“ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้าน” ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวริมโขง สร้างรายได้มั่นคงให้ชุมชน

“ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้าน” ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวริมโขง สร้างรายได้มั่นคงให้ชุมชน

“เชียงคาน” เมืองโบราณเก่าแก่ริมฝั่งโขง เป็น 1 ใน 14 อำเภอของจังหวัดเลย ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ปัจจุบัน เชียงคาน เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายที่ต้องการเข้ามาสัมผัสความสวยงามของวิถีชุมชน ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนเก่าให้เป็นแหล่งเรียนรู้ พร้อมกับงานศิลปะต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคนรุ่นใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา ประเพณีความเชื่อ และการสืบทอดวัฒนธรรมจากอดีต จนเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ

“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้รับเกียรติจาก องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.ให้เข้าร่วมทริปศึกษาศักยภาพพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ที่จังหวัดเลย โดย คุณธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย อพท. ได้พาไป “ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน”

คุณตุ๊ก-ชาญณรงค์ วงษ์ลา เลขากลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรริมโขงประมงพื้นบ้านเชียงคาน จังหวัดเลย วัย 49 ปี

บรรยากาศช่วงบ่ายในฤดูฝน ทำให้อากาศกำลังเย็นสบายเหมาะกับการล่องเรือกินลมชมวิวริมสองฝั่งแม่น้ำโขง คุณตุ๊ก-ชาญณรงค์ วงษ์ลา เลขากลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรริมโขงประมงพื้นบ้านเชียงคาน จังหวัดเลย วัย 49 ปี ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พาลงเรือและให้สัมภาษณ์ว่า “ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน” แห่งนี้ เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชาวชุมชนดั้งเดิม ที่ประกอบอาชีพประมงริมแม่น้ำโขงมาหลายสิบปี และหันมาต่อยอดอาชีพ โดยก่อนตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้นมาเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว

เขาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมอีกว่า เดิมทีทางกลุ่มเพียงต้องการอนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวประมงริมแม่น้ำโขงเท่านั้น กระทั่ง อพท. ได้เข้ามาส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงคาน โดยการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับวิถีประมงพื้นบ้าน ส่งผลให้ทางกลุ่มได้รับประโยชน์จากการประกอบอาชีพของตนเพิ่มขึ้น ยกระดับสู่การให้บริการด้านการท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยขยายการให้บริการจำนวนเรือและขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้หลากหลายขึ้น และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการประมงให้กับชุมชน

“ที่เราทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ขึ้น เพราะเล็งเห็นว่าวิถีชีวิตริมโขง อย่างการหาปลาทำอาชีพประมง มันเริ่มค่อยๆหายไป จากการเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่มีความเป็นเมืองมากขึ้น เรามีการเก็บข้อมูลกันว่า ปัจจุบันชาวประมงริมโขงเราเหลือกันเพียง 10 ครัวเรือน หรือประมาณ 200 กว่าคนเท่านั้น จึงอยากอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมนี้ไว้ จึงเกิดเป็นศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ และต่อยอดเป็นการท่องเที่ยวทางเรือ ที่เราทำมาได้ 1 ปี ก็ทำให้ชาวประมงของกลุ่มเรามีรายได้เพิ่มขึ้น ที่แม้จะไม่แน่นอน แต่มันก็ดีกว่าเมื่อก่อน ที่แค่หาปลาเฉยๆ” คุณตุ๊ก กล่าว

โดยการล่องเรือกำหนดให้เป็นจุดบริการนักท่องเที่ยว ที่สามารถล่องเรือชมบรรยากาศสองฝั่งไทย-ลาว ริมแม่น้ำโขง และเรียนรู้วิถีประมง โดยมีกลุ่มชาวประมงคอยให้บริการตลอดทริป ตั้งแต่ให้เกร็ดความรู้ พันธ์ุปลาชนิดต่างๆ ในลำน้ำโขง ถ่ายทอดความเป็นมาในอดีต  พร้อมด้วยการให้บริการนักท่องเที่ยวล่องเรือจับปลา ที่นับเป็นอีกกิจกรรม ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส ทางกลุ่มเปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งกลุ่มขนาดครอบครัว 5-6 คน ค่าบริการ 200 บาท ต่อคน ไปจนถึงกลุ่มใหญ่ที่รองรับได้ถึง 20 คน ที่คิดในราคาเหมาลำ

หากใครสนใจอยากไปนั่งล่องเรือชมวิวริมแม่น้ำโขงที่เชียงคาน สามารถติดต่อได้ที่ กลุ่มประมงพื้นบ้าน โทรศัพท์ (086) 230-3989 ตาเบื้อก, (093) 476-4108 ตาดับ, (085) 659-0940 ตายูน, (065) 317-2077 ตาอ่อง หรือ (086) 140-0460 ตาชัย

 

บทความก่อนหน้านี้“อนุทิน” บุก “อภัยภูเบศร” ย้ำ “กัญชาเสรีการแพทย์” มุ่งรักษาผู้ป่วยอันดับแรก
บทความถัดไปปีติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี พระราชทานชื่อพะยูน “ยามีล” พร้อมรับ 2 พะยูนไว้ในพระอุปถัมภ์