมและนอกโรงแรม ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ก็ได้สะท้อนความเปราะบางของภาคธุรกิจร้านอาหารที่พึ่งพาต่างชาติมากเกินไป โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบสูง เช่น ร้านอาหารที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบ ที่เน้นการสร้างยอดขายจากการนั่งทานในร้าน และบางร้านก็มุ่งเป้าหมายเป็นลูกค้าที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ไม่เพียงแต่ได้รับผลกระทบจากนั่งท่องเที่ยวที่ลดลง แต่ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ผู้บริโภคภายในประเทศที่หลีกเลี่ยงการกินเลี้ยงสังสรรค์อีกด้วย”

ซึ่ง Hungry Hub ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบใหม่ เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารให้สามารถกลับมาเปิดบริการกับกลุ่มลูกค้าคนไทยได้ นอกจากนั้น ร้านอาหารที่อยู่ในโรงแรม Hungry Hub ก็ได้พัฒนาแพ็กเกจใหม่ที่ใช้ทรัพยากรที่โรงแรมมีอยู่แล้ว มาช่วยกระตุ้นให้เกิดยอดขายของส่วน F&B ของโรงแรม ตัวอย่างเช่น ห้องอาหาร Vertigo ในโรงแรม Banyan Tree Bangkok หรือจะเป็น โรงแรม Avani+ Riverside ซึ่งได้รับผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าคนไทยเป็นอย่างดี ทำให้ร้านอาหารและโรงแรมที่เข้าร่วมทำโปรโมชั่นกับ Hungry Hub ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 20-50%

“ผมคิดว่าแพลตฟอร์มแบบนี้สามารถไปได้อีกเยอะ เพราะตอนนี้เราเพิ่งจะเดินทางมาได้แค่ 1% ของเส้นทางของเรา มีจำนวนร้านอาหารกว่า 400 ร้าน ที่เป็นพาร์ตเนอร์ แต่มีอีกเป็นหมื่นที่สามารถเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์กับเราได้อีก แล้วเราก็เป็นบริษัทที่มีหนึ่งเดียวทั้งภูมิภาค เป็นครั้งแรกที่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นในโลก และเมืองไทยก็เป็นประเทศแรกที่มีบริการแบบนี้ เราทำให้ลูกค้าเห็นเลยว่า ราคาอาหารรวม net ต่อหัวแล้วต้องจ่ายเท่าไหร่ แล้วคุณจะได้อะไรบ้าง และทำให้ร้านอาหารที่ดูแพงแต่ราคาจริงๆ ไม่ได้แพง ตีตลาดลูกค้าได้ ตรงกับคอนเซ็ปต์ ดีลทุกดีลที่เราทำ ลูกค้าคุมงบได้ ร้านอาหารมีความยั่งยืน เราก็อยู่ได้” คุณสิทธิ์ กล่าว

หากร้านอาหารร้านไหนสนใจ หรือลูกค้าท่านใดอยากใช้บริการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เว็บไซต์ Hungry Hub.com หรือเฟซบุ๊ก Hungry Hub

เผยแพร่ครั้งแรก วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2563

บทความก่อนหน้านี้เปิดวิชาปลดหนี้ ฉบับเจ้าพ่อธุรกิจเครือข่าย ซัคเซสมอร์ ปลดยังไงให้หมด
บทความถัดไปเปลี่ยน ดอกไม้ริมรั้ว เป็น คุกกี้ สวย กินได้ แถมสร้างรายได้