เพิ่มยอดขายในร้านอาหารด้วย 5 เทคนิค ไม่ซับซ้อนใช้งานได้จริง

เพิ่มยอดขายในร้านอาหารด้วย 5 เทคนิค ไม่ซับซ้อนใช้งานได้จริง
เพิ่มยอดขายในร้านอาหารด้วย 5 เทคนิค ไม่ซับซ้อนใช้งานได้จริง

เพิ่มยอดขายในร้านอาหารด้วย 5 เทคนิค ไม่ซับซ้อนใช้งานได้จริง

เทคนิคเพิ่มยอดขาย – ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ เปิด 5 เทคนิคสุดสร้างสรรค์ ที่ผู้ประกอบการจะนำเอาเทรนด์ไปต่อยอดกับร้านอาหารของตนเอง ได้ง่ายๆ

  1. นำ “ชาม” มาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหาร

จากเทรนด์ Food Bowl ที่เกิดจากกระแส #Bowl ในโซเชียลมีเดีย สู่การอธิบายเชิงจิตวิทยาถึงการรับประทานอาหารใน “ชาม” โดยนักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด Charles Spence กล่าวว่า “ความมหัศจรรย์ขณะที่ผู้คนโอบอุ้มภาชนะชามที่มีน้ำหนักในมือ สมองจะจินตนาการไปถึงความอร่อยล่วงหน้าแล้ว ประสาทสัมผัสจะทำงานเต็มที่ ประกอบกับกลิ่นหอมจากเครื่องปรุงที่ส่งกลิ่นเข้มข้น เสริมให้ต่อมรับรู้ทำงาน ทำให้เกิดเป็นความอร่อยล้ำกว่าเดิม”

จะเห็นได้ว่านอกจากเมนูอาหารในชามที่เราคุ้นเคยอย่าง ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ หรือราเมนแล้ว ยังจะได้เห็นเมนูข้าวหน้าต่างๆ หรือ สลัด แปลงร่างมาอยู่ในชามกันมากขึ้น สําหรับร้านอาหารสามารถประยุกต์เมนูชามอาหาร เริ่มจากการเปลี่ยนเมนูบางอย่างมาอยู่บนภาชนะดังกล่าว เลือกเอาเมนูที่จะอร่อยยิ่งขึ้นถ้าคลุกเคล้าให้เข้ากัน เช่น สลัดต่างๆ หรืออาหารรสชาติกลางๆ เพื่อให้ส่วนโค้งเว้าของชามโอบ กลิ่นอโรมาของอาหาร โดยที่ลูกค้าเองไม่จำเป็นต้องปรุงรสเพิ่ม ซึ่งนอกจากจะเสริมเรื่องรสชาติอาหารแล้ว การนำเอาชามมาเป็นภาชนะยังสร้างความรู้สึกถึงความเป็นกันเอง และผ่อนคลายให้แก่การรับประทานอาหารในมื้อนั้นๆ อีกด้วย

2. จับวัตถุดิบท้องถิ่น/ตามฤดูกาลมาสร้างสรรค์เมนูใหม่

กระแสการใช้ชีวิตวิถีถิ่นนั้นมีผลต่อการสร้างสรรค์เมนูอาหาร กลายเป็นเทรนด์อาหาร “Local Table” การนำเอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาชูเป็นจุดแข็งด้านอาหารสุขภาพ และความยั่งยืนของเศรษฐกิจชุมชน ข้อได้เปรียบของการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น คือ การได้ความสดใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเมนูอาหารได้ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของท้องถิ่นเพิ่มเติม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบในการนำไปใช้จริงได้ดังนี้

– เลือกใช้วัตถุดิบที่เลี้ยงเอง ปลูกเอง หรือ ผลิตในท้องถิ่น อาจเลือกซื้อจากฟาร์มที่มีการจัดการอย่างยั่งยืนทําให้ได้วัตถุดิบ สดใหม่ และยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นอันจะนําไปสู่ความยั่งยืน และกินดีอยู่ดีของเกษตรกรอีกด้วย

– ผักสวนครัวรั้วกินได้ แนวคิดของร้านอาหารที่ออกแบบพื้นที่สำหรับผลิตวัตถุดิบเองในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น บนดาดฟ้าของตึก หรือสวนผักที่อยู่ข้างๆ ร้าน แนวคิดนี้ร้านอาหารสามารถเพิ่มความน่าสนใจด้วยการตกแต่งร้านโดยวัตถุดิบดังกล่าวที่พร้อมจะหยิบจับไปปรุงเป็นเมนูประจำร้าน

– การปรุงอาหารด้วยสองมือ เน้นการผลิตในจํานวนจํากัด ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง หรือเลือกจากที่มีตามฤดูกาลโดยเฉพาะ เมนูยอดฮิตที่นิยมผลิตมักจะเป็นอาหารตะวันตก เช่น ไอศกรีม ชีส และเบคอน แต่สำหรับประเทศไทยสามารถทำเมนูขนมหวาน หรือใช้การถนอมอาหารมาช่วยได้

– HOMEMADE DESSERT ขนมโฮมเมด สำหรับร้านอาหารที่มีเมนูเบเกอรี่ หรือขนมหวาน หากมีข้อจํากัดด้านวัตถุดิบ สามารถปรับลดต้นทุนในการผลิต ด้วยการเลือกซื้อขนมโฮมเมดจากผู้ผลิตภายในท้องถิ่นได้

3. สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านสัมผัสทั้ง 5

สำหรับร้านอาหารที่ยังไม่มีต้นทุนมากนัก อาจเลือกนำเสนอผ่านสัมผัสพื้นฐานอย่าง รูป รส กลิ่น เสียง ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม เช่น การใช้ภาชนะชามเสิร์ฟอาหาร โดยออกแบบให้ลูกค้าต้องโอบอุ้มชามอาหาร พร้อมเปิดเพลงคลอเบาๆ เพราะน้ำหนักของชาม ความอุ่นในมือจากอาหารกลิ่นอโรมา อบอวลกรุ่นในภาชนะ และเพลงที่เปิดจะเร้าประสาทสัมผัสให้สมองจินตนาการว่าอาหารมีรสอร่อย หรือเพิ่มสัมผัสของรสชาติอาหารได้ง่ายๆ ด้วยการเติมส่วนประกอบที่พิเศษ เช่น การเติมผงไข่เค็มให้กับเมนูอาหารทอด ที่ทำให้ได้รับรสชาติความเค็มเฉพาะตัวของไข่เค็มและสัมผัสกรุบๆ ในปากไปพร้อมกัน

4. เพิ่มเมนูจากพืช ดีต่อกายและใจ

แนวโน้มการเติบโตของการบริโภคโปรตีนจากพืช ทำให้อาหารจากพืชได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกระแสการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ร้านอาหารสามารถสร้างสรรค์เมนูได้มากมายจากวัตถุดิบดังกล่าว เพียงแค่เพิ่มตัวเลือกในเมนูที่มีอยู่ด้วยการปรับใช้โปรตีนจากพืช อาทิ ถั่วเปลือกนิ่ม ถั่วเปลือกแข็ง เห็ด ควินัว ข้าวกล้อง เพิ่มเติมจากการใช้ถั่วเหลืองที่หลายคนคุ้นชิน มาประยุกต์เป็นเมนูอาหารหลัก ขณะเดียวกันยังสามารถจัดโปรโมชั่นเพื่อส่งเสริมการทำเมนูโปรตีนจากพืช หรือเพิ่มเมนูพิเศษในไลน์บุฟเฟ่ต์ นอกจากจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เมนูแล้วยังจะได้ลูกค้ากลุ่มมังสวิรัติเพิ่มด้วย

5. ใช้ “ชา” เมนูเครื่องดื่มเพิ่มมูลค่าในมื้ออาหาร

ความนิยมในการดื่มชายังคงแรงต่อเนื่อง จากเทรนด์ของการดื่มชา พบว่า การดื่มชาของผู้บริโภคนั้น มีวิถีที่ต่างกันไป ได้แก่  ชารสชาติโดดเด่นชัดเจนตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการเลี่ยงเครื่องดื่มผสมน้ำตาล แต่ต้องการรสชาติ และความหอมกลมกล่อมของชา ชาเพิ่มกำลังชาที่เบลนด์จากส่วนผสมชั้นยอดจากธรรมชาติ เติมต่อยอดด้วยสารอาหาร วิตามินลงไปในตัวชา ซึ่งเป็นการยกระดับ และเพิ่มลูกเล่นให้เป็นอีกทางเลือกของการดื่มชา

ชาเพื่อสุขภาพ ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากการดื่มชามากกว่า หากชงชาด้วยน้ำร้อน เนื่องจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายผ่านการหมักใบชานั้นจะทำงานได้ดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รักสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย

ชาสำหรับผ่อนคลาย นำส่วนผสมอื่นมาปรุงให้เกิดรสชาติแปลกใหม่ และสามารถบรรยายความรู้แก่ลูกค้าเรื่องกลิ่นและส่วนผสมที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ดื่มเข้าถึงชา และประโยชน์ของเครื่องดื่มนั้นๆ

ชาแห่งความพิถีพิถัน สร้างความแปลกใหม่ให้รสชาติชา อาทิ การใช้ชาเป็นเบสในการชงค็อกเทล หรือม็อกเทล หรือเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ไข่มุกสุดฮิต หรือท็อปปิ้งอื่นๆ ที่เสริมประสบการณ์สัมผัสใหม่ๆ ก็จะทำให้ชานั้นเป็นเครื่องดื่มที่มากกว่าความสดชื่น

สำหรับร้านอาหาร สามารถจับเทรนด์ชา มาผสมความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นเมนูใหม่ๆ หรือชนิดของใบชามาเป็นจุดขาย หรือจัดโปรโมชั่นดื่มชาสุขภาพก็ดีไม่น้อย

 

 

 

เผยแพร่ครั้งแรก วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2563

บทความก่อนหน้านี้พาณิชย์ เปิด 10 อันดับ ธุรกิจดาวเด่น ในยุคโควิด ครองเมือง
บทความถัดไปเจ้าของอพาร์ตเมนต์ ชวน รปภ.-ธุรการ ปลูกผักสลัดออร์แกนิกบนดาดฟ้าส่งตรงถึงลูกค้าทุกวัน